การเติบโตของคนเรา ต้องมีครูและผู้ดูแลฉันใด การเติบโตขององค์กรก็ต้องการครูและผู้ดูแลฉันนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของระบบคุณภาพในองค์กรต้องการครูและผู้ดูแลที่มากความสามารถ และความสามารถในที่นี้ไม่ใช่ความสามารถทางวิชาการ หากแต่เป็นความสามารถส่วนตนในการเข้าใจคน เข้าใจตน และเข้าใจความดี เพราะการทำงานคุณภาพคือการทำความดีซึ่งให้ผลลัพธ์ดีๆที่ทั้งคนรับและคนให้ต่างร่วมเสพ

มีการ์ตูนเรื่องหนึ่งเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มสาว 4 คนที่กำลังอยู่ในวัยเรียนมัธยม  เรื่องเริ่มจากการมาพบปะกันของ 1 หนุ่มและ 1 สาวในห้องเล็กๆห้องหนึ่งในโรงเรียนเพื่อหาที่ทำกิจกรรมชมรม แล้วทั้งคู่ก็ได้พบกับรองประธานนักเรียนที่หลบหนีความวุ่นวายของงานในฐานะผู้นำมาพักกายอยู่   เป็นการหลบหนีมาจากการถูกมอบงานที่ไม่ชอบทำซึ่งประธานนักเรียนมักจะมอบหมายให้อีกด้วย

 

หนุ่มแรกมีชื่อว่า ยูตะ   สาวน้อยมีชื่อว่า คานาเมะ   รองประธานนักเรียน มีชื่อว่า นัตสึเมะ  

 

ชมรมที่ยูตะและคานาเมะกำลังจะตั้งขึ้น ชื่อว่า ชมรมความคิดสร้างสรรค์   เมื่อมาเจอกับนัตสึเมะ  คานาเมะได้ลงชื่อให้นัตสึเมะเป็นสมาชิกชมรมด้วย  แล้วทั้ง 3 ก็มีกิจกรรมร่วมกัน  วันหนึ่ง คานาเมะได้รู้ว่า ประธานนักเรียนมีความคาดหวังให้นัตสึเมะช่วยทำงาน หากแต่นัตสึเมะไม่ใคร่ยินดีจะทำงานซักเท่าไร   คานาเมะรู้จากการอ่านสีหน้าและการแสดงออกของทั้งคู่   และรับรู้ด้วยว่า ประธานนักเรียนไม่พอใจเธอ

 

คานาเมะมักจะอยู่ไม่นิ่ง ประดิษฐ์โน่นทำนี่ตลอดเวลา ทำในสิ่งที่อยากทำ  และสิ่งที่ลงมือประดิษฐ์ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีสาระ เช่น   สเก็ตภาพวาดแบบไดอะแกรม  ทำตุ๊กตาเสียกบาล ฯลฯ 

 

ในระหว่างการลงมือทำงาน คานาเมะจะมีท่าทีที่มีความสุขสดใสตลอดเวลา  เธอใช้เทคนิคการขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆในเรื่องง่ายๆทำให้นัตสึเมะได้ลงมือช่วยทำงานประดิษฐ์กับเธอ   ซึ่งนัตสึเมะก็รำคาญ แต่ก็ให้ความช่วยเหลือ  เมื่อเขาให้ความช่วยเหลือตามคำขอ เธอจะกล่าวคำขอบคุณแลกคืน   ปรากฎว่าในวันที่มีกิจกรรมด้วยกัน นัตสึเมะกลับไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเร็วแค่ไหน มารู้ตัวอีกครั้งก็ค่ำมืดแล้ว   และคานาเมะก็ยังไม่วางมือจากงานที่ทำ 

 

เมื่อสนทนากัน ระหว่างการพัก

นัตสึเมะ "ทำไมถึงคิดตั้งชมรมนี้ขึ้น  แถมยังทำหน้าสบายอารมณ์ ทั้งๆที่มีเรื่องกับกรรมการนักเรียน"

คานาเมะ หัวเราะฮ่ะ ฮ่ะ และพูดว่า "ฉันก็เก่งอยู่เรื่องเดียว เวลาทำอะไรก็จะบ้าทำจนโงหัวไม่ขึ้น"  

