รับสั่งทำเพื่อส่วนรวม-ซื่อสัตย์ หมักลั่นไม่ยอมให้มีรมต.ขี้โกง ในหลวงโปรดเกล้าฯ ครม.แล้ว ทรงรับสั่งให้ทำเพื่อส่วนรวม-รักษาความซื่อตรง "สมัคร" ลั่นเอาเกียรติเป็นประกันไม่ยอมให้ รมต.ทุจริตคอรัปชั่น บอก 3 เดือนก่อนหมดวาระจะแก้ รธน.พร้อมนิรโทษกรรม 111 ทรท. ด้าน ปชป.เหน็บ "ครม.เมียขัดดอก" กกต.แจก 3 ใบเหลือง พปช.เขต 3 สุรินทร์ เสนอศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ "เจิมศักดิ์" ฟันธงรัฐบาลอายุแค่ปีเดียว เลขาฯ ครป.เชื่อปรับ ครม.ทุก 3 เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทย นำคณะรัฐมนตรีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อรับพระราชทานประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรี ความว่า " ก็ต้องถือว่า คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องเก็บเอาไว้เป็นคำที่จะปฏิบัติ ปฏิบัติในการกระทำทุกอย่างในอนาคต เพราะว่าถ้าพูดไปแล้ว แล้วไม่ปฏิบัติก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้น ขอให้ท่านได้ปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ท่านมาเป็นรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าประเทศต้องมีผู้ใหญ่ และถ้าท่านเป็นผู้ใหญ่ ประเทศก็จะอยู่เย็นเป็นสุขได้ ถ้าประเทศอยู่เย็นเป็นสุข หมายความว่า ประชาชนมีที่พึ่ง ถ้าประชาชนมีที่พึ่งแล้วก็สามารถที่จะมีชีวิตที่มีหลักประกันว่า จะสามารถอยู่ได้ ซึ่งหลายประเทศในละแวกนี้ ก็มีความเดือดร้อน ไม่ใช่ในละแวกนี้ ทั่วโลกมีความเดือดร้อน เพราะว่าไม่มีคนที่มีหลัก ท่านต้องถือว่าท่านเป็นคนที่มีหลักจะปฏิบัติงาน มีหลักที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม อาจจะแปลก อาจจะนึกว่าแปลกว่าทำไมคน 35 คน จะต้องเสียสละเพื่อคน 63 ล้าน ก็เพราะว่าคน 63 ล้าน หวังว่าคณะรัฐมนตรีจะทำงานเพื่อเขา ถ้าไม่ทำงานเพื่อประชาชน ก็จะทำงานเพื่ออะไร ฉะนั้น ก็ขอให้ท่านพยายามที่จะทำ อาจจะทำยาก แต่เชื่อว่าท่านจะต้องทำได้ เพื่อให้ประเทศชาติหวัง ไม่ผิดหวังในงานที่ท่านกำลังทำอยู่ ถ้าเขาไม่ผิดหวัง ท่านก็เป็นผู้ที่เรียกว่า มีความดี และถ้าทำด้วยความดีนั้น ที่จริงก็โก้ไม่หยอก รู้สึกโก้ดีที่ทำเพื่อให้ประชาชนได้หวัง และมองหวังว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีจะทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และส่วนรวมก็บอกได้เลยว่า ในประเทศที่อยู่ใกล้เคียงประเทศไทย และประเทศอื่นๆ เขาไม่ค่อยได้เห็นคนที่พยายามทำเพื่อส่วนรวม ท่านจะต้องทำเพื่อส่วนรวม ถ้าทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว ท่านก็โก้ไม่หยอก ท่านก็มีความดีกับตัวอยู่แล้ว วันนี้เมื่อท่านปฏิญาณว่าท่านจะทำเพื่อส่วนรวม ท่านก็มีเกียรติไม่น้อย ฉะนั้น ขอให้ท่านได้พยายามทำตามที่ท่านได้ปฏิญาณตน เพื่อให้เป็นผลสำเร็จที่ดี ถ้าทำได้แม้แต่นิดเดียวก็ยังดี ถ้าทำได้มากก็ยิ่งดี ฉะนั้น ขอให้ท่านรักษาความซื่อตรง และตามที่ท่านนายกฯ ได้มาพูดว่า ท่านนายกฯ เอง และรัฐมนตรีต่างๆ ได้ มีความตั้งใจที่จะทำก็เป็นเกียรติไม่ใช่น้อย และถ้าท่านให้เป็นเกียรติ อย่างที่ท่านได้พูดเมื่อตะกี๊ เป็นที่ดีมาก และประเทศก็จะอยู่ได้ ถ้าประเทศอยู่เย็นเป็นสุขได้ ท่านก็เรียกว่าได้บุญ ท่านได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีมาก