ใช่ว่าทุกคนที่สามารถเข้าสู่การรักษาพยาบาล
ณ โรงพยาบาลในประเทศอังกฤษ
(Entitlement to Secondary (Hospital) Treatment)
“เขาเป็นชาวรวันดาคนหนึ่ง(a Rwandan) และก่อนที่เขามาถึงเรา เขาอาศัยบนถนนและขาดแคลน เขาเป็นมะเร็งลำไส้และใส่ถุงหน้าท้องสำหรับขับถ่าย(a Colostomy Bag) จากการผ่าตัดครั้งก่อน ไม่เพียงทรัสต์โรงพยาบาล(the Hospital Trusts)เท่านั้น ที่ปฏิเสธที่จะดูแลเขาเพราะเขาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล แม้แต่แพทย์เวชปฏิบัติในท้องถิ่นที่เขาอาศัย (his Local GP) ยังปฏิเสธที่จะรับดูแลเขา”
คณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัย(The Refugee Council))
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสามารถออกกฎเก็บค่ารักษาได้[1] ดังนั้นรัฐมนตรีจึงมีการออกกฎ(Regulation) ให้ NHS Trusts เรียกเก็บเงินบุคคลที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ทั่วไป(Ordinarily resident) ในประเทศอังกฤษ ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล (Hospital Treatment or Secondary Care) ในปี ค.ศ.1989[2] โดยใช้คำเรียกบุคคลเหล่านั้นว่า “Overseas Visitors”
ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 ได้มีการแก้ไขกฎ[3]กำหนดให้บุคคลที่ถูกปฏิเสธการร้องขอเป็นผู้ลี้ภัยต้องเสียค่าบริการของโรงพยาบาล เมื่อไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาลจึงไม่ได้รับการบริการทางการแพทย์และไม่สามารถเข้าสู่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การออกกฎกำหนดดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 3 หรือ มาตรา 8 หรือ มาตรา 14 ของ ECHR[4] (The European Convention Human Rights) ที่ประเทศอังกฤษเป็นภาคี เป็นการเลือกปฏิบัติ ขัดต่อหลักความเสมอภาค ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข หนึ่งตัวอย่างที่เกิดในประเทศอังกฤษ
น่าสนใจ กรณีที่อ้างถึงเกิดขึ้นเมื่อไหร่คะ ? เอามาจากไหน ? ใส่อ้างอิงด้วยนะคะ แล้วเรื่องนี้จบอย่างไรคะ ?