กัลยาณมิตร ความมีกัลยาณมิตรดีเป็นสิ่งที่มีค่าในชีวิตของเรา เรามาช่วยกันฝึกฝนตัวเราให้เป็นกัลยาณมิตรของกันและกันดีไหมคะ กัลยาณมิตรคือเพื่อน เพื่อนที่ชี้ช่องทางให้ถูกต้อง เพื่อนที่ชี้ช่องทางอันประเสริฐให้กับชีวิตของเรา พระผู้มีพระภาคเจ้าบอกว่า จงมีเราเป็นกัลยาณมิตรแล้วท่านจะพ้นทุกข์ นั่นแสดงว่าท่านสามารถที่จะใช้กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดบนเส้นทางพรหมจรรย์ของเราได้ จงมีชีวิตอย่างคนที่ส่งเสริมให้ตัวเองชี้ช่องทางให้ถูกต้องกับตัวเอง แล้วถ้าเป็นช่องทางให้ถูกต้องให้กับเพื่อนร่วมโลกของเราด้วย จงช่วยกันฝึกฝนให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น และก็เป็นความแข็งแรงในทิศทางที่ถูกต้อง มีชีวิตอย่างไม่เบียดเบียน มีชีวิตอย่างคนที่เจริญทางจิตวิญญาณด้วย เราจะพบว่าความเป็นผู้ที่ไม่หยาบคายแล้วกำลังเห็นประโยชน์แห่งการทำคุณงามความดีนั้น จะทำให้เราเป็นกัลยาณมิตรของกันและกัน จงฝึกฝนที่จะใช้ชีวิตของเราอย่างคนที่เกื้อกูลต่อตนเอง แล้วก็เกื้อกูลต่อผู้อื่น ช่วยกันชี้ช่องทางที่ถูกต้องในสังคมของเรา และสังคมของเราจะร่มเย็น เหมือนกับเวลาที่เราได้มีโอกาสยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เราก็จะพบว่าเราร่มเย็นเพราะเรามีสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบตัวเรา เป็นสิ่งที่มีคุณงามความดีเป็นกัลยาณมิตรของเราด้วย ขอให้ท่านมีความสุขกัลยาณมิตร ดังนี้ <h1 style="background: white; margin: 0cm 0cm 6pt; line-height: 18pt" class="MsoNormal">
เธอทั้งหลายพึงคบมิตรผู้ประกอบด้วยองค์ ๗ ประการ
๗ ประการเป็นไฉน คือ
</h1>
มิตรผู้ให้ของที่ให้ได้ยาก ๑
รับทำกิจที่ทำได้ยาก ๑
อดทนถ้อยคำที่อดใจได้ยาก ๑
บอกความลับของตนแก่เพื่อน ๑
ปิดความลับของเพื่อน ๑
ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ ๑
เมื่อเพื่อนสิ้นโภคสมบัติก็ไม่ดูหมิ่น ๑
มิตรที่ดีงาม ย่อมให้ของที่ดีงามให้ได้ยาก รับทำกิจที่ทำได้ยาก อดทนถ้อยคำหยาบคาย แม้ยากที่จะอดใจไว้ได้ บอกความลับของตนแก่เพื่อน ปิดบังความลับของเพื่อน ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ เมื่อเพื่อนสิ้นโภคสมบัติ ก็ไม่ดูหมิ่น
ฐานะเหล่านี้มีอยู่ในบุคคลใด บุคคลนั้นเป็นมิตรแท้
ผู้ประสงค์จะคบมิตร ก็ควรคบมิตรเช่นนั้น
กัลยาณมิตร คืออย่างไร ?
