ความจริงก็ไม่เคยเป็นแม่คน..แต่เขียนมาในฐานะเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ และ เป็นน้า เป็นป้าของหลานๆตอนนี้มีหลานทั้งหมด สี่คน ชายสาม หญิงหนึ่งน่ารักมากทุกคน แต่ก็ต้องมีบ่นๆกันบ้าง ตามประสาลูก หลานกัน.. พูดรวมทั้งลูก หลานของเพื่อนๆด้วย....
บางครั้งก็เลยไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการเป็นพ่อแม่คนนี่ พ่อแม่เขากลัวลูกๆจะไม่รักหรือเปล่า เพราะบางครั้งเห็นต้องทำโน้นนี่ให้ลูก.. "เสมือนทาสในเรือนเบี้ยเลย.." บางทีก็ไม่กล้าว่าลูก ต้องวานเราไปว่าแทน "ไม่เข้าใจ"อย่างยิ่ง..เป็นอะไรกัน...เวรกรรมของเราแท้ๆอุตส่าห์อยู่เป็นโสดนึกว่าจะสบายที่ไหนได้...กรรมเหมือนกัน ..."
ในความคิดเรา จึงคิดว่าอยากให้ทุกคนรู้บทบาท หน้าที่ตนเองมากกว่า พ่อแม่ก็ไม่ควรตามใจลูกจนเกินไป ให้คุยกันด้วยเหตุผล พ่อแม่ต้องขยันพูดและอธิบายให้ลูกเข้าใจ และตรงไปตรงมาต้องการให้ลูกเป็นอย่างไรก็ว่าไป ด้วยเหตุผลอะไร..ไม่ควรตามใจลูกจนเกินเหตุ ไม่ควรกลัวว่าลูกจะไม่รัก...จึงไม่กล้าว่าเขา..มิฉะนั้นเรากำลังคิดว่า" พ่อแม่กำลังฆ่าลูกทางอ้อม..หรือเปล่า"
พูดไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ควรนำเอาวิถีชีวิตของคนต่างชาติกับคนไทยมาปรับใช้ให้เข้ากันแบบผสมผสานให้ลงตัว คือฝรั่งเขามีอะไรจะพูดกันเลยตรงๆด้วยเหตุผล ซึ่งมันก็มีข้อดีคือเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่บางครั้งก็ดูเหมือนไม่เคารพผู้ใหญ่ เพราะเด็กจะกล้าพูดไปเลย..ก็คงต้องนำมาปรับใช้กับบ้านเราเหมือนกัน..(ความคิดเห็น)และเด็กเล็กๆก็ถูกฝึกให้ดูแลตัวเองได้ บ้านเราเด็กโตแล้วเห็นพ่อแม่ก็ยังต้องถือจานข้าววิ่งตามป้อนข้าวให้ลูกก็ยังมี ทำไมเป็นเช่นนั้นไม่เข้าใจ...จริง จริ๊ง จริงๆ
เราเห็นบางทีพ่อแม่ บางครอบครัวก็ตามใจลูกเกินเหตุ..เราก็ต้องเบรคๆเหมือนกัน ความจริงก็ไม่อยากไปยุ่งกับครอบครัวใครเขามาก แต่ก็อดไม่ได้ที่ต้องเตือนกันเหมือนกัน ปัญหาคือพ่อแม่ ไม่กล้าว่าลูก...อย่างหลานเราก็ชอบเล่นคอมฯพ่อแม่ปล่อยให้เล่นทั้งวัน ไม่ว่าลูก..เราก็เลยจัดการอบรมสั่งสอนซะ..ซึ่งเด็กเขาก็ทำได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันไม่อย่างนั้นก็เหมือนเดิม...ความจริงเด็กเนี่ยเขาไม่ได้ดื้ออะไรหรอกแต่เขาต้องการเหตุผลที่ดีแล้วต้องพูดกับเขาดีๆค่อยๆพูดกัน แล้วต้องใช้จิตวิทยาด้วย เด็กชอบให้ชม คืออย่าให้เขารู้สึกว่า ว่าเขาหรือดุเขา แต่ให้เขารู้สึกว่าเรารักเขาและอยากให้เขาเป็นเด็กดี...ก็สามารถจัดการแก้ปัญหาต่างๆได้
คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายก็ต้องปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันด้วย ไม่ควรตามใจหลานๆเกินไป "..คุณย่า คุณยายฯลฯเนี่ยก็"ชอบตามใจหลานแบบสุดๆเหลือเชื่อจริงๆยังไม่สามารถเข้าใจได้...ว่าทำไม...เราก็ต้องคอยเบรคว่า ไปตามใจเด็กมากเกินเด็กเสียคน..แล้วต่อไปพ่อแม่ น้าอา ก็ต้องรับกรรม แก้ปัญหา คุณตา คุณย่า คุณยาย ก็ตายหมดแล้ว ทำไง...ไม่ได้....เราก็ไม่ยอม..ต้องคุยกันเหมือนกัน...
