ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 ศูนย์คุณภาพได้แจ้งให้ทีมนำคุณภาพทุกทีมเตรียมนโยบายของตนไว้ เพื่อแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในร.พ.กระบี่ในโอกาสที่จะมีการประชุมทำแผนปฏิบัติการ 5 ปีด้านคุณภาพ และแผนปฏิบัติการประจำปี 2551 ด้านคุณภาพ ในฐานะรองประธานฯคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ฉันจึงต้องรับผิดชอบทบทวนนโยบายที่ทีมนำ HPH ได้ร่างไว้แล้ว ก่อนนำส่งให้ผอก.ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ แจ้งให้หน่วยงานทราบ
ในเบื้องแรกนั้น ทีมนำ HPH ได้มีการประชุมพูดคุยทิศทางการทำงานคุณภาพกันมาก่อนหน้าแล้ว และมีข้อกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่คาด รวมทั้งการประเมินผลไว้แล้ว แต่ก่อนเมื่อเรากำหนดการประเมินผล เราจะหยุดลงตรงตัวชี้เพื่อวัด ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจับต้องกระบวนการได้ชัดว่า ในองค์กรมีการขับเคลื่อนกระบวนการได้ตามที่คาดตรงหน่วยไหน ต่ำกว่าที่คาดตรงหน่วยไหน ทำให้เราซึ่งมีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยหนุนให้หน่วยงานที่ประเมินพบว่าการขับเคลื่อนต่ำกว่าที่คาดได้น้อยกว่าน้อย ปีนี้จึงมีเรื่องที่แตกต่างจากเดิมๆไปตรงที่เรามาหยุดลงตรงผลลัพธ์ความสำเร็จที่จะประเมิน ให้เห็นภาพกันเลยว่า อะไรที่เราคาดหวังว่าหน่วยงานจะร่วมรับรู้และแบ่งปันความสำเร็จร่วมกับร.พ. เพื่อว่าเราจะได้มีโอกาสทำหน้าที่พี่ช่วยเลี้ยง ช่วยดูแลได้ตรงประเด็นมากขึ้น
เรากำหนดมุมมองความสำเร็จด้วยการถอดบทเรียนรู้ตามแนวทางงานคุณภาพจากข้อมูลบริการ High VOLUME High Cost High risk High variation โยงไปหาพฤติกรรมสุขภาพที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงกำหนดความสำเร็จที่คาดหวังตามองค์ประกอบที่ 7 ของมาตรฐาน HPH
High volume ที่พบก็มี ไข้เลิอดออก DM HT URI Pneumonia ฟันผุ เอวเกิน
High cost และ High risk ก็มีบรรดา complication ทั้งหลายของโรคเหล่านี้ที่ทำให้ต้องใช้เครื่องมือแพงๆ เครื่องช่วยหายใจ
High variation ก็มีบรรดาโรคทั้งหลายที่ต้องใช้เทคนิคหลากหลายผสมผสานในการให้บริการ เช่น ด้านอาหาร + ออกกำลังกาย + วิธีคัดกรองต่างๆ + กลวิธีหลากหลายด้านการส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพ ซึ่งเดิมใช้เทคนิคของใครของมัน แยกส่วนกัน
ทำให้สุดท้ายเราได้มาทั้งหมด 5 ส. เพื่อบริการประชาชนด้วยกลวิธี health promotion
เป็น 5ส. ที่เราใช้ดูแลสุขภาพเจ้าหน้าที่ของเราได้ตามองค์ประกอบที่ 4 และ เป็น 5 ส. ที่ดูแลสิ่งแวดล้อมตามบทบาทโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ตามองค์ประกอบที่ 3 ด้วย
5ส. สำหรับการบริการบุคคลที่เรากำหนดมีดังนี้ ส. สะอาดมือ ส. สะดวก ยา และ Lab ส. สวยงามช่องปาก ส. สุขนิสัย ออกกำลังกาย ตรวจเต้านม ตรวจสุขภาพ ส. สะสางเอวด้วยอาหารถูกส่วน
5ส. สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เรากำหนดมีดังนี้ ส. สะดวกปลอดภัยจากอัคคีภัยในร.พ. ส.สะอาดขยะติดเชื้อและส้วมมาตรฐาน ส.สะสางด้วย 5ส. ส.สวยงามด้วยยิ้มและไมตรีจิต ส.สุขนิสัยด้วย pest control
ในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ ตามหน้าที่หนึ่งในฐานะทีมนำ คือ การเสริมพลังอำนาจ เมื่อได้อ่านปาฐกถาของอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ในเรื่องพลัง 5 ข้อ ฉันว่ามีประโยชน์ต่อการนำทีมของทีมนำ HPH น่าจะลองทำ AAR ดูว่า พลังตามแนวคิดของอาจารย์ไพบูลย์ มีพลังอะไรบ้างที่ยังไม่ได้คิดจะนำมาใช้เสริมพลังในการนำองค์กรของทีมเรา
พลังที่ 1 พลังของความรู้และการจัดการความรู้
อือ! ฉันทำแล้วนา ก็ที่ทบทวนว่าเหตุที่บางหน่วยมีการขับเคลื่อนต่ำ เพราะกำหนดแต่ตัวชี้เพื่อวัด ไม่กำหนดให้เห็น ผลลัพธ์ความสำเร็จที่จะเป็นเป้าหมายร่วมที่คาดหวังจากหน่วยงาน แล้วปีนี้กำหนดเพิ่มไงเล่า แล้วก็ที่ทีมได้ผลลัพธ์เป้าหมาย 5ส.มาด้วยไงเล่า
พลังที่ 2 พลังของการเป็นขบวนการ
ไม่เข้าข้างตัวเองหรอกนะ ฉันว่าดูๆแล้ว 5ส. ทั้ง 2 มุม จัดการเรื่องของสุขภาพที่เกี่ยวกับทุกโรคได้อยู่หมัดถ้าทำไปทีละเล็กละน้อย ส่วนที่เหลือที่จะทำต่อ คือ การไปทำความตกลงร่วมกับทีมนำอื่นๆที่เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติว่า เราน่าจะคาดหวังความสำเร็จที่ระดับใดในปี 2551 และตกลงกันให้เป็นขบวนการเดียวกัน ก็ไปทำ What ของแต่ละทีมให้ชัด เพื่อตกลงกำหนด Key Area ของการทำงาน (Where) และเรื่อง How to ที่จะทำร่วมกัน และ How to ที่ต่างคนต่างทำในบริบทงานของตนเอง
พลังที่ 3 พลังของโครงสร้างและกลไกที่ดีและเหมาะสม
โครงสร้างงานคุณภาพมีอยู่แล้ว และแต่ละทีมนำก็มีพื้นที่ที่ดำเนินการให้เกิดความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จอยู่แล้ว ก็เพียงไปกำหนดกลไกที่ดีและเหมาะสมในการทำงานของกันและกันเพื่อร่วมกันสร้างความสำเร็จ ก็เท่านั้นเอง คือ การกำหนด Who How to ในการนำของแต่ละทีมที่จะทำงานเชื่อมกัน What ที่จะสื่อสารให้กับหน่วยงาน และ When ที่จะเริ่มเปิดไฟเขียว หรือ ลงมือทำ
พลังที่ 4 พลังของนโยบาย
การบ้านที่ร่างนี่แหละที่จะส่งต่อเป็นนโยบายที่ผอก.จะให้ความเห็นชอบต่อไปและประกาศให้ทุกหน่วยงานรับทราบ ฉันว่า นโยบายชัดเจนในประเด็น what ก็ทำไว้แล้วชัดเจน
พลังที่ 5 พลังของการจัดการขับเคลื่อนขบวนการ
ทีมนำ HPH จะได้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงเสริมพลังก็ต้องมีแผนงานที่จะทำงานในฐานะ FA นั่นแหละ จริงๆด้วยพลังสุดท้ายนี้เป็นเรื่องโดยตรงของทีมนำ HPH ที่ยังไม่ได้จัดทำขึ้น ศูนย์คุณภาพบอกไว้แล้วว่า จะให้ทีมนำจัดทำแผนปฏิบัติการให้ในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์นี้ โดยให้ทุกทีมนำแจ้งนโยบายก่อน ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 หลังจากผอก.แจ้งนโยบายกระทรวงฯและนโยบายอื่นๆในฐานะผู้นำสูงสุดของร.พ. แล้วก็จะให้แต่ละทีมทำแผนต่อ นี่แหละงานทำแผนปฏิบัติการประจำปีของทีมนำ HPH ที่ยังต้องคงค้างไว้ไปทำต่อในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
พลังสุดท้ายนี่แหละที่เราต้องมี PDCA ของเราเองในการขับเคลื่อน
สรุปความรู้ไว้เพื่อใช้ต่อสำหรับตัวเอง ได้ดังนี้
1. พลังของความรู้และการจัดการความรู้ = What Act What not Act Why act
Why not Act --> Plan
2. พลังของการเป็นขบวนการ = what done what success --> Do
3. พลังของโครงสร้างและกลไกที่ดีและเหมาะสม = What teamwork needed,
