วันนี้ได้รับโทรศัพท์ เพื่อนเก่าๆ ไม่ได้พบกันหลายปีแล้ว เป็นคนภาคกลาง คบกันเมื่อสมัยเรียนรามคำแหงฯ เล่าว่าขณะนี้อยู่ที่ม.รามคำแหง เพราะไปแสดงความยินดี กับพี่สาว ที่ได้รับปริญญาโท ในวันนี้ ผู้คน(ญาติบัณฑิตเยอะมาก) และเล่าว่าสถานที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก จำแทบไม่ได้ สวยงาม ใหญ่โต สะอาด น่าที่จะเข้าไปศึกษาต่อ รู้สึกชอบมาก คิดถึงเมื่อสมัยเรียน ต่างกันมากเลย ทำให้การนั่งรอพี่สาวรับปริญญาในภาคบ่ายไม่รู้เหนื่อยเลย ได้ชมคน เดินผ่านไปมา รู้สึกเพลิดเพลินตาดี สถานที่ก็สวยงาม
ที่สำคัญเธอถามว่า จะทำอย่างไร เมื่อสมัยเรียน ป.ตรี ได้ "บนบาน" พ่อขุนรามคำแหงว่า ถ้า ลูกสำเร็จการศึกษา พ่อขุนรามคำแหง (ที่ยึดเหนี่ยวและที่พึ่งทางใจของนักศึกษา ม.รามฯ ) จะวิ่งรอบอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ไม่ทราบว่ากี่รอบ จำไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เพื่อนคนนี้ยังกลับมาต่อรองกับท่านอีก คือ เธอจะขอพ่อขุนรามวิ่ง ประมาณสัก 10 รอบก็พอแล้ว เพราะแก่แล้ว จะแก้บนช่วงที่นั่งรอมหาบัณฑิตออกจากหอประชุม และยังพูดอีกว่า ถ้ามีเพื่อนไปด้วย ยิ่งดี จะได้ไปร่วมวิ่งด้วยกัน (คนไม่ได้บนบานก็จะให้ไปวิ่งด้วยน้อ)
เพื่อนเอ๋ย... / ขนาดจะแก้บน ยังต้องการเพื่อนวิ่งเป็นเพื่อนอีก เมื่อนึกถึงสมัยเรียน จะให้ความสำคัญกับเพื่อนมาก มีปัญหา หรือมีเรื่องอะไร เพื่อนจะช่วยได้ แต่โชคดี สมัยเรียนเพื่อนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีแต่เพื่อนที่ดีๆ คอยแนะนำ คอยช่วยเหลือ ที่สำคัญช่วยกันในการเรียนให้จบตามหลักสูตร ก็นับว่าโชคดีไป
สวัสดีค่ะคุณ rak
ค่ะ...เพื่อนไม่ได้วิ่ง แต่ขอเดิน ให้ครบตามรอบ คงจะทำให้เพื่อน สบายใจ ไม่มีอะไรติดค้างในใจ เธอคงทุกข์มานานหละคะ
ขอบคุณมาก ยินดีทีได้แลกเปลี่ยนไม่ใช่คนอื่นคนไกล คนบ้านเดียวกันค่ะ