จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามต่อไปว่า แล้วมีชื่อนายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตผู้บริหารกระทรวงการคลัง เป็นที่ปรึกษาด้วยหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า "คุณนิพัทธก็เป็นอีกคนที่ผมขอคำปรึกษาบ่อยมาก ส่วนคุณทนงใช้โทร.คุยกัน ทางโทรศัพท์ เพราะท่านสอนหนังสืออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น คุยบ่อยก็ไม่ได้ ค่าโทรศัพท์แพง"การไม่เอ่ยชื่อนายนิพัทธ เป็นเพราะลืมหรือไม่ต้องการให้รับรู้ในวงกว้างนั้นเป็นข้อสงสัย แต่ที่แน่ ๆ ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการคลังที่นั่งอยู่ด้วยในการแถลงข่าวด้วยหลายคน น่าจะมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะ ถ้าไปดูประวัติของ "นิพัทธ พุกกะณะสุต" หรือที่เขาเรียกกันว่า "แมว 9 ชีวิต" บอกได้เลยว่า คนคนนี้คือ ของจริง ไม่ใช่เชิญยิ้ม และท่านผู้นี้แหละที่จะสานฝันของนายสมัครที่มีแนวคิดที่จะก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 9 สาย และระบบชลประทานให้กลายเป็นความจริง ตามตำนานที่เล่าขานตกทอดกันมา ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กระทรวงการคลังมีข้าราชการระดับสูง ที่ถือได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่ 2 ท่าน คือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล กับ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต ฝีมือในการบริหารงานสูสี ชนิดที่เรียกว่า "กินกันไม่ลง" แต่สไตล์การทำงานของ นายนิพัทธ ค่อนข้างจะมีความเป็น alternative มากกว่า บางครั้งก็ไร้กระบวนท่ายากที่จะคาดเดาออก แต่สามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ตามประวัตินายนิพัทธ มีชื่อเล่นว่า "ตุ๋ย" แต่เพื่อน ๆ เรียกว่า "นิกกี้" เริ่มเข้ารับราชการในครั้งแรกที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังในระดับชั้นโท และต่อมาก็มาประจำอยู่ที่หน้าห้องปู่สมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น และเกือบทุกครั้งที่ประเทศไทยมีการประกาศลดค่าเงิน จะต้องมีนายนิพัทธเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อย่างปี 2540 ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ นายนิพัทธยังถูกดึงเข้ามาร่วมทีมนายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเดินทางไปเจรจาขอกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มากองเอาไว้ในทุนสำรองของประเทศได้สำเร็จ รวมทั้งจัดทำบันทึกข้อตกลง (LOI ฉบับที่ 1-2) ทั้ง ๆ ที่ นายนิพัทธในขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง ไม่ได้มีหน้าที่อะไร ที่ไปเกี่ยวข้องกับงานทางด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาคเลยต่อมาในสมัยของรัฐบาล ชวน หลีกภัย ที่มี นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีนายบุญชู ตรีทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น นายนิพัทธต้องถูกย้ายไปประจำอยู่ที่กรมธนารักษ์ กรมเล็ก ๆ ที่ไม่มีข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง ท่านใดอยากไปจะอยู่ ชื่อของนายนิพัทธ ตามหน้าหนังสือพิมพ์จึงหายเงียบไปพักใหญ่ และก็กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อนายนิพัทธขอทำโครงการอู่จอดรถไฟฟ้า BTS ในพื้นที่ราชพัสดุหมอชิต พร้อมกับเนรมิตพื้นที่บริเวณด้านหน้าของโรงงานยาสูบให้กลายเป็นศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยการพัฒนาพื้นที่ชุมชนแออัด (สลัม) ให้กลายมาเป็นศูนย์การประชุม ระดับนานาชาติ มีรถไฟใต้ดินลอดผ่านด้านหน้า ทั้ง 2 โครงการถือว่าเป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ในยุคนั้น เพราะมีมูลค่าเงินลงทุนรวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นต้นแบบหรือโมเดลของโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน โดยรัฐบาลมีที่ดิน เอกชนลงเงิน หารายได้มาเท่าไหร่แบ่งกัน เมื่อครบกำหนดสัญญาสัมปทานต้องยกให้กับรัฐ แต่บังเอิญนายนิพัทธโชคไม่ค่อยจะดี หลังจาก นายบุญชู ตรีทอง เข้ามา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในเวลาต่อมานายนิพัทธได้ถูกกระทรวงการคลังตั้งกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงหลายสิบเรื่อง อาทิ ประเด็นเรื่องการต่อสัญญาค่าเช่าให้กับบริษัท เอ็นซีซี แมเนจเมนท์ ได้รับสัมปทานบริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จนทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ไป