How to do for success, How to work together, How to work alone ,
Resources, Teamwork , Knowledge asset ---> What should do , What
shouldn't
4. พลังของนโยบาย = What act , When --> Act , What should do , What shouldn't
5. พลังของการจัดการขบวนการ = What area , When start , Who start , Who
do , what success --> Check
10 กุมภาพันธ์ 2551
สวัสดีค่ะป้าแดง ร.พ.ของหมอยังคงมีทีม HPH เพราะเรามองว่า ในแง่ของศาสตร์ที่ต้องใช้ยังมีมาตรฐานที่เป็นเรื่องของภาพรวมที่ไม่ใช่บริบทของ PCT เท่านั้น แต่เป็นบริบทของทุกคนในร.พ.ร่วมกันทำ
ยกตัวอย่างนะค่ะ ส.สะอาดมือของเรา ไม่ได้หมายถึงแค่ PCT ทำให้คนป่วย แต่หมายถึงทุกคนรวมทั้ง back office เองต้องทำให้มือสะอาดเป็น ตัวชี้เพื่อวัดอย่างนี้ ไม่มีทีม HPH เล่นไม่ได้ จึงต้องมีทีมเฉพาะ HPH คงไว้เพื่อวัดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ต้องมีมือสะอาด
มือสะอาดในที่นี้ เราแทรกวิธีคิดไว้ในเรื่อง พฤติกรรมว่า หากทุกคนในโลกนี้ต่างล้างมือถูกต้องและล้างมือเป็นนิสัย โรคหลายโรคก็จะไม่เกิดกับตัวเองค่ะ ที่คิดอย่างนี้เพราะเรามองว่า นี่คือ บริบทของความเป็นโรงพยาบาลที่ต้องให้บริการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรค
คิดอย่างนี้ตัวชี้เพื่อวัดของเราก็จะใช้การสุ่มเก็บได้ไม่ต้องลำบากให้การเก็บตัวเลขกลายเป็นงานประจำให้ยุ่งยากด้วย
และเพราะคิดอย่างนี้ เวลา PCT จะทำกับคนมารับบริการได้ทุกคน ทำง่าย ไม่พะวงกับการเลือกว่าจะทำกับใคร ก็จะเป็นการไม่เลือกปฏิบัติในการให้บริการ ซึ่งเท่ากับคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยด้วยค่ะ
การมองว่าไม่แยก HA กับ HPH เรามองที่บริบทเป้าหมายค่ะ ว่า อะไรทำไปด้วยกันได้ ก็กำหนดไว้เลยในตัวชี้เพื่อวัด HPH
ป้าแดงลองทวนในบันทึกของหมอ ป้าแดงจะพบว่านะค่ะว่า ผลลัพธ์ทุกตัว วัดได้ด้วยการสุ่มง่ายๆได้ทุกวัน หรือ มีระบบเก็บข้อมูลเดิมๆอยู่แล้ว ทุกตัวที่คิดไว้นั้น เรามองไปถึงการวัดผลในระดับ CUP ด้วยค่ะ ฉะนั้นวัดได้ถึงผลการทำงานของสอ.ในเครือข่ายด้วย วัดได้ถึงบริบทของเครือข่ายอย่าง อปท.-อสม.ด้วย
เรียกว่า เราบูรณาการผลงานที่มีโอกาสร่วมกันทำด้วยพลังของระบบสุขภาพทั้งในกระทรวงและนอกกระทรวงเข้ามากำหนดเลยค่ะ
ถ้าไม่แยกเอา HA และ HPH ออกจากกัน PCT งงเป็นไก่ตาแตกแน่ค่ะ
การทำงานที่ทำกันอยู่ส่วนใหญ่ชำนาญที่จะทำแยกส่วนกัน ตามธรรมชาติของ "คน" หมอก็เลยใช้เป้าหมายร่วมเป็นตัวกำหนดให้ทำด้วยกันแทน ส่วนจะลงมือทำแยกหรือรวมก็แล้วแต่สมัครใจค่ะ
ก็ตามน้ำตามธรรมชาติการทำงานในแต่ละบริบทของหน่วยงาน หมอจึงกำหนดหน้าที่ของทีมนำ HPH ที่ตามเก็บผลงานภาพรวมมาบอกให้เห็นว่า ทำไปแล้ว output ที่ให้อะไรที่จะส่งผลต่อสุขภาพประชาชนร่วมกันมากกว่า ( customer oriented) แล้วให้มานั่งทำ AAR กันว่า ที่ทำแล้วเข้าทางที่คาดหวังหรือยัง ทำได้ดีกว่าที่คาดไหม มีอะไรไหมที่ยังต้องปรับปรุงกัน แล้วสุดท้ายก็จะปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำสัญญากับตัวเองว่า จะทำอะไรให้ดีขึ้น (ไม่ขอสัญญาให้กับ HPH) แล้วรอบต่อไปเราก็ feedback ผลสำเร็จใหม่ ขยัน feedback หน่อยเดี๋ยวที่ไม่เขยิบก็เขยิบเองค่ะ