ในโลกนี้หายาก ถ้าท่านทำดี ในโลกนี้หายากคนที่ตั้งอกตั้งใจอย่างที่ท่านได้ตั้งใจที่จะทำ ในเมืองไทยนี้ท่านเป็นผู้ใหญ่ในประเทศหนึ่งต้องมีผู้ใหญ่ รัฐมนตรี ก็คือเป็นผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ และก็ถ้าทำสำเร็จท่านมีความสามารถที่จะทำด้วยความรู้ ด้วยความสามารถ ทำเพื่อให้คนจำนวนมาก ทั้ง 35 คน บวกกับนายกฯ เป็น 36 คนทำเพื่อคนเป็นจำนวนล้านเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่สุด และท่านเองเมื่อรักษาความดี ความตั้งใจ ที่จะให้คณะของท่านอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศชาติก็อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ถ้าทำได้ดี ท่านก็มีเกียรติ และคณะท่านก็มีเกียรติ ก็ขอให้ท่านได้ทำสำเร็จ เพื่อเกียรติของคณะรัฐบาลไทย และของประเทศชาติ ก็ขอให้ท่านได้มีความสำเร็จในการกระทำ ที่ท่านเองได้ตั้งใจที่จะทำ และขอให้ท่านและนายกฯ มีความสำเร็จในงาน ฉะนั้น ก็ขอให้พรว่า จะว่าให้พร ไม่ใช่ให้พร ให้ท่านได้พรที่จะปฏิบัติงานสำเร็จเรียบร้อยในงานที่ท่านตั้งใจจะทำ ขอให้ท่านมีความสำเร็จทุกอย่างที่ได้ตั้งใจทำ ..." พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2551 แล้วนั้น บัดนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง นายสหัส บัณฑิตกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช เป็น รมว.กลาโหม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็น รมช.การคลัง ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รมช.การคลัง นายนพดล ปัทมะ เป็น รมว.การต่างประเทศ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุธา ชันแสง เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายธีระชัย แสนแก้ว เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็น รมว.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็น รมช.คมนาคม นายอนุรักษ์ จุรีมาศ เป็น รมช.คมนาคม นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายมั่น พัธโนทัย เป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เป็น รมว.พลังงาน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เป็น รมช.พาณิชย์ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็น รมช.พาณิชย์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รมว.มหาดไทย นายสุพล ฟองงาม เป็น รมช.มหาดไทย นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เป็น รมช.มหาดไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รมว.ยุติธรรม นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็น รมว.แรงงาน นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็น รมว.วัฒนธรรม นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายพงศกร อรรณนพพร เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็น รมว.สาธารณสุข นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รมช.สาธารณสุข ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
ขอให้ทุกท่านรักประเทศไทย...รักในหลวง ปฎิบัติตามที่พระองค์ทรงพระราชดำรัส นะค่ะท่านรัฐมนตรีทั้งหลาย
....ประเทศไทยจักถึงคราววิบัติ.....
ต่อให้มี ดร. เต็มเมืองก็ช่วยอะไรไม่ได้
...ประเทศนี้เป็นของทักษิณ...
อย่าคิดมากปวดหัว