ในประการแรก เราต้องรวบรวมองค์ความรู้ด้านญานวิทยา (Epistemological) ที่จะวิเคราะห์ปัญหาหรือโอกาส โดยการกำหนดประเด็นที่จะคิด ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางของความคิด ในวิชากฎหมาย เป็นเรื่องของมนุษย์และมนุษย์ด้วยกันเอง (แปลว่า มันเป็นเรื่องของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชน ซึ่งมีได้แค่ ๕ เรื่อง กล่าวคือ 1-บุคคล 2-หนี้ 3-ทรัพย์สิน 5-ครอบครัว และ 6-มรดก) หรือเป็นเรื่องของมนุษย์กับรัฐ (แปลว่า   มันเป็นเรื่องตามกฎหมายมหาชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๓ เรื่อง กล่าวคือ 1-รับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมาย 2-การศึกษา 3-การสาธารณสุข   4-ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 5-การมีสัญชาติของรัฐ (การทะเบียนคนต่างด้าว)  6-การเข้าเมือง (การทะเบียนคนต่างด้าว)  7-การอาศัยอยู่ 8-การเข้าร่วมทางการเมือง 9-การทำงาน 10-การลงทุนหรือการประกอบธุรกิจ 11-การถือครองทรัพย์สิทธิ 12-การก่อตั้งครอบครัวตามกฎหมาย 13-การเข้าสู่กระบวนกการยุติธรรมแพ่ง/อาญา/ปกครอง)  และในวิชากฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐตั้งแต่ ๒ รัฐขึ้นไป

                    ในประการที่สอง เราต้องใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยอำนาจอธิปไตยในการพิจารณาและกำหนดจุดเกาะเกี่ยวกับบุคคลหรือหนี้ (นิติสัมพันธ์หรือทรัพย์สิน) ทั้งนี้ เพราะว่า การทราบว่า รัฐใดมีอำนาจอธิปไตยเหนือกรณี ย่อมจะทราบว่า กฎหมายของรัฐใดมีผลบังคับกรณี

                       ในประการที่สาม เราจะทราบว่า จะต้องใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการเลือกกฎหมายหรือไม่ ? หากกรณีเกาะเกี่ยวกับรัฐเดียว เราก็จะใช้กฎหมายของรัฐนั้นกำหนดกรณีที่พิจารณา แต่ถ้ากรณีเกะเกี่ยวกับหลายรัฐ เราก็จะต้องพิจารณากรณีภายใต้กลไกการเลือกกฎหมาย