
หนึ่งในขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคงหนีไม่พ้น “ข้าวโพดคั่ว” หรือ “ป๊อบคอร์น (popcorn)” ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าผู้อ่านทุกท่านต้องรู้จักหน้าตาและเคยลิ้มลองกันมาแล้ว แต่จะเคยทราบประวัติความเป็นมาหรือไม่นั้น ผู้เขียนไม่กล้าฟันธงค่ะ เพราะตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบเช่นกัน จนกระทั่งมาสืบประวัติ ซึ่งถึงกับตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึงว่าขนมที่เราเห็นกันบ่อยๆ เวลาเดินตามงานวัด ตลาดนัด และกินไปขณะชมภาพยนตร์ไปนั้น จะมีประวัติอันยาวนาน และยังมีแง่มุมอะไรอีกหลายอย่างที่ชวนให้พิศวงและน่าติดตาม ดังนั้นเราลองมาทำความรู้จักกับป๊อบคอร์นกันค่ะ ป๊อบคอร์นเป็นสายพันธุ์หนึ่งของข้าวโพด ซึ่งมีต้นกำเนิดจากหญ้าป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า zea mays everta ลักษณะพิเศษของข้าวโพดสายพันธุ์นี้คือ สามารถเปลี่ยนสภาพจากเมล็ดธัญพืชแข็งสีเหลืองให้กลายเป็นสีขาวนุ่ม เมื่อโดนความร้อน จากประวัติข้อมูลของป๊อบคอร์นพบว่า มันถูกปลูกเป็นครั้งแรกที่ประเทศเม็กซิโกและมีการค้นพบป๊อบคอร์นที่เก่าแก่ซึ่งมีอายุอย่างน้อย 4,000 ปี ที่ถ้ำแบท (Bat cave) ในมลรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าป๊อบคอร์นมีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองอเมริกันมาช้านาน เพราะนอกจากจะใช้บริโภคแล้วยังใช้ในการประดับตกแต่ง ทำพวงมาลัย สร้อยคอ และมงกุฎ สำหรับใช้ประกอบในพิธีกรรมสักการะเทพเจ้าแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์ (Tlaloc) อีกด้วย
ของประดับตกแต่งที่ทำจากป๊อบคอร์น พวงมาลัยที่ทำจากป๊อบคอร์น
เทพเจ้าแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์
ป๊อบคอร์นได้รับความนิยมมากในอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนมาถึงกลางศตวรรษที่ 20 ผู้บริโภคสามารถซื้อหาป๊อบคอร์นได้ง่าย ไม่ว่าจะเดินอยู่ตามสวนสาธารณะ โรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่ตู้หยอดเหรียญข้างถนน และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำขนมหวานและลูกกวาดถูกส่งไปยังกองทัพ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลอย่างหนัก ผู้คนจึงหันมาบริโภคป๊อบคอร์นกันมากขึ้น แต่ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 โทรทัศน์ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้โรงภาพยนตร์ถูกใช้บริการน้อยลงจึงส่งผลกระทบต่อ การบริโภคป๊อบคอร์น แต่ไม่นานนักเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเริ่มบริโภคป๊อบคอร์นที่บ้าน ป๊อบคอร์นก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
จากข้อมูลของคณะกรรมการด้านป๊อบคอร์น (popcorn board[1]) ที่ประกอบไปด้วยบุคลากรจากบริษัทผู้ผลิตป๊อบคอร์นหลายแห่ง ได้แสดงให้เห็นว่า ในช่วง ค.ศ. 1970-2002 แนวโน้มการบริโภคป๊อบคอร์น สูงขึ้น ชนชาติที่นิยมมากที่สุดคือชาวอเมริกัน บริโภคประมาณ 17.3 พันล้านควอทต่อปี หรือโดยเฉลี่ย 68 ควอทต่อคนต่อปี (ลองนึกถึงกล่องที่มีขนาด 25ซม.x30ซม.x100 ซม.และ มีป๊อบคอร์นอยู่เต็มกล่อง) และร้อยละ 70 นิยมบริโภคที่บ้านส่วนอีกร้อยละ 30 บริโภคที่โรงภาพยนตร์ สนามกีฬา และ โรงเรียน
ความมหัศจรรย์ไม่หมดเพียงแค่มีประวัติอันยาวนานนะคะ แต่ยังมีลักษณะพิเศษของข้าวโพดสายพันธุ์นี้อีก ผู้อ่านเคยสงสัยบ้างไหมคะว่า “ทำไมป๊อบคอร์นถึงป๊อบ?” ( คำว่าป๊อบในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงป๊อบปูล่าร์ (popular) แต่หมายถึงการเปลี่ยนสภาพจากเมล็ดข้าวโพดแข็งสีเหลืองเป็นสีขาว อ่อนนุ่ม น่ารับประทานและมีเสียง “ป๊อป”) ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเมล็ดข้าวโพดป๊อบคอร์นกันก่อนเพื่อจะได้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นค่ะ



