ฝรั่งช่างฟ้อง

  

วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของฝรั่ง                                 ตอนฝรั่งช่างฟ้อง

       มาอยู่เม็กซิโกไม่ได้ทำอะไรนอกจากไปรับส่งลูกสาวที่โรงเรียน ไปออกกำลังกายเต้นละตินที่ยิม และเรียนภาษาสเปน สามีเกรงว่าจะเบื่อก็เลยหางานให้ทำด้วยการให้ไปเป็นเลขาของประธานหมู่บ้าน (ซึ่งมีบ้านอยู่ทั้งหมดสี่สิบหลังและส่วนใหญ่เป็นบ้านฝรั่ง) หน้าที่หลักคือคอยจดรายงานการประชุม หน้าที่รองคือคอยส่งจดหมายขู่เพื่อนบ้านที่ชอบทำผิดกฎของหมู่บ้าน เช่นตอนนี้มีปัญหากำลังขอให้เจ้าของบ้านหลังหนึ่งตัดต้นไม้ที่สูงบังวิวทะเลสาบ แต่เขาไม่ยอมตัดสักที ในที่สุดผู้เขียนก็ต้องเขียนจดหมายขู่แกมบังคับว่าถ้าไม่ตัดพวกฉันจะฟ้องร้องละนะ

 ผู้เขียนไม่ชอบงานนี้เท่าไร เพราะไม่ชอบฟ้องร้องใคร เป็นคนไทยใจดี บอกสามีว่าไม่เห็นสำคัญเลย ต้นไม้จะบังวิวนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทำไมพวกเธอฝรั่งนี่เห็นแก่ตัวเองกันจังนะ อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะฟ้องร้องกันท่าเดียว แต่สามีแย้งว่า ฝรั่งบ้านที่ไม่ยอมตัดต้นไม้ต่างหากที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมปฎิบัติตามกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกัน

(ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังนั่นแหล่ะค่ะ จุดชนวนฝรั่งช่างฟ้อง)

 พูดถึงเรื่องฝรั่งช่างซู (sue) ทำให้นึกถึงพี่คนไทยคนหนึ่งที่แวนคูเวอร์ รู้จักพี่เขาตั้งแต่ปี 1993 ตอนที่ไปถึงแคนาดาใหม่ ๆ แกชวนไปทานอาหารไทยที่บ้าน พี่เขาทำอาหารอร่อยมากเพราะเคยเป็นอาจารย์สอนคหกรรมที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งที่โคราช แกมีลูกชายคนหนึ่งอายุประมาณสามขวบ แต่น่าสงสารเพราะเป็นดาวน์ซินโดรม พี่เขาบอกว่าสามีฝรั่งกำลังซูหมอที่ทำคลอดอยู่ เพราะตอนที่แกท้องอายุแกเกิน 35 แล้ว แต่หมอไม่ได้แนะนำให้ไปเจาะตรวจน้ำคร่ำ

หลังจากนั้นไม่ค่อยได้ติดต่อกับพี่เขาเท่าไร จนกระทั่งปี 1997 เจอข่าวพาดหัวหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีข้อความว่า CANADIAN DOCTOR SUED FOR WRONGFUL BIRTH คิดอยู่ว่าต้องใช่เคสพี่เขาแน่ พออ่านรายละเอียดดูก็ปรากฏว่าใช่จริง ๆ ได้เงินค่าฟ้องร้องมา $488,575 ตกเป็นเงินไทยก็ประมาณ เกือบสิบห้าล้านบาท ก็ดีใจกับพี่เขานะที่มีสามีเป็นฝรั่งช่างฟ้อง เพราะถ้าอยู่เมืองไทยแกก็คงคิดว่าเป็นเรื่องของบุญกรรมไป  

    เอาเรื่องของพี่เขามาเล่าโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน I just hope I don't get sued!