วันนี้ตอนช่วงเช้า บังเอิญแวะไปเยี่ยมอาจารย์ของคณะที่ห้องพัก นานมากแล้วครับที่ผมไม่ได้เดินไปเยี่ยม แล้วก็เห็นสมุดเซนต์ชื่อของสาขาวิชา รปศ. น่าสนใจมากครับ ก็เลยได้สอบถามพูดคุยกับอาจารย์... (ขอสงวนนาม ไม่มีไรหรอก แค่ไม่อยากบอกชื่อ) ถึงผลการดำเนินการ ซึ่งพบว่า ทำให้สาขาวิชามีข้อมูลและติดตามงานของอาจารย์ได้ดีขึ้นมากเลยครับ และเรื่องนี้ก็ทำให้คิดถึงนโยบายของผมเองที่ให้สาขาวิชาดำเนินการไปเมื่อหลายปีก่อน (เป็นนโยบายที่ผมเองไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ต้องประกาศออกไป) คิดได้อย่างนั้นก็สรุปการทำงานของตัวเองว่า ติดลบจริงๆ ให้นโยบายคนอื่นแล้วทำไมไม่ติดตามงานบ้าง และก็ไม่แน่ใจว่ามีสาขาวิชาไหนบ้างที่ยังดำเนินการอยู่ แต่พอได้คุยกับสาขาวิชาอื่นก็พบว่ามีการดำเนินการอยู่เกือบครบทุกสาขา (อาจจะยกเว้นก็ วิชาชีพครู ต้นสังกัดผมเอง ฮาฮา)
เมื่อได้เจออาจารย์..... ก็เลยเชิญท่านมานั่งคุยต่อที่ห้องคณบดี แล้วก็เชิญรองคณบดีอีกสองท่านมานั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสียเลย ได้ความคิดเห็นต่อการพัฒนางานของคณะเยอะมากครับ สรุปเป็นข้อๆ ได้อย่างนี้ครับ
- จากการประเมินอย่างไม่เป็นทางการของหน่วยงานจากสำนักงานอธิการบดี พบว่า คณะศิลปศาสตร์ฯ เป็นคณะมีการสื่อสารระหว่างหน่วยงานช้าที่สุด
- ผู้บริหารระดับปฏิบัติการของคณะขาดการสื่อสารกับระดับนโยบายของมหาวิทยาลัย อันนี้ผมเห็นด้วยมาก แล้วก็นำเสนอไปว่า ตอนนี้ในระดับรองคณบดีเราสร้างโลกของเราเองครับ เราจะทำเฉพาะที่เราคิดและตัดสินใจเองได้เท่านั้น ผมยกตัวอย่าง รองบริหาร ตอนนี้ท่านสร้างระบบธุรกิจคณะขึ้น เพื่อช่วยให้งานบริหารของคณะคล่องตัวขึ้น ส่วนเรื่องอื่นถ้าไม่ได้รับการสั่งการมา ก็ไม่รู้จะทำให้อย่างไร ขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่ตอนนี้ผมส่งเรื่องอะไรขึ้นไป ผมไม่เคยได้ฟีตแบคกลับมาเลยครับ และเมื่อเดือนที่แล้วผมส่งเรื่องเดียวกันไปยังสองหน่วยงาน แต่ก็เงียบทั้งสองหน่วยเลยครับ
- ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศของคณะ ยังไม่สามารถตอบสนองงานจริงๆ ได้
- งานสารบัญของคณะมีปัญหา
- ผมสรุปรูปแบบบริหารคณะตอนนี้ว่า ระบบตอนนี้เป็นเหมือนสายไฟที่มันพันกัน เลยหาไม่เจอว่า มันช็อตกันที่ไหน แล้วทำไมไฟจึงตกบ่อย
- อำนาจการตัดสินใจในระดับหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ มีจำกัดมาก
สิ่งสุดท้ายที่ในการสนทนาครั้งนี้เอามาคิดกันคือ การที่ผู้บริหารไม่ตัดสินใจในบางปัญหา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องมีค่าใช้จ่ายแบบเปล่าประโยชน์เพิ่มเป็นสองเท่า ดังนั้นถ้าผู้บริหารมีข้อมูลพร้อมตัดสินใจแต่ยังประวิงเวลาอยู่เพียงเดือนเดียว มหาวิทยาลัยเสียเงินไปเกือบสองหมื่นบาทต่อหนึ่งปัญหา อันนี้ยังไม่นับปัญหาสืบเนื่องอีกเยอะครับ อย่าหาว่าผมตำหนิผู้หลักผู้ใหญ่นะครับ แต่มีหลายปัญหาที่ไม่ได้ยินคำตัดสินสักทีหนึ่งครับ ลองคิดดูนอกจากจะเป็นปัญหาให้กับระบบงานปกติแล้ว ยังต้องเสียเงินเพิ่มอีก บางปัญหาลากยาวมาตั้งแต่เปิดเทอมแล้วครับ
