หากเครือข่ายทางสังคมจะบริหารจัดการให้เป็นไปตามธรรมชาติ พึ่งพาอาศัยกัน เกื้อหนุนกันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด มีพลังอย่างสร้างสรรค์ เป็นภาพของความร่วมมือที่สวยงามยิ่ง
-
การบริหารจัดการเครือข่าย
-
หลักในการทำงานเครือข่ายมีดังนี้ (de la Sierra, 1995และส.ย.ช.,2541)
-
๑. สร้างความผูกพันและรับผิดชอบต่อการสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน“เอาด้วย”มีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน
-
๒. การสร้างเครือข่ายต้องใช้เวลาผู้บริหารต้องให้เวลากับการสร้างเครือข่ายและสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ
-
๓. มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันข้อนี้เป็นสำคัญยิ่งหากไม่ไว้ใจในองค์กรหรือบุคคลที่จะเข้าไปสร้างเครือข่ายด้วย เลิกคิดเรื่องการสร้างเครือข่ายได้
-
๔. ยึดหลักเสมอภาคในการทำงานและมีความโปร่งใส
-
๕. ยึดอัตตาและประโยชน์ของตัวองค์กรให้น้อยมองให้ชัดถึงเป้าหมายของเครือข่าย
-
๖.ผลประโยชน์ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นสมาชิกอาจต้องยอมเสียสละบางอย่างเพื่อเครือข่ายประสบความสำเร็จ
-
๗.การลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงต้องทำอย่างรอบคอบและมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
-
๘.ต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควรเพราะสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงและต้องเข้าใจในข้อจำกัดของแต่ละฝ่าย
-
๙.ต้องมีความคาดหวังที่ตรงกันและมีความสุขในการทำงานเครือข่าย
-
๑๐.ตระหนักในความแตกต่างทางวัฒนธรรมและพื้นที่
-
๑๑.ตระหนักในความเป็นอิสระขององค์กรที่ร่วมเป็นเครือข่าย
-
๑๒.รับผิดชอบในความสำเร็จหรือล้มเหลวร่วมกัน
-
-
นอกจากหลักในการทำงานแล้ว เราจำเป็นต้องทราบว่า ปัจจัยใดบ้างที่มีความสำคัญต่อการบริหารเครือข่าย และองค์ประกอบใดที่จะทำให้การทำงานเครือข่ายประสบความสำเร็จได้
-
-
-
ปัจจัยที่สำคัญต่อการบริหารเครือข่าย
-
Badaracco,1998: p. 193-194เสนอว่าจุดเริ่มต้นที่จะเข้าใจในการบริหารเครือข่ายก็คือการตรวจสอบปัจจัยที่สนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคต่อการให้ได้มาซึ่งประสิทธิผลของเครือข่ายซึ่งมีน้ำหนักไม่เท่ากันในแต่ละสถานการณ์ได้แก่
-
lความชัดเจนในเป้าหมายของเครือข่าย
-
l แรงจูงใจที่จะสร้างและแบ่งปันความรู้ในการทำงานมีทรัพยากรต่างๆอย่างเพียงพอรวมถึงคนที่มีคุณภาพด้วย
-
lมีผู้นำที่ให้ความสำคัญด้วย
-
lทำงานเป็นทีมและมีความผูกพันต่อความสำเร็จของทุกองค์กรที่เป็นเครือข่าย
-
lสนับสนุนซึ่งกันและกันพร้อมเผชิญความสำเร็จหรือล้มเหลวร่วมกัน
-
lความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
-
-
-
องค์ประกอบความสำเร็จในการทำงานแบบเครือข่าย
-
ความสำเร็จของการทำงานแบบเครือข่ายมิได้ตัดสินกันเพียงจำนวนสมาชิกหรือภาคีเครือข่ายเท่านั้นแต่ต้องมองให้ถึงความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางร่วมกันไว้(Eberherd E. Scheuing,1994)
-
l มีพันธสัญญาที่หนักแน่นระหว่างกัน(Commitment)
-
l มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา(Continuous improvement)
-
l มีพันธกรณีระยะยาว(Long-term Commitment)
-
l การเสริมพลัง(Empowerment)
-
l สร้างค่านิยมร่วมกัน(Shared value)
-
l มีภาวะผู้นำ(Leadership)
-
-