สรุปทุกวันนี้ในฐานะทั้งป้าและทั้งน้าเลยต้องคอยสอดส่อง ดูความประพฤติหลานๆด้วยและอีกหน้าทีหนึ่งคือดูแลคุณแม่
ในฐานะเราเป็นลูกก็ต้องคำนึงเหมือนกันว่าไม่ควรให้มี"พ่อแม่รังแกฉัน..และฉันรังแกพ่อแม่"หมายความว่าอย่างไร ก็คือไม่ปล่อยให้คุณแม่ตามใจเรามากไป ไม่ต้องมาทำอะไรให้มากไป ตามสมควรพอ เช่น ทุกวันนี้ทานข้าวที่บ้านคุณแม่ชอบจะตักข้าวให้ เป็นต้น ก็ต้องรีบชิงตักข้าว รินน้ำให้คุณแม่ก่อน มิฉะนั้น จะทำให้เรานิสัยเสีย..เพราะไม่รู้บทบาทหน้าที่ตนเองในฐานะลูก เรื่องไหนเป็นหน้าที่ลูก ลูกต้องทำ ไม่ใช่ให้พ่อแม่ทำ..ความจริงเรื่องเหล่านี้จะสามารถปรับใช้กับกรณีอื่นๆในชีวิตประจำวันได้ คือต้องรู้บทบาทหน้าที่ตนเอง
ดังนั้นหากพ่อแม่ตามใจลูก ทำให้ลูกทุกอย่าง เราเชื่อว่าลูกจะนิสัยเสีย..ไม่รู้บทบาท หน้าที่ตนเองได้ ไม่มากก็น้อยแล้วแต่จะคิดได้หรือไม่ และจะทำให้อยู่ในสังคมและหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่นลำบากในอนาคต..ได้
ขณะเดียวกันถ้าลูกต้องทำอะไรให้พ่อแม่มากเกินไป ก็อาจทำให้พ่อแม่กลายเป็นผู้ใหญ่ที่อ่อนแอได้ เช่นกัน เพราะต้องรอแต่ให้ลูกมาดูแล อาจกลายเป็นผู้ใหญ่มีปัญหาได้..
ดังนั้น "ทางสายกลาง" ดีที่สุด และยืนบนทางสายกลางร่วมกัน ด้วยเหตุและผล ต้องกล้าพูด กล้าคุยกันตรงไปตรงมาว่าคิดอย่างไร ต้องการอย่างไร และต้องเข้าใจกันทุกฝ่ายให้มากที่สุด..ปัญหาต่างๆจะลดลงได้..
และขอให้ พ่อแม่ จงเป็น"เทวดาของลูก" ให้ลูกรักและเคารพ เชื่อฟังและอยู่กันได้อย่างมีความสุข ด้วยความเข้าใจกันอย่างแท้จริง อย่าให้พ่อแม่ ต้องเป็น "ทาสในเรือนเบี้ยของลูกเลย" เพราะนอกจากพ่อแม่อาจกำลังฆ่าตนเองทางอ้อมแล้วก็กำลังฆ่าลูกด้วย... และขณะเดียวกันก็ไม่ควรปล่อยให้ลูก เป็น "เทวดาของพ่อแม่"
แต่พ่อแม่บางคนบอกก็ฉันมีความสุขที่ได้ทำอะไรให้ลูกๆ ยุ่งกะฉันทำไม...ก็อย่ามาบ่นให้ฟังซิย๊ะ.....ก้มหน้าก้มตารับกรรมไป ซักผ้า รีดผ้า เก็บผ้า ตากผ้าไป.. ไม่ต้องบ่น..นะย๊ะ..โชคดี...นะย๊ะ..บ๊าย บาย.........
สวัสดีคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของนานาจิตตัง คุณว่าไหม หากพ่อแม่และลูก ๆ ของครอบครัวใดมีความสุขกับแนวทางเส้นไหน ก็ถือว่าเป็นความสุขที่พอเพียงของครอบครัวนั้น ซึ่งในครอบครัวอื่น ๆ
สวัสดีคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของนานาจิตตัง คุณว่าไหม หากพ่อแม่และลูก ๆ ของครอบครัวใดมีความสุขกับแนวทางเส้นไหน ก็ถือว่าเป็นความสุขที่พอเพียงของครอบครัวนั้น ซึ่งในครอบครัวอื่น ๆ อาจจะมองแล้วขวาง ๆ บ้างก็ตาม
สำหรับครอบครัวดิฉัน(หลายชั่วคน) นั้น จะเลี้ยงลูกแบบให้ช่วยเหลือตัวเอง และเน้นคำโบราณว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" แต่ก่อนตีก็จะบอกเหตุผลว่าที่จะทำโทษนั้นเพราะอะไร และให้ลูกช่วยเหลือตัวเองก่อนก่อนที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ ปรึกษาหารือ บอกเล่าเก้าสิบได้เหมือนเพื่อน ๆ เพื่อช่วยเหลือระบายได้ทุกสถานะ
ขอบคุณนะคะ คงได้พบพูดคุยกันอีก
สวัสดีคะคุณ P'กา ก้า
ได้ข้อคิดอีกแง่มุมหนึ่งคะ ว่าบางทีเราอาจจะมองแล้วขวางๆ ไม่เห็นด้วย แต่เขาอาจมีความสุขกันก็ได้ ทะเลาะกันบ้าง ฯลฯก็อาจเป็นความสุขของเขาก็ได้นะคะ...
แต่เห็นด้วยกับคุณ P'กา ก้า นะคะที่ต้องเลี้ยงลูกกันด้วยเหตุผล สำคัญมาก และอตหิ อตโน นาโถ เป็นแนวทางที่เยี่ยมเลยคะ
และที่เห็นด้วยสุดๆคืออยู่กันได้เป็นได้ทั้งพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนแบบนี้"เยี่ยมจริงๆ"คะ อบอุ่นดีนะคะ...
ยินดีอย่างมากคะที่ได้มีโอกาสพูดคุยกันนะคะ และคงได้พบพูดคุยกันอีกนะคะ
.. หมูอ้วน