ไม่ได้บันทึกเสียหลายวัน เพราะประสบอุบัติเหตุ ขับรถไปชนเกาะกลางถนน ระหว่างเดินทางไปทำบุญเพื่อถวายภัตตาหารพระสงฆ์ที่วัดเขาวง จังหวัดสระบุรี (นัดพระท่านไว้ 6 โมงเช้า)
ขับรถออกจากนนทบุรี ประมาณตีสี่ครึ่ง ขึ้นทางด่วนสายปากเกร็ด-บางปะอิน ลงทางด่วนที่บางปะอิน ไปทางวงแหวนตะวันตกจะเข้าเส้นพหลโยธิน ตอนนั้นประมาณตีห้า กว่าๆ ขับรถประมาณ 80 กำลังจะเข้าทางหลักแถวบางปะอิน มองไม่เห็นทาง ชนเกาะเชื่อมระหว่างคู่ขนานกับทางหลักเต็มแรง รถกระเด็นลงกลางร่องระหว่างคู่ขนาน พยายามตั้งสติประคองรถไม่ให้พลิกคว่ำ มองเห็นเสาไฟขวางอยู่ข้างหน้า ถ้าวิ่งตรงไปก็คงชนเสาไฟ ถ้าเบรคก็คงพลิกคว่ำ จึงพยายามตั้งสติขับฉวัดเฉวียนไประหว่างร่องถนน แล้วปีนขึ้นทางคู่ขนาน รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ แต่สภาพรถย่ำแย่ คนนั่งข้างใน 3 คนก็สะบักสะบอม คนแก่อาการหนักหน่อย สัปดาห์กว่าแล้วยังเดินไม่ถนัด ตัวเองก็สะเทือนภายในต้องลาป่วยไปร่วมอาทิตย์
รอดตายเที่ยวนี้ รู้เลยว่า ความตายอยู่แค่เอื้อมเอง แม้จะรู้ว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา แต่เราก็ต้องดูแลรักษาเขาให้ดี และตั้งอยู่บนความไม่ประมาท อุบัติเหตุเที่ยวนี้ทำให้รู้จักปล่อยวางขึ้นมากทีเดียว…ที่สำคัญคือต้องฝึกความมีสติมากขึ้น…
อาจารย์ครับ เป็นห่วงครับ อาจารย์เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า ไม่เพียงแต่จะครองตนให้มีสติปฐาน 4 หรือไม่ประมาท รักษาชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาทรัพยากรบุคคลของชาติด้วยนะครับ
ขอบคุณครับที่เป็นห่วง ผมอายุมากแล้ว ถือเป็นคนรุ่นเก่า บางทีพอเห็นคนรุ่นใหม่ หัวนอก คิดอะไร ก็อดคิดถึงเรื่องเก่าๆที่เราเคยทำดีไม่ได้ ก็หวังจะเห็นน้องๆรุ่นใหม่อย่างอาจารย์ คิดอะไรและทำอะไรเพื่อการศึกษาจริงๆ ไม่ใช่เห่อแต่ของนอกจนสุดกู่เหมือนนักการศึกษาปัจจุบันหลายๆคน