ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อ่านวารสารวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดือน มกราคม-มีนาคม ๒๕๕๐ เรื่อง ครูยุคใหม่ ของ ผศ.ดร.สุธีรา สุริยวงศ์ อาจารย์ประจำภาคบริหารการศึกษาและอุดมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งท่านได้สรุปลักษณะของครูยุคใหม่ที่คาดหวังไว้มีสาระน่าสนใจเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงขออนุญาต นำมาเผยแพร่เพื่อเพื่อนผ้บริหารจะได้ใช้ประโยชน์ในการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาต่อไป
ครู คือ บุคลากรทางการศึกษาที่จะต้องอยู่กับผู้เรียนตลอดเวลา กระบวนการเรียนการสอนของครูจะต้องใช้กับเด็กนักเรียนทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ดังนั้น ครูผู้สอนจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ โดยใช้หลักของเทเลอร์ คือ ครูที่ดี มีความตั้งใจพัฒนาตนเอง อย่างสมำเสมอ เพื่อให้มีคุณภาพ มีความสามารถเหมาะสม
ดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง ได้เขียนบทความเกี่ยวกับครูพันธ์ใหม่ไว้ว่า หลังจากการปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ พอจะสรุปลักษณะครูยุคใหม่ที่คาดหวัง ควรมีลักษณะ ดังนี้
๑. การวิเคราะห์หลักสูตร
ครูต้องรู้และศึกษาหลักสูตร เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ถูกต้องเพราะหลักสูตร ช่วยให้เรารู้ว่าสอนให้นักเรียนรู้อะไร มีความสามารถหรือสมรรถภาพอะไรและเกิดสมรรถภาพเท่าไร
สาระในหลักสูตรที่ควรทราบ ดังนี้
๑) หลักสูตรที่กำหนดเป็นหลักสูตรแกนกลางที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นโดยยึดหลักความมีเอกภาพด้านนโยบายแต่หลากหลายด้านการปฏิบัติ
๒) กำหนดจุดมุ่งหมายเป็นภาพรวมของการศึกษา เป็นมาตรฐานการเรียนรู้
๓) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถตามศักยภาพ โดยจัดเพิ่มเติมจากสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม
๔) สถานศึกษา ต้องจัดทำรายวิชาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานที่กำหนด
๕) ครูต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
๒. สอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
คณูต้องรู้เรื่องการสอนและสามารถสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามที่หลักสูตรกำหนด มุ่งให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อพัฒนาตนเองตามควรแก่วัย สิ่งที่ครูควรใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ คือ การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กระบวนการวิเคราะห์และการนำไปใช้ ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอนให้สอดคล้องกับแนวการจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดี เก่งและมีความสุข ส่งผลให้มองเห็นลักษณะของการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
เป็นคนดี - ดำรงชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างมีคุณภาพและเป็นสุข
- มีจิตใจและพฤติกรรมที่ดีงาม เป็นประชาธิปไตย มีคุณธรรม
เป็นคนเก่ง - มีความรูไทย สากล
- มีความสามารถพิเศษเฉพาะทาง
- มีความสามารถคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ
- มีทักษะการเรียนได้ด้วยตนเอง
มีความสุข - มีความสุข แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
- มีความสุขในการเรียนรู้และการทำงาน
- มีความรักต่อทุกสรรพสิ่ง
ลักษณะกระบวนการเรียนรู้ที่พึงประสงค์
- เป็นกระบวนการทางปัญญา พัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
- เรียนรู้อย่างมีความสุข เน้นประโยชน์ผู้เรียนเป็นสำคัญ
- บูรณาการสาระการเรียนรู้ สอดคล้องกับความสนใจ ทันสมัย
ตามสภาพจริง
- เน้นกระบวนการคิดและการเรียนรู้ร่วมกันภายใต้บรรยากาศที่เอื้อต่อ
การเรียนรู้
กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- จัดกิจกรรมการเรียนการสอนหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน - กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์และคิดสร้างสรรค์
- กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักศึกษาหาความรู้ แสวงหาคำตอบและสร้าง
องค์ความรู้
- จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนรักสถานศึกษาและกระตือรือร้นในการเรียน
- ประเมินพัฒนาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย
- ส่งเสริมประชาธิปไตย ทำงานร่วมกับผู้อื่นและรับผิดชอบต่อกลุ่ม
- ผู้เรียนได้รับการพัฒนาสุนทรียภาพอย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้าน
- ฝึกและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
- นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีและสื่อที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้
ในการจัดการเรียนการสอน
๓. มีการพัฒนาตนเอง
๑) สำรวจความต้องการและความสนใจของตนเองเสมอ
๒) ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง
๓) เข้ารับการอบรม สัมมนา ดูงานทั้งในและนอกสถานศึกษา
๔) หาโอกาสสร้างความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
๕) ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ นำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ในการสอน
๖) พัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ เช่น ความรู คุณธรรม อารมณ์
๔. มีการวัดผลประเมินผล
การสอบวัดและการประเมินค่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับครูเพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่ครูสอนไปแล้ว นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์มากน้อยแค่ไหน เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด จัดอยู่ในระดับใด น่าพอใจหรือไม่
ผลการสอบเป็นคะแนน เป็นการตัดสินว่า ได้หรือตก การสอบที่สามารถตรวจวัดได้ถูกต้องแม่นยำขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ซึ่งมีอยู่หลายอย่าง แต่ที่ครูคุ้นเคยมากที่สุด คือ แบบทดสอบ ครูจึงควรทราบถึงแบบทดสอบที่ดีจึงจะสามารสร้างข้อสอบและใช้ประโยชน์จากการสอบได้เต็มที่
๕. ทำวิจัยในชั้นเรียน
การวิจัย เป็นการค้นหาความจริง เป็นอาวุธสำคัญในการปรับปรุงพัฒนา ครูสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางดำเนินงานได้ตลอดเวลา
การวิจัยมีหลายระดับ หลายชนิดและมีความยุ่งยากซับซ้อนแตกต่างกัน การวิจัยที่ครูสามารถทำได้เป็นการค้นหาคำตอบสิ่งที่เราปฏิบัติหน้าที่อยู่
กระบวนการวิจัยและการพัฒนา เป็นสิ่งที่ควบคู่กัน ครูคนใดที่มีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพัฒนาสิ่งที่ทำอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ต้องอาศัยการวิจัยเพื่อให้ทราบสิ่งที่ทำอยู่บนพื้นฐานการวิจัย การวิจัยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงและพัฒนา
ครู จึงมีหน้าที่สำคัญ ในการเป็นผู้ชี้แนะแนวทาง สั่งสอน ฝึกฝน อบรมให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดีและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข