เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ    หากระบบการศึกษาเดินผิดทาง จะแก้ยากมาก เป็นปัญหาเรื้อรังไปนาน    มีหลักฐานว่าระบบการศึกษาของไทยได้เดินผิดทางมานาน และยังเดินผิดทางอยู่    ดูรายงานของ McKinsey เรื่อง How the world’s best performing school systems come out on top  (ใช้วลีนี้ค้นโดย Google ได้) เป็นรายงานที่คนในวงการศึกษา หรือสนใจระบบการศึกษาของชาติ ต้องอ่าน ๓ เที่ยว อ่านแล้วตีความและไตร่ตรองนานๆ

         ผมเอ่ยในการประชุมสถาบันคลังสมองของชาติ เมื่อ ๖ ก.พ. ๕๑     ถามที่ประชุมว่าผมตีความผิดหรือไม่     ในที่ประชุมมี ศ. ดร. พจน์ สะเพียรชัย   ท่านอมเรศ ศิลาอ่อน  ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์    ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร    คุณนิพนธ์ สุรพงศ์รักเจริญ   ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์   เป็นต้น

ผมตีความว่า
     o ตั้งแต่ปฏิรูปการศึกษา โดยมี พรบ. ปี ๒๕๔๒    ระบบการศึกษาไทยด้อยลง     ดูที่ผลสัมฤทธิ์ที่ผู้จบการศึกษา     ดู PISA Study
     o การปฏิรูปการศึกษา โดย พรบ. ปี ๒๕๔๒    เป็นการปฏิรูปที่เน้น suprastructure   เน้นที่ระดับผู้บริหาร     คนที่ได้รับประโยชน์คือผู้บริหารและครู     เด็กกลับเสียประโยชน์
     o ระบบใหม่ ครูต้องพัฒนาวุฒิการศึกษาของตน หรือเอาใจเจ้านาย จึงจะได้ดี     ไม่ใช่ได้ดีเพราะเอาใจใส่ศิษย์     ดังนั้น ในช่วง ๘ – ๙ ปีที่ผ่านมา ครูจึงเอาใจใส่ศิษย์น้อยลง  

           ท่านผู้ใหญ่ในที่ประชุมบอกว่าผมตีความถูกแล้ว     และเราต้องช่วยกันแก้ไข    เราจะไม่กล่าวโทษใคร     เพราะทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่ ต่างก็เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ทั้งสิ้น    ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
 
           การวิจัยระบบการศึกษา/ระบบการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างยิ่ง     และต้องไม่ผูกขาดอยู่ในคนที่เรียนมาทางด้านการศึกษา  ต้องทำแบบ multidisciplinary

วิจารณ์ พานิช
๗ ก.พ. ๕๑