๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ผมกลับจากตรุษจีนและไปช่วยเครือข่ายพุทธิกาจัดอบรมที่แม่สอดเมื่อวาน มาถึงบ้านตอนเย็น สิ่งแรกที่สัมผัส คือ กลิ่นเหม็น

เจ้าโซดานอนซมอยู่ในมุ้งกับลูก ตาแดงก่ำ ขี้ตาเขลอะ พอดูแผลที่เท้า จึงรู้ที่มาของกลิ่น ปรากฏว่า บวมตุ๋ย มีน้ำหนอง น้ำเหลืองไหลออกมา และ มีหนอนไต่ออกหลายตัว

ไม่ได้การ ผมกับน้องที่บ้านจึงอุ้มเจ้าโซดาไปหาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์คุณหมอสุรศํกดิ์

หลังจากลงทะเบียนทำบัตรและรอเรียกชื่อประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมก็อุ้มเจ้าโซดาเข้าห้องตรวจ ปรากฏว่า แผลเป็นหนองเซาะเข้าไปข้างในจนเห็นกระดูก ต้องผ่านการโกนขน ล้างแผล ใส่ยาไล่หนอน ฉีดยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ

หมอสั่งให้ทำแผลทุกวัน เช้าเย็น และป้อนยาตามเวลา

ตอนออกมาจ่ายเงิน และรับยา ผมเพิ่งนึกออกว่า เจ้าโซดากำลังลูกอ่อน จึงถามเจ้าหน้าที่ว่าแล้วระหว่างนี้ มันจะให้นมลูกได้มั๊ย

ได้รับคำตอบว่า ต้องหยุดให้นมก่อนช่วงที่กินยา

 ผมต้องซื้อนมแพะกระป๋องและอุปกรณ์การให้นมเป็นหลอดฉีดยาขนาด ๑ ซีซี มา ๔ หลอด เพราะได้รับคำแนะนำให้แยกหลอด คนละตัว และต้องให้นมทุก ๒ ชั่วโมงในเวลากลางวัน ทุก ๔ ชั่วโมงในเวลากลางคืน

เรื่องทำแผล กับให้นม ผมจัดการได้ไม่ลำบาก เพราะที่บ้านอยู่กัน ๓ คน สามารถผลัดกันดูแลได้ ไม่ดวงตาหมองคล้ำเป็นหมีแพนด้า เหมือนเจ้าหนา้ที่ท่ีโรงพยาบาลเตือนไว้ 

ปัญหาคือ เมื่อต้องแยกไม่ให้นม ก็ต้องแยกเจ้าสี่ตัวจากแม่ของมัน ผมเอามันมานอนในลังในบ้าน ส่วนเจ้าโซดาอยู่ข้างนอก 

นี่ผ่านมา ๑ คืน  เจ้าสี่ตัวกินนมแพะได้บ้าง เสียงร้องกวนไม่มี แต่เจ้าโซดาครางหงิงๆ ให้ได้ยิน และมาเฝ้าหน้าประตูไม่ยอมไปไหน บางครั้งตะกุยประตูอยากจะเข้ามาหาลูก ผมต้องอุ้มลูกของมันออกไปให้มันเลียหลังให้นมทุกครั้ง แต่ไม่ให้มันเข้าไปดูดนม

ยอมรับครับว่า ทำใจไม่ได้ ที่ต้องให้มันแยกกันอยู่แบบนี้

ไม่ทราบใครมีคำแนะนำอะไรบ้างครับ ถ้าให้มันกลับไปอยู่ด้วยกัน เผลอกินนมแม่มันบ้างในช่วงที่เจ้าโซดากินยา จะเป็นอย่างไรหรือไม่