Gourmet&Cuisine, January 2008

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     ฟังชื่อเรื่องหลายท่านคงนึกสงสัยว่า เอ๊ะ ยังไงกันนะ?</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     อย่างที่รู้กันว่าธรรมเนียมการกินสุกี้เป็นเรื่องของการกินสามัคคี คือกินด้วยกัน ร่วมมือร่วมใจกันบริหารจัดการหม้อสุกี้ที่ตั้งไว้กลางวง  หม้อสุกี้เป็นของส่วนรวม  ใช้ร่วมกันในกลุ่มญาติมิตรที่นั่งล้อมรอบหม้อ    </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     ฉันเคยพูดถึงมารยาทในการกินสุกี้แบบนั้นไปแล้ว  แต่คราวนี้มีความแตกต่างที่หม้อสุกี้ค่ะ  เป็นการกินสุกี้ที่ไม่มีหม้อสุกี้วางกลางโต๊ะ  หากแต่วางไว้หน้าผู้กินแต่ละคน   </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     คนที่นั่งด้วยกันในโต๊ะ หากไม่ได้รู้จักสนิทชิดชอบกันมาก่อน  แต่เกิดจับพลัดจับผลูต้องมานั่งโต๊ะเดียวกัน  ก็สามารถกินสุกี้สามัคคีได้อย่างไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     คนช่างคิดไม่พ้นชนชาติช่างกินคือคนจีนค่ะ  วิถีกินนี้คือสุกี้ปักกิ่ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     การกินสุกี้ที่นี่ ผู้กินจะมีหม้อสุกี้ของคนเองวางประจำอยู่ตรงหน้า  ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด  ขนาดก็พอๆกับหม้อจุ่มจิ้มของไทย  ส่วนเครื่องปรุงทั้งหลายวางไว้กลางโต๊ะ  เลือกกินกันเองว่าชอบอะไร  ทำให้คนกินมังสะวิรัติกับไม่กินก็นั่งร่วมโต๊ะกันได้  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     เครื่องปรุงก็หน้าตาคล้ายๆกับเมืองไทย อาทิ เต้าหู้ วุ้นเส้น ผัก และเนื้อสัตว์ต่างๆ  แต่ที่แปลกและขึ้นชื่อของที่นี่คือ เนื้อแพะ  คนจีนเชื่อว่ากินเนื้อแพะในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น   ร้านที่ไปกินมีทุกอย่างมาเติมให้แบบไม่อั้นค่ะ ใครมีปัญญากินแค่ไหนก็กินไป </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     เนื้อสัตว์ที่นำมาเสิร์ฟ จะแล่บางเฉียบ  แค่คีบมาจุ่มลงในหม้อน้ำซุบที่เดือดปุดๆ อยู่ตรงหน้าแล้วยกขึ้น ก็สุกเรียบร้อยแล้ว     </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     ใครอยากจะปรุงแต่งน้ำซุปของตนให้มีรสชาติอย่างไรก็ทำได้ตามใจ  แต่ถ้าจะปรุงให้แซ่บแบบไทย  ทำไม่ได้ค่ะ  เพราะร้านสุกี้ที่ปักกิ่งไม่มีมะนาว กระเทียม และพริกให้เติม  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     น้ำจิ้มสุกี้ปักกิ่งจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนทำจากเต้าเจี้ยวบด รสชาติจืดๆ  หน้าตาคล้ายน้ำจิ้มชาบูชาบูของญี่ปุ่น  ส่วนน้ำซุปที่ใส่มาในหม้อก็จืดๆ เช่นกัน  สไตล์อาหารจีนแบบปักกิ่งที่ไม่เผ็ดร้อนเหมือนอาหารจีนแบบเสฉวน  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     ก็อร่อยแบบปักกิ่ง  แต่ไม่อร่อยโดนใจคนไทย  ดังนั้น หากมีโอกาสได้ไปชิมสุกี้ปักกิ่ง  คนชอบรสจัดควรมีเครื่องปรุงติดไปด้วย  อาทิ ซุปก้อนหรือผงซุปสำหรับใส่น้ำซุป  พริกขี้หนูสด ซอสพริก ฯลฯ ส่วนบางอย่างเช่นกระเทียมสับ เต้าหู้ยี้ ซีอิ้ว อาจขอจากทางร้านได้  ถ้าพูดกันรู้เรื่อง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     วันที่ได้กินครั้งแรกนั้น  เพื่อนร่วมกินสร้างความตื่นเต้น โดยวางกระดาษเช็ดมือท่าไหนไม่ทราบ  ทำให้เปลวไฟจากเตาที่วางหม้อสุกี้ ลามไปติด  จนไฟลุกพรึบขึ้น  สมาชิกทั้งโต๊ะลุกฮือโดยพร้อมเพรียงกัน  </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     ช่วยกันดับทันค่ะ เลยได้บทเรียนสำคัญว่า ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้เตาแบบนี้  เพราะวางอยู่ใกล้ตัว  แถมน้ำในหม้อก็ร้อนจัดด้วย   เวลาเอื้อมมือไปคีบเครื่องปรุงที่อยู่กลางโต๊ะ  ต้องระวังมือและแขนเสื้อให้ดี จะได้ไม่ไประรานหม้อ        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     หลังจากกินอิ่มแล้วก็พบว่า น้ำซุปในหม้อเหลือมาก เพราะให้มาเกือบเต็มหม้อ  ถ้ากินครั้งต่อไปจะตักออกให้เหลือแค่ครึ่งเดียวหรือสองในสามก็พอ  จะได้น้ำซุปเข้มข้นอร่อยๆ ไว้ซดปิดรายการ  หรือทำข้าวตุ๋นส่งท้าย  อ้อ! ข้าวที่นี่เป็นเมล็ดสั้นแบบข้าวญี่ปุ่นค่ะ    </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">     รายการสุกี้นี้เกือบจะถูกตัดออกจากรายการทัวร์ปักกิ่งฤดูหนาวไปซะแล้ว  เพราะคนพาเที่ยวบอกว่าไม่อร่อย  เกรงว่าสมาชิกจะกินไม่ได้   แต่พวกเรายืนยัน  และแล้วก็จัดการปรับปรุงให้ถูกปากทุกคนจนได้ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt">    กินสุกี้ปักกิ่ง  ติดใจตรงหม้อใครหม้อมันนี่แหละ  เพราะได้ความเป็นส่วนตัวในท่ามกลางหมู่คน  ช่างคิดดีแท้..    </p><p align="center"></p><p align="center"> </p>