กัลยาณมิตตตาธรรม - กัลยาณมิตร
กัลยาณมิตตตาธรรม คือความเป็นผู้มีเพื่อนดีงาม กัลยาณมิตรมิได้หมายถึงเพียงผู้เรียกกันว่าเพื่อน หรือมิตร หรือสหาย คำว่าเพื่อนนั้นมีทั้งที่เป็นเพื่อนดี เพื่อนไม่ดีเพื่อนสนิท เพื่อนไม่สนิท เพื่อนแท้ เพื่อนเทียม
กัลยาณมิตร มีความหมายว่า ดี งาม เป็นมงคล เมื่อนำไปประกอบเข้ากับคำใดคำหนึ่ง ก็ทำให้คำนั้นมีความหมายเป็นพิเศษขึ้นด้วยความดีมีมงคล เช่น กัลยณปุถุชน หมายถึงสามัญชนผู้ยังมิใช่อริยบุคคลที่มีใจมุ่งดีปรารถนาดีเป็นพิเศษเป็นมงคล
กัลยณจิตหมายถึงจิตที่มีความมุ่งดีปรารถนาดีเป็นพิเศษเป็นมงคลแผ่ไป
กัลยณมิตรจึงหมายถึง ผู้ที่มีใจเป็นเพื่อนที่มุ่งดี ปรารถนาดีเป็นพิเศษแผ่ไป กัลยาณมิตรจึงหมายถึง ผู้ที่หวังดีให้ความช่วยเหลือ ว่ากล่าวตักเตือน แนะนำ ไม่ปล่อยให้คิดผิดพูดผิดทำผิดทั้งๆ ที่รู้ ไม่ปล่อยให้มีภัยมีความเสื่อมเสียเกิดขึ้น แม้ป้องกันได้
แม้มีคุณสมบัติดังกล่าวมา จะเป็นเพื่อนหรือไม่ใช่เพื่อน ในความหมายที่ใช้กันทั่วไป ก็เป็นกัลยาณมิตรได้ คือแม้จะเป็นผู้ที่ไม่รู้จักมักคุ้นเคย แม้ที่อยู่ห่างไกล ไม่เคยพบเห็น แต่เมื่อมีใจมุ่งดีปรารถนาดีจริงใจต่อผู้ใด คิดพูดทำทุกอย่างเพื่อป้องกันช่วยเหลือผู้นั้นเต็มสติปัญญาความสามารถ ให้พ้นความเสื่อมเสียทุกประการ ไม่ว่ามากน้อยหนักเบา ก็นับได้ว่าป็นกัลยาณมิตร
กัลยาณมิตรหาได้ไม่ง่าย หาไม่ได้สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่ภริยาทุกคนเป็นกัลยาณมิตรของสามี ไม่ใช่สามีทุกคนเป็นกัลยาณมิตรของภรรยา ไม่ใช่เพื่อนทุกคนเป็นกัลยาณมิตรของกันและกัน ผู้เป็นกัลยาณมิตรนั้นมีคุณสมบัติเป็นหลักสำคัญที่สุดคือความดี มีคุณธรรมประจำใจ พร้อมด้วยสติและปัญญา
ภรรยาสามี บุตรธิดาและมิตรสหาย หรือผู้หนึ่งผู้ใด ที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวมา จึงไม่อาจเป็นกัลยาณมิตรได้
ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ แม้เป็นผู้มีกัลยาณมิตร แต่ปฏิเสธที่จะรับเป็นกัลยาณมิตร แม้มีกัลยาณมิตร จึงเหมือนไม่มี ไม่ได้รับประโยชน์โดยควร
มีผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าสำหรับผู้เป็นกัลยาณมิตร ก็ไปหาความหมายทางธรรมว่ามีความหมายอย่างไร เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและอิ่มเอมหากเราทำให้คนรอบข้างเราได้ ความหมายมีดังนี้ค่ะ
กัลยาณมิตร คือ มิตรแท้ เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เพื่อนที่คอยช่วยเหลือเพื่อนอย่างจริงใจโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เป็นมิตรที่หวังดี มีสิ่งดี ๆ ให้กันด้วยความจริงใจ
คุณสมบัติของกัลยาณมิตร (กัลยาณมิตรธรรม ๗)
1. ปิโย น่ารัก ในฐานเป็นที่สบายใจและสนิทสนม ชวนให้อยากเข้าไปปรึกษา ไต่ถาม
2. ครุ น่าเคารพ ในฐานประพฤติสมควรแก่ฐานะ ให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งใจ และปลอดภัย
3. ภาวนีโย น่าเจริญใจ หรือน่ายกย่อง ในฐานทรงคุณ คือ ความรู้และภูมิปัญญาแท้จริง ทั้งเป็นผู้ฝึกอบรมและปรับปรุงตนอยู่เสมอ ควรเอาอย่าง ทำให้ระลึกและเอ่ยอ้างด้วยซาบซึ้งภูมิใจ
4. วตฺตาจ รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรพูดอะไรอย่างไร คอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี
5. วจนกฺขโม อดทนต่อถ้อยคำ คือ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาซักถามคำเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์ อดทน ฟังได้ไม่เบื่อ ไม่ฉุนเฉียว
6. คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา แถลงเรื่องล้ำลึกได้ สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ให้เข้าใจ และให้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป
7. โน จฏฐาเน นิโยชเย ไม่ชักนำในอฐาน คือ ไม่แนะนำในเรื่องเหลวไหล หรือชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย
</span></span></span>