นอกจากความเข้าใจในแนวทางที่จะบริหารเครือข่ายให้ประสบผลสำเร็จแล้ว ควรทำความเข้าใจจุดอ่อนหรือปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับการทำงานแบบเครือข่าย
-
-
ปัญหาในการทำงานแบบเครือข่าย
-
ในการทำงานแบบเครือข่ายย่อมจะมีปัญหาด้วยเช่นกันเมื่อได้ทำงานแล้วเราอาจพบปัญหาต่างๆซึ่งปัญหาเหล่านี้มิได้อยู่อย่างโดดแต่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันดังนี้
-
1. ขาดบุคคลากรที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพราะทุกคนต่างมีงานประจำของตนเองและไม่ต้องพึ่งพิงเครือข่ายทำให้ไม่ค่อยมีกิจกรรมและความเคลื่อนไหว
-
2.ขาดความสามารถในการประสานงานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานแบบเครือข่ายรวมทั้งเงินทุนและวิธีการประเมินประสิทธิผลเครือข่าย
-
3. มุ่งเน้นความสำเร็จเฉพาะหน้ามากเกินไปจึงขาดการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
-
4. ขาดความชัดเจนในกระบวนการทำงานทั้งในระดับลึกและกว้างและขาดความต่อเนื่อง
-
5. ขาดแนวร่วมในการทำงานปกติจะมีแต่องค์กรประเภทเดียวกันเท่านั้นควรมีแนวร่วมในระดับกว้างด้วยเช่นนักวิชาการและสื่อต่างๆ
-
6. ขาดผู้นำที่มีความสามารถและวิสัยทัศน์
-
-
-
บทบาทของเครือข่ายในงานพัฒนาชุมชน
-
การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายหรือเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายมีพลังในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองหรือเรียกร้องสิทธิต่างๆเช่นเครือข่ายเกี่ยวกับผู้บริโภคเครือข่ายเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรเครือข่ายเหล่านี้เป็นองค์กรชุมชนที่สามารถสร้างพลังต่อรองเพื่อสังคมโดยรวมได้ เพราะผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องนั้นๆย่อมจะรับฟังเสียงของคนหมู่มากที่โยงกันได้
-
เครือข่ายองค์กรชุมชนในประเทศไทยประสานงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชนและภาครัฐ ที่ได้ดำเนินการมานาน และเป็นที่รู้กันดีคือ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทย (กพ.อพช.) ถือว่าเป็นเครือข่ายขององค์กรพัฒนาเอกชนไทย นอกนั้นยังมีอยู่อีกหลายเครือข่ายและมีบทบาทสำคัญดังนี้
-
· แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สื่อ อุปกรณ์
-
· ประสานงานทำให้ไม่ซ้ำซ้อน หรือแข่งขันกันเอง ทำงานเร็วขึ้น มีผลกระทบวงกว้างขึ้น
-
· เครือข่ายเชื่อมคนต่างระดับ ต่างภูมิหลัง ต่างองค์กร ซึ่งหากไม่มีเครือข่ายก็จะไม่มีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์ (คนทำงานนโยบาย ผู้บริหาร ชาวนา เอ็นจีโอ นักวิจัย อาจารย์ ข้าราชการ)
-
· ช่วยให้คนร่วมมือ ให้กำลังใจ ช่วยเหลือกัน ประสานพลังเป็นหนึ่งในการดำเนินงานจนบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
-
-
การรวมตัวขององค์กรชุมชนมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
-
· แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ความคิด แนวทาง วิธีการแก้ปัญหา ทักษะความชำนาญ แบ่งปันทรัพยากร ผลผลิต เครื่องมือ
-
· ร่วมกันคิด ร่วมกันทำกิจกรรมต่อเนื่องสม่ำเสมอ บางอย่างเป็นครั้งคราว บางอย่างลงทุนลงแรงลงขันร่วมกัน
-
· ช่วยกันแก้ไขปัญหา ให้กำลังใจ รวมพลังสามัคคี
-
· สร้างระบบการผลิต การจัดการ การตลาด แลกเปลี่ยนสินค้า พัฒนาวิสาหกิจ และระบบเศรษฐกิจชุมชน
-
-
ความยั่งยืนของเครือข่าย
-
-
เมื่อจุดประสงค์ของการตั้งเครือข่ายก็เพื่อดำเนินกิจกรรมเมื่อกิจกรรมลุล่วงเครือข่ายก็น่าจะสลายตัวไปในทางปฏิบัติมีทั้งเครือข่ายที่สลายตัวไปเมื่องานสำเร็จและเครือข่ายที่สลายตัวไปเพราะไม่มีกิจกรรม
-
เครือข่ายองค์กรชุมชนจะเติบโตและยั่งยืนได้หาก “ชุมชนเป็นเจ้าของ”เครือข่ายผู้นำชุมชนเป็นแกนนำและเป็นหลักสำคัญทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเป็นตัวประสานเป็นผู้เสริมให้เครือข่ายเข้มแข็งเครือข่ายองค์กรชุมชนเป็น “สมบัติ”ของชุมชนพวกเขาเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่สมบัติของหน่วยงานใด
-
เครือข่ายที่เติบโตและยั่งยืนจะมี“วัฒนธรรมเครือข่าย”ซึ่งจัดความสัมพันธ์แนวราบ เคารพให้เกียรติกัน ไม่ใช่จัดองค์กรแบบเจ้านาย หัวหน้าลูกน้อง แต่ “เป็นพี่เป็นน้อง”สัมพันธ์กันด้วยใจ ด้วยจิตวิญญาณ ไม่ใช่ด้วยผลประโยชน์
-
· มีการพบปะ ไปมาหาสู่ สื่อสารกันเป็นประจำ
-
· มีเป้าหมายชัดเจนร่วมกันทุกฝ่าย เช่น การพึ่งตนเอง
-
· มีแผนงานและกิจกรรมร่วมกัน เช่น วิสาหกิจชุมชน
-
· มีกลุ่มแกนนำ ทำหน้าที่นำและประสานด้วยความมุ่งมั่น
-
· ร่วมมือ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน
-
บทสรุป
-
การดำรงรักษาและการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมนี้ จะต้องขึ้นอยู่กับ “คน” แม้ธรรมชาตินั้นมีความเชื่อมโยงกันตามวิถีทางและลงตัวของมัน แต่คนก็มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เกิดการเสียสมดุล เช่น เรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อมกันอย่างมโหฬารทั่วโลก ฉะนั้นเครือข่ายทางสังคมนี้ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคน และเรื่องของคนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพิจารณาองค์ความรู้ที่นำเสนอนี้จึงไม่ควรจะมองแบบแยกส่วน แท้จริงทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน หากเครือข่ายทางสังคมจะบริหารจัดการให้เป็นไปตามธรรมชาติ พึ่งพาอาศัยกัน เกื้อหนุนกันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด มีพลังอย่างสร้างสรรค์ เป็นภาพของความร่วมมือที่สวยงามยิ่ง
สวัสดีค่ะ คุณพี่TAFS
* มายกมือ เห็นด้วยเต็มที่ค่ะ กับหลักการข้างต้น
* เพื่อนำไปสู่ มิตรภาพ สันติภาพ และภราดรภาพ อย่างยั่งยืน ในที่สุดค่ะ
* มีพันธสัญญาที่หนักแน่นระหว่างกัน(Commitment)
l มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา(Continuous improvement)
l มีพันธกรณีระยะยาว(Long-term Commitment)
l การเสริมพลัง(Empowerment)
l สร้างค่านิยมร่วมกัน(Shared value)
l มีภาวะผู้นำ(Leadership)
...
* เพื่อนำไปสู่ มิตรภาพ (Friendship)
สันติภาพ (Peace)
และภราดรภาพ (Fraternity)
อย่างยั่งยืน ได้ในที่สุด ขอบคุณค่ะ
เหมือนจะหายไปนานนะครับ อิอิๆๆ มาทักทายในฐานะโดนพาดพิง อิอิๆๆ
มาสมัครเป็นเครือข่ายสุพรรณบุรี อิอิๆๆๆๆๆๆๆ
ตั้งใจอ่านดี ๆ แล้วเอาไปแบ่งปัน นำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งครับ
ตามมาอำเภอสตึกเสียดีๆๆ บ้านพ่อครูบาครับ..
สบายดีนะคะ คุณTAFS
* งานยุ่งไหมคะ
* ระลึกถึงค่ะ
* เป็นกำลังใจกับการงาน และชีวิตค่ะ
สวัสดีครับน้อง poo
ช่วงนี้ ไม่ได้ป้อนข้อมูลสู่โกทูโน เลย
ขอบคุณ
ขอให้โชคดีมีสุข
แล้วจะกลับมาเร็วๆนี้
สวัสดีค่ะคุณพี่แท๊ป
สบายดีไหมคะ
หายไป นานนนน นาน นะคะ
ปู กลับมาก่อนแล้ว
รีบมาไวๆ เด้อ
งานยุง ยุ่ง เหมือนยุง ตีกัน ใช่ไหมคะ
เป็นกำลังใจค่ะ
OK.
กลับมาแล้ว จะมากวนพวกท่านทั้งหลาย้เด้อ
ไปเปิดไฮไฟครับที่ thaiasianfriendship.hi5.com
เอารูปลงง่ายดี ผมไม่เก่งในเทคนิคคอมเลยยาก