นัตสึเมะ   "เหรอ ฉันไม่เคยเป็นแบบนั้น ไม่มีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษ" 

คานาเมะ  "แต่ว่าพี่นัตสึเมะก็ช่วยงานด้วยนี่"

นัตสึเมะ "ก็แค่...สนใจนิดหน่อย"

คานาเมะ "แต่ว่า ความสนใจนี่ก็สำคัญ  แค่พี่รู้สึกชอบขึ้นมาทีละนิด ฉันก็ดีใจแล้ว

อุตส่าห์ใช้ชีวิตม.ปลายทั้งทีก็ต้องสนุกให้เต็มที่ ฉันถึงตั้งชมรมขึ้นมาไง ถ้าเบื่อเราก็

ทำให้มันสนุกขึ้นมาซะก็สิ้นเรื่อง  แล้วชมรมก็จะช่วยให้เรามีอะไรทำ เดี๋ยวก็หายเบื่อเอง"

นัตสึเมะ รำพึงว่า "พิลึกคนจริงๆ  แต่ทำไมนะ เวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ ฉันกลับรู้สึกว่า ตัวเองทำอะไรได้เหมือนกัน"

 

เมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพัง  ยูตะเล่าให้นัตสึเมะฟังว่า เหตุที่เขามาสนิทสนมกับคานาเมะก็เพราะว่า เขาประทับใจในตัวคานาเมะ   มีครั้งหนึ่งที่เขาไปจีบนักเรียนหญิงในโรงเรียนและไม่จริงใจ คานาเมะบังเอิญรู้สิ่งที่เขาตั้งใจทำ  เขาคิดว่าคานาเมะเอาเรื่องเขาไปด่าว่าให้นักเรียนหญิงนั้นฟัง  เมื่อเขาเจอนักเรียนหญิงคนนั้นเขาจึงออกตัวกล่าวหาคานาเมะเพื่อป้องกันตัวเอง  แต่แล้วเขาก็ต้องตะลึง เมื่อนักเรียนหญิงคนนั้นเล่าว่า   คานาเมะได้มากล่าวชมเขากับเธอว่า "เธออ่อนโยน เรียนก็เก่ง กีฬาก็เก่ง  ถ้ามีคนอย่างธอในโรงเรียนเรา คงจะมีชีวิตชีวากันทุกวัน  แล้วคนที่เชียร์เรามากที่สุด ก็คานาเมะนั่นแหละ"   

ยูตะรู้เรื่องแล้วก็ไปขอโทษคานาเมะ  ซึ่งคานาเมะกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้มว่า "แหม ทำไมต้องขอโทษด้วย"   ตั้งแต่นั้นมา เธอกับเขาก็เป็นเพื่อนกัน แล้วในที่สุดเมื่อย้ายโรงเรียน เขาจึงตัดสินใจตามมาเรียนโรงเรียนเดียวกันกับเธอ

 

 แล้วทั้ง 3 คนก็มีกิจกรรมในชมรมสร้างสรรค์ร่วมกันจนจบภาคการศึกษา แถมยังทำให้

ประธานนักเรียน กลับมาเป็นพวกด้วย 

 

ตอนอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ สิ่งที่ปิ๊งแวบเข้ามาในหัว ก็คือ  เออ! นี่แหละคุณสมบัติของคนเป็น

FA  หละ   จึงเอามาบันทึกไว้ช่วยจำ เพื่อใช้ปรับปรุงตนเอง

 

  • ร่าเริง  
  • มุ่งมั่นอย่างมีความสุข   
  • มีความสุขกับสิ่งที่ทำ  
  • มาดมั่น  
  • มั่นใจ  
  • มองคนในแง่บวก  
  • ไม่ถือสากับอารมณ์คนอื่นที่ตอบโต้   
  • ลงมือทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่สนใจว่า คนอื่นจะคิดว่าไร้สาระหรือไม่
  • ทำให้คนอื่นรู้สึกตัวเองมีค่า  มีความสามารถ
  • ให้เกียรติคนอื่น

17 กุมภาพันธ์ 2551