เย็นวันที่ ๑๒ ม.ค. ๕๑ เมื่อมีการสรุปการสัมมนากรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารจุฬาฯ     ผมถามตัวเองว่าผมเห็นอะไร    ผมตอบตัวเองว่า ผมเห็นจุฬาฯ กำลังเตรียมตัวออกจากระบบการทำงานแบบ SLS – Simple and Linear System ของระบบราชการ ไปสู่การทำงานแบบ CAS – Complex Adaptive Systems ในสภาพของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

         ผมไม่ได้เป็นกรรมการสภาของจุฬาฯ แล้ว หลังจากเป็นมาหลายสมัย ได้เรียนรู้เป็นอันมาก     แต่ทางผู้จัดการสัมมนายังกรุณาเชิญมาร่วม     ทำให้ผมได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อคิดเห็น

         ผมสนใจเรื่องบทบาทของสภามหาวิทยาลัยตาม พรบ. ใหม่  และเรื่องสำนักงานสภามหาวิทยาลัยตาม พรบ. ใหม่    และการอภิปรายแลกเปลี่ยนทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า สภามหาวิทยาลัยต้องทำงานเป็น partner กับฝ่ายบริหาร    ผมเสนอต่อท่านนายกสภาฯ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา ว่า หัวใจของสภาฯ คือการจัดให้มี enabling mechanism ต่อฝ่ายบริหาร     ให้ฝ่ายบริหารได้ทำหน้าที่จัดการบรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดได้เป็นอย่างดี   

         ในกรณีของจุฬาฯ หัวใจคือการทำให้แผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ    โดยทำให้ฝ่ายปฏิบัติมี ownership ต่อแผนยุทธศาสตร์    แล้วฝ่ายบริหารกับสภามหาวิทยาลัยร่วมกันจัด enablers ให้ฝ่ายปฏิบัติได้ทำงานสร้างผลงานอย่างสนุกสนานภาคภูมิใจ

         สภาพเช่นนี้ไม่มีสูตรสำเร็จในการทำงาน    ต้องกล้าทำในลักษณะทดลอง ทำไปเรียนรู้ไป    ที่เรียกว่าแบบ Chaordic หรือแนว Complex Adaptive Systems     ผมตีความเช่นนี้ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด

วิจารณ์ พานิช
๑๒ ม.ค. ๕๑