หมวดที่ว่าด้วย การประกันคุณภาพและการประเมิน ของ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในกำกับ ถูกกำหนดให้มีเพราะเป็นหลักการกลาง ในขณะที่ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเดิมๆ จะไม่มีหมวดนี้

          ข้อแตกต่างระหว่าง พ.ร.บ. มน. กับ พ.ร.บ. มม.  ในหมวดนี้ คือ

  1. พ.ร.บ. มน. กำหนดให้ผู้ประเมินมหาวิทยาลัย เป็น ผู้ประเมินอิสระซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่พนักงาน หรือลูกจ้าง หรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย  ซึ่งยังไม่รัดกุมพอ  เพราะ สามารถตีความได้ว่า ข้าราชการ  และพนักงานราชการ  ของมหาวิทยาลัยสามารถเป็นผู้ประเมินได้

  2. ในขณะที่ พ.ร.บ. มม. กำหนดให้ผู้ประเมินมหาวิทยาลัย เป็นผู้ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ซึ่งรัดกุมกว่า เพราะในมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ.มม. ได้ให้คำจำกัดความขอผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ไว้แล้วว่า  

    "ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล  พนักงานซึ่งจ้างจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย และพนักงานซึ่งจ้างโดยเงินอุดหนุนจากองค์กรภายนอกมหาวิทยาลัย  

    หรือ ตัวอย่าง ของ ม.จฬ. ก็กำหนดไว้ในมาตรา ๔ เช่นกันว่า
            
    "ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พนักงานราชการและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย 

  3. สงสัย  ต้องกลับไปปรับเพิ่มมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. มน. ให้มี คำว่า "ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" ให้ครอบคลุมบุคลากรทุกประเภทเสียแล้ว ล่ะค่ะ

     
  4. มาตรา ๓๘  ของ มน. เมื่อเทียบเคียงกับ มาตรา ๔๔  ของ มม. จะเห็นความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายกับเกณฑ์การประเมินคุณภาพ ของ มม. มากกว่า  ดังในวรรคที่กล่าวว่า

    การประเมินส่วนงานตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยให้ใช้หลักการตามมาตรา ๙ และนโยบายที่สภามหาวิทยาลัยกําหนดตามมาตรา ๒๔ (๑)
    เป็นเกณฑ์ในการประเมิน โดยให้หาข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษา บัณฑิตที่สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย บุคคลซึ่งเป็นนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาของบัณฑิตนั้นและบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

  5. ในขณะที่ มาตรา ๓๘  ของ มน. กำหนดกว้างๆ เพียงว่า การดำเนินการตามมาตรานี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพทางวิชาการ ความประหยัด การลดความซ้ำซ้อนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเป็นสำคัญ

            

พ.ร.บ. มน. 

พ.ร.บ. ม.มหิดล 

หมวด ๓
การประกันคุณภาพและการประเมิน 

หมวด ๔
การประกันคุณภาพและการประเมิน 

มาตรา ๓๗ 
      มหาวิทยาลัยต้องจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการวิจัยของมหาวิทยาลัย
      ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย 

มาตรา ๔๓
      ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย
      ระบบ หลักเกณฑ์และวิธี การประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัยตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๘ 
      เมื่อครบสี่ปีนับแต่วันจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๘ ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินส่วนงานดังกล่าว โดยผู้ประเมินอิสระซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่พนักงาน หรือลูกจ้าง หรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย และให้มีการประเมินดังกล่าวทุกสี่ปี แล้วรายงานสภามหาวิทยาลัยและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป

      การดำเนินการตามมาตรานี้ต้องคำนึงถึงคุณภาพทางวิชาการ ความประหยัด การลดความซ้ำซ้อนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเป็นสำคัญ


 
      รายงานตามวรรคหนึ่งให้ระบุด้วยว่าส่วนงานดังกล่าวควรปรับปรุงการดำเนินการใด หรือควรมีส่วนงานนั้นหรือหน่วยงานภายในของส่วนงานนั้นต่อไปหรือไม่ด้วย

มาตรา ๔๔
      เมื่อครบสี่ปีนับแต่วันจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๐ ให้มหาวิ ทยาลัยจัดให้มีการประเมินส่วนงานดังกล่าว โดยผู้ประเมินซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย แล้วรายงานสภามหาวิทยาลัยและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป และให้มีการประเมินดังกล่าวทุกสี่ปี

      การประเมินส่วนงานตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยให้ใช้หลักการตามมาตรา ๙ และนโยบายที่สภามหาวิทยาลัยกําหนดตามมาตรา ๒๔ (๑) เป็นเกณฑ์ในการประเมิน โดยให้หาข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึ กษา บัณฑิตที่สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย บุคคลซึ่งเป็นนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาของบัณฑิตนั้นและบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย
      รายงานตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุด้วยว่าส่วนงานดังกล่าวควรปรับปรุงการดําเนินการใดหรือควรมีส่วนงานนั้นหรือหน่วยงานภายในของส่วนงานนั้นต่อไปหรือไม่ด้วย

มาตรา ๓๙ 
      ให้มีการประเมินการดำเนินงานโดยรวมของมหาวิทยาลัย โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๘ ด้วย โดยอนุโลม ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๕
      ให้มีการประเมินการดําเนินงานโดยรวมของมหาวิทยาลัย โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๔ ด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่ กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๐ 
      เมื่อครบหนึ่งปีหลังจากครบกำหนดเวลาการศึกษาตามหลักสูตรใด ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินหลักสูตร การเรียนการสอน และการวัดผลตามหลักสูตรนั้น โดยผู้ประเมินอิสระซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่พนักงาน หรือลูกจ้าง หรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย และให้มีการประเมินดังกล่าวทุกห้าปีหรือเร็วกว่านั้นตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด แล้วรายงานสภามหาวิทยาลัยและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป
     ให้นำความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๓๘ มาใช้บังคับกับการประเมินหลักสูตรตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๖
      เมื่อครบหนึ่งปีหลังจากครบกําหนดเวลาการศึกษาตามหลักสูตรใดให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินหลักสูตร การเรียนการสอน และการวัดผลตามหลักสูตรนั้น  โดยผู้ประเมินซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและให้มีการประเมินดังกล่าวทุกห้าปี หรื อเร็วกว่านั้นตามที่สภามหาวิทยาลัยกําหนด แล้วรายงานสภามหาวิทยาลัยและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป
      ให้นําความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๔๔ มาใช้บังคับกับการประเมินหลักสูตรตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม