“กรุณาอย่าส่งเสียงดัง” เป็นข้อความหนึ่งที่มักระบุไว้ในกฎระเบียบการใช้ห้องสมุด และบ่อยครั้งมักเกิดกรณีพิพาทกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ห้องสมุดกับผู้ใช้ จนบางครั้งทำให้ผู้ใช้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้ห้องสมุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการโดยตรง ทำให้ผู้ใช้บางคนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการได้ ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้เป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานห้องสมุด ห้องสมุดในมโนภาพของแต่ละท่าน ก็จะมีรูปแบบแตกต่างกัน บางท่านต้องการให้พูดคุยกันในห้องสมุดได้ บางท่านต้องการดูภาพยนตร์ในห้องสมุดได้ บางท่านต้องการทานอาหารในห้องสมุดได้ เป็นต้น จากข้อเรียกร้องของผู้ใช้ ห้องสมุดหลายแห่งจึงได้นำมาพิจารณา ศึกษาทั้งข้อดี ข้อบกพร่อง มีการทดลองและปรับปรุง จนปัจจุบัน ห้องสมุดที่มีการจัดหนังสือให้บริการ มีกฎระเบียบกำหนดในการใช้บริการ มีข้อจำกัดต่างๆ มากมายจนทำให้ดูเสมือนห้องสมุดที่ไร้ชีวิต ไร้ความสุข ไร้ความสนุกสนาน มีแต่ความเคร่งเครียดในการเรียนรู้ ห้องสมุดหลายแห่งต้องการพัฒนาและปรับปรุงห้องสมุดของตัวเองให้มีชีวิต ผู้ใช้มีความสุข มีความเพลิดเพลินในการใช้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้ ดังนั้นห้องสมุดมีชีวิตก็เกิดขึ้น ห้องสมุดมีชีวิต เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย จากการปาฐกถาพิเศษต่อที่ประชุม สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง มิติใหม่ของการปฏิรูปอุดมศึกษา : หัวใจแห่งการพัฒนาชาติ ณ จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2544 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวถึงห้องสมุดว่า “ผมเป็นห่วงระบบห้องสมุดไทย ช่วยคิดให้ผมหน่อย ผมพร้อมจะลงทุนห้องสมุด แต่อยากให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต ไม่ใช่ลงทุนแล้วตาย ก็ซื้อหนังสือ ลอดแรกแล้วก็หยุด แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะทำอย่างไรให้มีห้องสมุดอย่างเมืองนอกที่ประเทศไทย และห้องสมุดตั้งอยู่ในสถานที่เด็กวัยรุ่นชอบ โดยตั้งแข่งกับสถานบันเทิงได้ไหม ถือว่าเป็นบันเทิงอีกแบบ” ดังนั้น ห้องสมุดในประเทศไทยหลายแห่งจึงได้ตื่นตัว และพัฒนาห้องสมุดของตนให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ดังนั้นห้องสมุดมีชีวิตก็น่าจะหมายถึง การพัฒนาห้องสมุดให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด โดยมีกิจกรรมต่างๆมาดึงดูดความสนใจ จัดบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ทำให้การใฝ่หาความรู้ด้วยตนเองเป็นไปอย่างเพลิดเพลินและมีความสุข โดยรูปแบบห้องสมุดมีชีวิตจะมีความแตกต่างกันตามที่ห้องสมุดแต่ละแห่งจะศึกษาสภาพโดยทั่วไปของห้องสมุดตนเองและปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสม</p>
ห้องสมุดมีชีวิต
ห้องสมุดมีชีวิต
ปัญหาการส่งเสียดัง เป็นปัญหาคู่ขวัญคู่กันกับห้องสมุดค่ะ ปัญหาอีกเรื่องที่น่าปวดหัวก็คือการนำเครื่องดื่มที่มากกว่าน้ำเปล่า และขนมเข้ามาและรับประทานอย่างเปิดเผย หน้าตาเฉยด้วยค่ะ บ่อยครั้งที่เดินเจอก็ทั้งบอกทั้งร้องขอ ทั้งขู๋เรื่องวงจรปิด เห็นนะคะว่าคุณกำลังทำอะไร พอเราเดินไป เด็ก ๆ ก็จะยิ้มให้กันบ้าง หัวเราะไม่เชื่อเราบ้าง แล้วก็ยังคงปฏิบัติต่อไป ที่สำนักหอสมุด มช. ก็มี ไม่ว่าจะกฎ จะระเบียบอะไร ขอให้ได้แหกกฎ จะได้มีเรื่องเล่าให้ลูกหลานฟังเกี่ยวกับวีรกรรมพ่อ(แม่)ทำไว้ เอ หรือเราก็เคยทำ(แต่ลืมแล้ว) บรรณารักษ์หอสมุด มช. ทำรณรงค์เรื่องเสียงดังจากโทรศัพท์ค่ะ ก็เหมือนจะได้ผล แต่มีอีกเรื่องที่พวกเราหวาดเสียวค่ะ คือเราจะจัดพื้นที่ ยอมให้เค้าใช้โทรศัพท์ได้ บริเวณหนึ่ง ทีนี้เด็กเค้าก็ปฏิบัติตาม แต่เรากลับจะปวดหัวเรื่องเด็กวาง Notebook ไว้ เจ้าตัวหายไปไหนไม่รู้ ถึงมีวงจรปิดแต่ใครจะรู้ว่าจับภาพไม่ทันนะคะ ร้อนถึงเราต้องช่วยเฝ้าจนกว่าเจ้าของ Notebook จะกลับมา ก็ถามว่าไปไหน ไปโทรศัพท์ค่ะ
กลับมาเรื่องอาหาร ถ้ามีการอนุญาตให้นำเข้ารับประทานพร้อมกับอ่าน ใช้หนังสือ ก็น่าสงสารทรัพยากรห้องสมุดนะคะ เพราะสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้รับเชิญก็จะติดตามมาเป็นสมาชิกห้องสมุดด้วย คิดแล้วสยองค่ะ เพราะจากนั้นเมื่อเราต้องจ้างบริษัทมากำจัด เราก็จะได้กลิ่นแปลก ๆ ที่ตามมา รบกวนสมาธิและความสุขของผู้ใช้ห้องสมุดนะคะ
ปัญหาเรื่องอาหารและเครื่องดื่มมีมานานแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งห้ามไม่ได้เพราะสำนักหอสมุด มก.มีระเบียบใหม่แล้วคือ ถ้าอยากฝากกระเป๋าก็ฝากได้แต่ถ้าไม่อยากฝากกระเป๋าก็ไม่ต้องฝากนำกระเป๋าพร้อมอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปนั่งทานในห้องสมุดได้ โดยที่บรรณารักษ์ต้องคอยตามเก็บ ตามดุเด็กๆตลอดเวลา
คือ เรื่องกฏระเบียบนะเจ้าหน้าที่เขาก็เข้มงวดกับนักศึกษาอยู่แล้วนะ แต่เวลาที่นักศึกษามีปัญหากับเจ้าหน้าที่ ผู้ใหญ่ที่อำนาจในการตัดสินใจมักจะอ่อนข้อให้นักศึกษา เลยทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะเข้มงวดกับนักศึกษา เราต้องเข้มงวดกันให้มากกว่านี้ มลละภาวะทางเสียงที่รบกวนผู้ใช้บริการห้องสมุดจะได้ลดลง อันที่จริงต้องไม่มีเสียงรบกวนเลย สู้ๆนะเต่าดอย ขอนลอยเอง