การนั่งคุยนอกรอบแบบถอดหมวกครั้งนี้ ผมและรองคณบดีอีกสองท่าน (รวมเป็นสามท่าน เพราะผมก็เป็นรองคณบดีเหมือนกัน ฮิฮิ) หาทางออกได้ในหลายส่วนครับ แต่ก็มีอีกหลายปัญหาที่จะต้องหาทางสะท้อนภาพให้ผู้บริหารระดับสูงต่อไปได้ทราบและแก้ไขครับ
อีกหนึ่งเสียงสะท้อนมาจากภรรยาผมครับ แต่ไม่ใช่ภรรยาผมบ่นนะครับ เป็นเพียงคนรายงานต่อ เนื่องจากวันนี้มีเจ้าหน้าที่จาก TOT (ไม่ใช่คนอื่นคนไกลครับ รู้จักกันมาก่อน) มาติดตั้ง adsl ที่บ้านผมครับ เขาบ่นว่า ที่มหาวิทยาลัยระบบมีปัญหาบ่อยมาก และเขาต้องเสียเวลามาซ่อมให้จนเสียงานอื่น พยายามจะบอกวิธีการให้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่พยายามจะทำความเข้าใจ ใช้เวลามาเกือบชั่วโมง มาซ่อมแค่ไม่ถึงสามนาที (แต่ตอนผมกลับมาถึงบ้าน เขาไม่ได้บ่นให้ผมฟังนะครับ ฮิฮิ) เสร็จจากบ้านผม เห็นว่าจะไปซ่อมข้างในมหาวิทยาลัย พอผมรู้ว่าเสียอย่างไร ก็เลยบอกว่า ที่คณะก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน รบกวนไปซ่อมด้วยนะครับ (ฮิฮิ มารู้ที่หลังว่า เขาฝากภรรยาต่อว่าไปเมื่อกี้นี้เอง)
อันนี้น่าจะเป็นปัญหาจากระบบเครือข่ายภายในของมหาวิทยาลัย ที่ไม่มีใครยื่นมือมาเป็นเจ้าภาพสักที (เจ้าภาพตัวจริงก็เอาตัวเองไม่รอด) ทำให้แต่ละหน่วยงานเลยขาดระบบเครือข่ายที่ดี อันนี้แหละครับที่ทำให้ผมไม่กล้าเดินโครงการหลักสูตรทางไกลต่อ
บันทึกก่อนหน้านี้เป็นบันทึกแรกที่ผมทดลองใช้ระบบ adsl ที่บ้านครับ พร้อมกันนั่นก็คุยงานกับฝ่ายวิชาการผ่านโปรแกรม skype เพราะขี้เกียจกลับไปทำงานที่คณะแล้ว (เสร็จจากประชุมกับทีมงานของกำนัน ภรรยาก็โทรเรียกให้กลับบ้าน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ tot ต้องการคุยด้วย)
กระจกสะท้อน ย้อนมาสอน สรรค์สร้าง ครับ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
JJ กระจกสะท้อนใสๆ สรรค์สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ที่บ้านผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
อยากให้เขาสอนเหมือนกันว่าซ่อมที่ไหน
มันสนุกครับที่ต้องรอเขามาซ่อมตลอดไป
ถ้ารู้วิธีซ่อม ซ่อมเองดีกว่า...
หรือว่า... เป็นเพียง กลไกป้องกันตัวเอง ..(โยนความผิดไปเรื่อยๆ)
แทนที่จะบอกความบกพร่องของ ระบบที่ให้บริการ...
เดือนหนึ่งหลายตังครับ .. ประเมินเลยไม่คุ้มที่จ่ายไป
อาจารย์
<div class="info">3. Ibm ครูปอเนาะ ครับ ความเห็นนี้กลั่นมาจากหัวอกคนใช้บริการอย่างชัดเจนเลยใช่มัยครับ</div>
ขอผมเอง เมื่อสองวันก่อนเขามาติดตั้งเอดีเอสเอล โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ ทีแรกนึกว่า ลืมจ่ายค่าอะไร สุดท้ายก็โทรที่ทีโอที แล้วได้สองเรื่อง
คำตอบที่ได้คือ ที่โทรศัพท์บ้านผมใช้งานไม่ได้เนื่องจากปลั๊กที่ปลายทางหลุด ฮาฮาฮา อันนี้ยังงัยๆ ผมก็ซ่อมเองไม่เป็น