ถ้าต้นไม้พูดได้ อะไรจะเกิดขึ้น

          วันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ถ้าผมไม่มีงานอะไรที่เร่งด่วน ผมมักจะกลับบ้านที่จังหวัดสมุทรปราการ บ้านหลังนี้ซื้อมา 18 ปีแล้วนะครับ  ที่ว่างบนเนื้อที่ 60 ตารางวาผมจะปลูกต้นไม้เต็มไปหมด  ทั้งไม้สวยงาม ไม้ผล จิปาถะ มีมะม่วง 2 ต้นได้กินลูกทุกปี ละมุดอีก 1 ต้น กล้วยนำว้าอีกกอใหญ่ บ้านผมจึงร่มเย็นสบาย ไม่ต้องใช้แอร์เวลาหน้าร้อน

         บ้านนี้ชื่อว่า บ้านรัชพร  ครับ หลายคนเดาว่าเป็นนามสกุลของผม แต่ไม่ใช่หรอกครับ ผมนำเอาชื่อท้ายของลูก 2 คน มาผสมกัน ดิ๊ฟ ชื่อจริงว่า คคนัมพร ผมก็เอาคำว่า พร มา ส่วนนายดอย ชื่อจริงว่า เวสารัช ผมก็เอาคำว่า รัช มา พอผสมกันเป็น บ้านรัชพร   แปลว่าบ้านที่ได้รับพรจากในหลวง ครับ 

          ถ้าอยู่บ้านผมจะใช้เวลาที่มีอยู่ ให้หมดไปกับการอ่านหนังสือและดูแลต้นไม้ หยิบโน่นฉวยนี่ไปเรื่อย เพลินดีครับ อย่างวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมเหลือบดูต้นมะละกอที่เพาะไว้เริ่มจะโตพอที่จะแยกได้แล้ว ทับทิมด้วย ลงมือทำทันที เอาแกลบที่รองหมูหลุมที่ขอจากชาวบ้านมาผสมกับดินถุง กะสัดส่วนให้เหมาะสม แยกมะละกอใส่กระถางละต้น ได้ 10 กระถางพอดี แยกต้นทับทิม อีก 4 ต้น เรียบร้อย ยืนชื่นชมผลงานของตนเองอย่างสบายใจ  มีความรู้สึกว่าอยากบอกกับต้นไม้ โตเร็ว ๆ นะ เพราะเรารักเองจึงพยายามประคบประหงมขนาดนี้

          ทันใดนั้น  สายตาเหลือบไปเห็นต้นชวนชมที่ออกดอกสีแดงสด บนโต๊ะข้างต้นมะม่วงบอกตัวเองว่าชักไม่มั่นใจว่าเรารักต้นไม้จริงหรือ เพราะชวนชมต้นนั้น มันก็คือต้นไม้ที่ผมรักแต่ต้องการดูแลเขาในลักษณะบอนไซ  ถ้าเขาพูดได้แล้วเกิดถามผมว่า นายรักพวกผมไม่เท่ากัน ต้นไม้ทั่ว ๆ ไป นายใส่ปุ๋ยพรวนดิน ให้น้ำ ให้อาหารอย่างสมำเสมอ แต่ผมละ อยู่ในกระถางใบนิดเดียว แถมไม่ค่อยได้น้ำ ได้ปุ๋ย จนร่างกายแคระแกรนหมดแล้ว  ผมจะตอบเขาว่าอย่างไร

          ผมคิดย้อนไปถึงการทำงาน ผมมีหน้าที่บริหารคน มุ่งหวังให้งานที่เกิดจากผลิตผลของคนออกมาดีที่สุด แต่ถ้าผมเลือกที่รักมักที่ชัง ดูแลเขาอย่างไม่เสมอภาค เขาคงบอกว่าผมไม่มีความยุติธรรม และนับวันองค์กรก็จะพบกับความล่มจม  คนกับต้นไม้ไม่เหมือนกันนะ  โชคดีเหลือเกินที่ต้นไม้เขาพูด ไม่ได้