หลายพันล้านบาท กรณีสนามกอล์ฟบางพระ และการจัดทำเหรียญ 2 หน้า เป็นต้น หลังจากนายบุญชูถูกปรับเปลี่ยนออกไป นายเนวิน ชิดชอบ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแทน นายนิพัทธสามารถทำงานเข้าขากับนายเนวินได้เป็นอย่างดี และในที่สุด นายนิพัทธก็สามารถต่อสู้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ได้เกือบหมดและสามารถหลุดพ้นจากวิบากกรรมได้ แต่สุดท้ายต้องจบชีวิตข้าราชการกระทรวงการคลังในคดีพัฒนาที่ดิน ราชพัสดุ หมอชิต มูลค่า 17,000 ล้านบาท ต่อมาในสมัยรัฐบาลทักษิณ นายนิพัทธได้ถูกดึงเข้ามาร่วมงานทีมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณอีกครั้ง มาคราวนี้นายนิพัทธได้ฝากผลงานที่เด่น ๆ คือ การจัดตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์ โดยการนำหลักทรัพย์ของรัฐบาลประเภทหุ้นที่รัฐบาลถืออยู่มาเป็นหลักทรัพย์หนุนหลังออกเป็นหน่วยลงทุนขายให้กับประชาชน มีมูลค่ารวมถึง 70,000 ล้านบาท เดิมทีกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ตามแนวคิดของนายนิพัทธ ต้องการที่จะนำโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐอย่างเช่น รถไฟฟ้า มาเป็นหลักทรัพย์หนุนหลังเพื่อออกตราสารมาระดมเงินทุนใช้ในโครงการดังกล่าว แต่เนื่องจากความไม่พร้อม โครงการลงทุนต่าง ๆ ในขณะนั้นไม่มีความคืบหน้าตัวสินทรัพย์ที่นำมาหนุนหลังจึงถูกเปลี่ยนจากรถไฟฟ้าไปเป็นหุ้นที่รัฐบาลถืออยู่แทนถ้ากลับไปดูประวัติการทำงานของนายนิพัทธ จะพบว่านายนิพัทธ นอกจากจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการบริหารการคลัง อัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารสินทรัพย์ทั้งที่ดินและหุ้นแล้ว นายนิพัทธยังเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีส่วนผลักดันให้มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มาหลายสมัย ถ้าเป็นมวยก็เรียกได้ว่าครบเครื่องนอกจากนายนิพัทธที่ถูกดึงมาเป็นกุนซือใหญ่ของหมอเลี้ยบแล้ว ทางฝั่งของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็จะมี นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นที่ปรึกษา ส่วน ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะมีนายศุภชัย พิศิษฐวานิช อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นที่ปรึกษาเช่นกัน โดยอดีตปลัดกระทรวงการคลังที่กล่าวมาทั้ง 2 ท่านนี้ ถึงแม้ในทางบุ๋น อาจจะทิ้งห่างจากนายนิพัทธพอสมควร แต่ในทางบู๊แล้วถือว่าเป็นจอมยุทธ์ ที่มีฝีไม้ลายมือไม่เบา และเป็นคนละสายกับพลังประชาชน <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แต่ถ้าสังเกตวันแรกที่ "หมอเลี้ยบ" เข้ากระทรวงการคลัง มี ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีตข้าราชการมือเก๋ากระทรวงการคลังมาร่วมแสดงความยินดีด้วย ส่วนจะมาเป็นที่ปรึกษาทีมเดียวกับนายนิพัทธ หรือไม่นั้น ร.อ.สุชาติยืนยันว่า "มาแสดงความยินดีเท่านั้น" อย่างไรก็ตาม ถ้าถามคนในแวดวงการเงินการคลังว่า "คุณนิพัทธ เป็นอย่างไร?" จะได้คำตอบว่า "ไอเดียเยอะมาก เกรงว่าการออกมาตรการต่าง ๆ คิดไม่ครบ" ดังนั้นก็ได้แต่คาดหวังว่า บรรดาท่านรัฐมนตรีจะฟังใคร และควรเลือก ฟังให้เป็น</p> ประชาชาติธุรกิจ 11 ก.พ. 51
สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศแต่ละกระทรวงครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะบรรดารัฐมนตรีตบเท้าเข้ากระทรวง กันพรึบพรับ ขณะที่กระแสสังคมยังถกกันในประเด็น "ครม.นอมินี" กล่าวกันในวงกว้างว่า ครม. "สมัคร" มีทั้งนอมินีสามี-ภรรยา, นอมินีพี่-น้อง พร้อมกับคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงการคลัง ทำไมต้องเป็น "หมอ-พยาบาล"
ด้วยความคาดหวังต่ำและการเตรียมมาอย่างดีของ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จังหวะและลีลาในการแถลงนโยบายการเงิน-การคลัง ทำให้บรรดานักข่าวรู้สึกโล่งใจ คุณหมอสุรพงษ์ หรือ "คุณหมอเลี้ยบ" วิเคราะห์อาการป่วยของเศรษฐกิจไทยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พร้อมที่จะจ่ายยาแรง หรือจะเข็น เข้าห้องผ่าตัดใหญ่ และงานนี้หมอเลี้ยบก็ไม่ได้มาคนเดียว ขนกุนซือทางด้านเศรษฐกิจมาช่วยงานเพียบ
น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่ขอคำปรึกษา ผู้ที่มีความรู้ทางด้านเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง จะมีนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน), นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย