คัมภีร์ "โพสะราดและสังคะปะกอน" (6) เมีย 12 จำพวก "ได้สามีเพราะป่วยเป็นมะเร็ง"


ครั้งแรกผมคิดจะรายงานการศึกษา คัมภีร์โพสะราดและสังคะปะกอน ไปตามลำดับหน้า  แต่รู้สึกจะไปช้าและยังอยู่ในขั้นแจกแจงลักษณะอุทธรณ์ต่าง ๆ เท่านั้น  และเนื้อหารู้สึกว่าค่อนข้างยาก  ดังนั้นผมจึงขอเลือกบทที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย  และน่าสนใจเป็นเรื่อง ๆ ไป  วันนี้ขอเสนอตอนว่าด้วย "เมีย 12 จำพวก" ครับ                              

             

ความว่า..จักจาห้องเมีย 12 จำพวกก่อนแล  นักปาดเจ้าเพิงฮู้ดั่งนี้เทิ้น : เมียจำพวกหนึ่งผัวแต่งเมียแปง,  เมียจำพวก 2 ท้าวพะยามะหากะสัดปงให้เป็นเมียแล,  เมียจำพวก 3 ไถ่เอาคนเขามาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก 4 นั้น เขาซูกันมีลูก ตัวไปค้ำเอาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก 5 นั้น เลี้ยงเด็กน้อยเอามาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก 6 นั้น ไปหาเพิ่นแล้ว เพิ่นบ่ให้ตัว  จึ่งไปซูเอามาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก  7 นั้น  แตกเศิกไปสู่ขวัญเอากันกลางป่าแล,  เมียจำพวก 8 นั้น  สาวมาซูเอากับเฮือนเอาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก 9 นั้น เขาเป็นพะยาดบาดมะเฮ็งบ่มีเงินตั้งคาย  ตัวจึงไปปัวเอาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก 10 นั้น  เขาอึดยากเข้าตัวจึงไปเอาเขานำไปเลี้ยง เอาเป็นเมียแล

                            

                     

เมียจำพวก 11 นั้น ขันกินขันพันเอาเป็นเมียแล,  เมียจำพวก  12 นั้น ตัวไปลักเอาลูกเขาเมียเขาแล้วผัวเขานำมา  ตัวข้าผัวเขาเสียเอามาเป็นเมียตัวแล.. เหล่านี้แม่นเมีย 12  จำพวกแล..

อธิบายความเมีย 12 จำพวก ดังนี้ครับ

 จักจาห้องเมีย 12 จำพวกก่อนแล  นักปราชญ์เจ้าพึงรู้ดั่งนี้เทอญ :  (จา :  พูด  เจรจา,  ห้อง : บท  ตอน  ห้วง)

1. เมียจำพวกหนึ่งผัวแต่งเมียแปลง : ผัวเมียสู่ขออย่างถูกต้อง (ผัวแต่งเมียแปลง : ผัวเมียที่สู่ขอโดยถูกต้อง,  อีสาน/ลาว เรียก แต่งแปลง)

2. เมียจำพวก 2 ท้าวพญามหากษัตริย์ปงให้เป็นเมียแล : ท้าวพญา/ขุนนางยกให้ หรือพระมหากษัตริย์พระราชทานเป็นรางวัลความชอบ (ปง : วางไว้  ในที่นี้คือท้าวพญามอบให้, เจ้าอยู่หัวพระราชทาน)

3. เมียจำพวก 3 ไถ่เอาคนเขามาเป็นเมียแล : ไถ่/ซื้อนางทาสจากมูลนายมาเป็นภรรยา

4. เมียจำพวก 4 นั้น เขาซูกันมีลูก ตัวไปค้ำเอาเป็นเมียแล : หญิงลักลอบมีสัมพันธ์กับคนอื่นมีลูก  ตนเองไปรับรองว่าเป็นพ่อแล้วรับเอาหญิงนั้นมาเป็นภรรยา (ยินดีรับเดน..  การ "ซูกัน" ในข้อนี้เป็นการลักลอบแบบไม่มีการรับผิดชอบ)

5. เมียจำพวก 5 นั้น เลี้ยงเด็กน้อยเอามาเป็นเมียแล : เลี้ยง (ต้อย) เด็กหญิง  แล้วนำมาเป็นภรรยา

6. เมียจำพวก 6 นั้น ไปหาเพิ่นแล้ว เพิ่นบ่ให้ตัว  จึ่งไปซูเอามาเป็นเมียแล : ไปสู่ขอแล้วเพิ่น (พ่อแม่ฝ่ายสาว) ไม่รับ  จึงลักลอบเข้าหาสาวหรือหนีตามกันไปเป็นผัวเมีย : (หา : สู่ขอ,  ภาษาพาม่วน 2 “คนซูกัน” เมื่อใจตรงกันก็ ซูกันเสียเลย )

