พอคิดได้ดังนี้ ปีนี้ก็ไม่คิดอะไรมาก ทุกคนต้องทำ KM แล้วละ ตั้งเลยว่า แทนทีจะเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ละคนก็จะทำงานไม่เหมือนกัน และมี 6 กล่องยุทธศาสตร์ เราก็ทำเป็น 7 กล่อง มี 6 กล่องยุทธศาสตร์ และ 1 กล่องภารกิจ ประเด็นหลักเราก็จะอยู่ตรงนี้ และแบ่งย่อยงาน ก็จะเป็นยูนิตย่อยลงไปอีก ที่จะทำ KM
หมอลิ้มค่ะ CKO ศูนย์อนามัยที่ 3 เมืองชลบุรี บอกว่า ของผมทำจากด้านล่างขึ้นข้างบน ... เออ ยังไง ลองฟังดูนะคะ
- ปีแรก
- หลังจากที่ศึกษาเรื่อง KM ทั้งศึกษาเอง และจากการเข้าประชุมกรมฯ ก็ทำให้รู้ว่า KM คือ เครื่องมือในการพัฒนาองค์กรอย่างหนึ่ง และฐานของผมมาจากการทำงานโรงพยาบาล ก็จะมีพื้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพตามมาด้วย คือ มองเครื่องมือว่าเป้าหมายคืออะไร และนำไปเชื่อมโยงกับเครื่องมืออื่นๆ
- จึงมาวางเป้าหมายว่า การทำ KM นั้น อยากให้เกิดขึ้นเป็นอะไร บทบาทภารกิจแต่ละคนต้องทำอะไร และจะต้องมีผลผลิตอะไร จากตรงนี้ก็มาทำเป้าฯ ทำตัวชี้วัด ทำแผน ก็เลยออกมาว่า ทุกกลุ่มฝ่ายก็ต้องทำ KM นะ
- ตอนแรกเราเริ่มต้น ที่ผังขององค์กร ศูนย์ฯ 3 มี 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มทำอย่างน้อย 2 เรื่อง หลังจากดำเนินการพบว่า กระบวนการที่นำ KM ไปใช้ ส่วนใหญ่จะอยู่กลุ่มพัฒนาวิชาการ 70% และมีกลุ่มโรงพยาบาล ประมาณ 6 เรื่อง กลุ่มสนับสนุนน้อยลงมา และบริหารไม่มี
- ปีต่อมา
- จากนโยบายกรมอนามัย กพร. บอกว่า KM เป็นส่วนหนึ่งของ PMQA ก็เป็นเครื่องมืออีกอันหนึ่ง แต่เมื่อฟัง อ.ประพนธ์ (ที่งานตลาดนัดของกรมอนามัย ที่นี่ค่ะ ... รวมเรื่อง ตลาดนัดความรู้กรมอนามัย 2550 ...) ก็รู้สึกว่า KM มันน่าจะเป็นวิถีชีวิตนะ ทุกคนต้องนำ KM ไปใช้
- พอคิดได้ดังนี้ ปีนี้ก็ไม่คิดอะไรมาก ทุกคนต้องทำ KM แล้วละ ตั้งเลยว่า แทนทีจะเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ละคนก็จะทำงานไม่เหมือนกัน และมี 6 กล่องยุทธศาสตร์ เราก็ทำเป็น 7 กล่อง มี 6 กล่องยุทธศาสตร์ และ 1 กล่องภารกิจ ประเด็นหลักเราก็จะอยู่ตรงนี้ และแบ่งย่อยงาน ก็จะเป็นยูนิตย่อยลงไปอีก ที่จะทำ KM
- วง KM ตรงนี้จะให้แต่ละกลุ่มมีข้อตกลงว่า เราจะต้องทำ KM ก็ส่งแผนมาอย่างน้อย 2 เรื่องต่อปี ในทุกกลุ่ม/ฝ่าย พร้อมทั้งมีการทำ Portfolio ส่วนตัวในเรื่องของการเก็บความรู้ออกมาด้วย รายบุคคล
- และขณะนี้เข้าใจว่า KM ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้นกว่าเดิมในองค์กร
รวมเรื่อง "วันนัดพบ แกนนำ KM กรมอนามัย"