7. เมียจำพวก  7 นั้น  แตกศึกไปสู่ขวัญเอากันกลางป่าแล : เกิดศึกสงครามแตกบ้าน  ตกเป็นเชลยสาว หรือพ่อแม่ตายในสงคราม ถูกกวาดต้อน ไปพบรักกับทหารที่ควบคุมตัว  จึงตกลงใจเป็นผัวเมีย  มีการสู่ขวัญแต่งงานกันกลางป่า.. (เศิก : ศึก สงคราม,  เอากัน : แต่งงาน (คำสุภาพ อีสาน/ลาว พูดกันปกติ)

8. เมียจำพวก 8 นั้น  สาวมาซูเอากับเฮือนเอาเป็นเมียแล : สาวมาหา(ซู) มาอยู่กินด้วยที่บ้าน เลยเอาเป็นเมีย (ซู : หญิงหรือชาย ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายเข้าหากันก่อน  ก็เรียกว่า ซู ได้ทั้งนั้น)

9. เมียจำพวก 9 นั้น เขาเป็นพยาธิบาดมะเฮ็งบ่มีเงินตั้งคาย  ตัวจึงไปปัวเอาเป็นเมียแล : สาวป่วยเป็นโรคมะเร็ง  แต่ยากจนไม่มีเงินค่ารักษา  หนุ่มจึง(พา)ไปรักษา(หาย)แล้วเอาเป็นเมีย (พะยาด : โรคภัย ป่วยไข้ทุกอย่าง  เรียกแบบลาว/อีสาน รวม ๆ ว่า เป็นพะยาด พยาธิ,  บาดมะเฮ็ง : บาด(แผล) มะเร็ง,  คาย : ค่ายกครู  ค่ารักษา ค่าทำพิธีของหมอต่าง ๆเช่น หมอยา, หมอธรรม (หมอไสยศาสตร์  หมอผี),  ปัว : รักษา)

10. เมียจำพวก 10 นั้น  เขาอึดยากเข้าตัวจึงไปเอาเขานำไปเลี้ยง เอาเป็นเมียแล : ฝ่ายสาวลำบาก อดอยากข้าวจึงไปเอาเขามาเลี้ยงเป็นเมีย (อึดยากเข้า : อดอยากข้าว)

11. เมียจำพวก 11 นั้น ขันกินขันพันเอาเป็นเมียแล : (ข้อนี้อ่านง่าย  แต่เข้าใจยาก  รอความเห็นท่านผู้มาเยี่ยมช่วยตีความครับ)

12.  เมียจำพวก  12 นั้น ตัวไปลักเอาลูกเขาเมียเขาแล้วผัวเขานำมา  ตัวข้าผัวเขาเสียเอามาเป็นเมียตัวแล : ตัวไปลักเอาลูกเขาเมียเขาแล้วผัวเขานำมา  ตัวฆ่าผัวเขาเสียเอามาเป็นเมียตัวแล/ ไปฉุดลูกเมียเขามาทำมิดีมิร้าย พอผัวเขาตามมาก็ฆ่าผัวเขา (นำมา : ตามมา  ดูภาษาพาม่วน 1 นำ ที่แปลว่า ตาม )

เมียทั้ง 12 จำพวกที่อ่านมานี้  นับว่าได้ชี้ให้เราเห็นถึงสภาพทางสังคมโบราณได้ชัดเจน ไม่ว่าผัวเมียแต่งกันถูกต้อง  เมียจากทาส  จากสงคราม  จากการลักลอบกันเอง  จากการฉุดคร่า  จากความยากจนไม่มีเงินรักษาแล้วมีชายใจดีรักจริงเข้ามารับรักษาดูแล  หญิงมีท้องพบชายใจดีรับเลี้ยงดูเป็นพ่อเด็ก  แต่งงานเพราะไม่มีข้าวกินหาชายมาเลี้ยงดู   ถูกเลี้ยง(ต้อย)มาให้เป็นเมียเด็ก  เป็นต้น...

หัวอกลูกผู้หญิงสมัยโบราณที่ศึกษาพบจาก คัมภีร์"โพสะราดและสังคะปะกอน"  (น.23-24) ครั้งนี้ช่างน่าเห็นอกเห็นใจเสียนี่กระไรครับ.

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 165505เขียนเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2008 23:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:47 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (7)

สวัสดีครับครูชาครับ

อยู่เมืองหงสาตอนนี้เกรงว่าจะได้เมียประเภทที่แปดอยู่ครับ

รออ่านบทลงโทษคนมีกิ๊กกับม้าวัวควายนอยู่ครับ

ผมไม่ได้ติดหนังสือเล่มนี้มาเลยไม่ได้เปิดอ่าน

มีตำราเมืองหงสาเขียนเป็นลายมือคนแก่อยู่ครับ มีโอกาสจะส่งไปฝาก

  • สวัสดีค่ะ คุณครูชา
  • เหมือนจะเข้ายากอ่ะค่ะ
  • ---
  • ดีใจกับอาวเปลี่ยนเด้อจ้า มีคนมา ซู

 

  • สวัสดีครับ อ.paleeyon สวัสดีครับ P
     pa_daengครับ
  • บันทึกก่อนของท่าน  คล้ายรำพึงถึงใคร.. น่าสงสัย  และควรมีใคร..ปลอบใจ..
  • แต่วันนี้ผมค่อย "ส่วงใจ" ที่รู้ว่าเป็นไปตามที่
     pa_daeng ว่าไว้ "ดีใจกับอาวเปลี่ยนเด้อจ้า มีคนมา ซู "
  • ภาษาอีสาน/ลาว  เอิ้นว่า อัก.. ใช่ไหมครับ อิ อิ

สตรีชาวบ้านโบราณ  ลำบากไม่น้อยนะคะ  การข่มเหงรังแกสตรีก็มีให้เห็นในบทนี้เช่นกัน

  • สวัสดีครับคุณ4. ยอร์คทาวน์ ครับ
  • ขอบคุณที่เข้าเยี่ยมและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ
  • ศึกษาจากภาษาลาวตอนนี้สะท้อนสังคมลาวหรือสภาพของเพศหญิงภูมิภาคนี้สมัยโบราณพอสมควรครับ
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะคุณครูชา

เบิร์ดพยายามออกเสียงตามอยู่นานมากเลยค่ะ  แม้จะเคยอยู่ยโสธรมา 6 ปี แต่พอมาเจออีสานแท้เข้าก็ตาปริบๆเหมือนกัน แหะ แหะ

ข้อ 11. เบิร์ดรอผู้รู้อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะอ่านแล้วตีความไม่ออกว่าหมายถึงเมียแบบไหน..ฮื่อ.. ชักสงสัยไม่มีเกี่ยวกับสามี บ้างเหรอคะคุณครู ^ ^

ผู้หญิงสมัยก่อนเค้าออกเรือนเร็วนะคะ ..และคำกล่าวทั้ง 12 ข้อนี้ทำให้เบิร์ดนึกถึงคำกล่าวว่า " สามีีเหมือนฉัตรกั้นเกศ  งามหน้างามเนตรทุกเวลา "...เป็นเพราะความเชื่อว่าหญิงดีต้องมีสามีด้วยหรือเปล่าคะทำให้ผู้หญิงสมัยก่อนคิดออกเรือนเมื่อถึงอายุที่สมควร?

ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับภาษาน่าสนุกและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ ^ ^

  • สวัสดีครับคุณเบิร์ด ครับ
  • ภาษากฎหมายลาวเก่านี้  ภาษาใกล้เคียงกับภาษาไทยโบราณมาก  และถ้าพิจารณาจากบทอื่น ๆ ที่เสนอโทษปรับเป็น บาท ตำลึง (ผมจะนำเสนอต่อ ๆ ไป) ก็ยิ่งแสดงว่าเป็นหน่วยค่าเงินของไทยสยาม  คงได้รับอิทธิพลจากกฎหมายของราชสำนักไทย  ในช่วงที่เป็นประเทศราชของไทย  ซึ่งก็คือจากรัชสมัยพระเจ้าตากสิน  มาอีก 100 ปีเศษ จนถึงยุคฝรั่งเศสเข้าปกครอง
  • ในวรรคต่อมาที่ผมยังไม่ได้รายงาน  พบว่าที่เขาแจกแจงลักษณะ "เมีย 12 จำพวก" จึงรู้ว่าเขาว่าไว้เพื่อคุ้มครองสตรีโบราณเหล่านี้ครับ
  • แต่สิ่งที่เราได้พบว่ามีสิ่งนี้ที่น่าเห็นใจยิ่งในโบราณก็คือ กลุ่มหญิงที่เป็นภรรยาประเภทที่ 3, 5, 7, 9, 10, 12 หลายครั้งที่เราพบในละครย้อนยุคของไทย  จนมาถึงละครปัจจุบันที่เสนอชะตากรรมอย่างนี้  จึงพอจะอนุมาณได้ว่าก็มีรากฐานสังคมมาอย่างนี้ด้วย
  • ส่วนที่เกี่ยวกับสามี  ถึงเขาไม่แจกแจงเป็น "จำพวก" ไว้ แต่ในคัมภีร์"โพสะราดและสังคะปะกอน" ทั้งหมดก็ดูจะเอาเรื่องชายที่ไม่ดีเป็นหลักอยู่แล้ว  ผมจะศึกษาแล้วรายงานไปเรื่อย ๆ ครับ  ตราบที่ยังมีท่านญาติบล็อกเข้ามาเยี่ยมอ่านอยู่...
  • ขอบคุณมากครับผม
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี