เคยจำกันได้มั้ยครับว่าเมื่อตอนเด็ก ๆ เวลาเราทะเลาะกับคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องเรา เวลาเถียงกันใครเสียงดังกว่าคนนั้นชนะ ใครเถียงได้นานกว่าคนนั้นชนะ...
เราจึงไม่ยอมที่จะเป็นฝ่ายหยุดก่อน เพราะนั่นหมายถึงเราเป็นฝ่ายแพ้ เราต้องการจะเป็นผู้ชนะ มันเป็นความภาคภูมิใจ มันเป็นชัยชนะแบบเด็ก ๆ ...
แต่สำหรับการทะเลาะกันของผู้ใหญ่แล้ว ใครสามารถจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้และเป็นฝ่ายหยุดก่อน คนนั้นเป็นผู้ชนะ ไม่ใช่แค่ชนะอีกฝ่ายแต่เป็นการชนะใจตนเองด้วย...
![]()

....มันเป็นชัยชนะเหมือนกันแต่เป็นชัยชนะในมุมมองที่ต่างกัน...
ทุกวันนี้ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนก็ยังมีมุมมองในเรื่องของชัยชนะเป็นแบบเด็ก ๆ ยังคงต้องการเอาชนะและใช้วิธีการแบบเด็ก ๆ ซึ่งผลลัพธ์ของการทะเลาะกันของผู้ใหญ่มันให้ผลที่รุนแรงกว่าเวลาที่เด็ก ๆ ทะเลาะกัน...
มาลองย้อนดูตัวเรากันนะครับว่า เรามีมุมมองในเรื่องของชัยชนะเป็นแบบไหน แล้วเราจะเลือกเป็นผู้ชนะแบบผู้ใหญ่หรือเลือกที่จะเป็นผู้ชนะแบบเด็ก ๆ ครับ...
เห็นด้วยกับแง่คิดดีๆ นี้ค่ะ
บางครั้งการหยุดเงียบแล้วฟัง ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้ หรือแปลว่าเราผิด .. เพียงแค่เราออกจากความขัดแย้ง ก็จะสามารถมีช่วงเวลาสงบเพื่อมองหาทางแก้ไขที่ดี .. ก็เท่านั้น
ไม่ชอบคนเถียงกันเลย .. นะคะ
ครับ...คุณ ความจริงแสนหนัก...ความรักแสนเบา...
เห็นด้วยเช่นกันครับ...
เลือกที่จะหยุด เพื่อออกมาจากความขัดแย้งในขณะนั้น แล้วค่อยมาหาหนทางแก้ไขกันต่อไป...
เถียงกันไปเถียงกันมาไม่ได้ประโยชน์อะไรครับ สู้หยุดแล้วตั้งสติคิดแก้ปัญหา ดีกว่ากันเยอะเลยครับ...
ขอบคุณและยินดีที่ได้รู้จักครับ...
สวัสดีค่ะคุณดิเรก
เก่งจริงค่ะที่เปรียบเทียบของการเอาชนะให้เห็นชัดว่าสิ่งไหนควร ไม่ควร
โลกนี้มักมีคำที่อยู่คู่กันนะคะ ชนะก็คู่กับแพ้เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีการชนะแบบเด็กและชนะแบบผู้ใหญ่ เราก็จะเห็นการแพ้แบบเด็กและการแพ้แบบผู้ใหญ่อีกเหมือนกัน..เอ..แพ้แบบไหนน้อที่ดูจะเหมาะกว่ากัน ^ ^
ผู้ชนะ มักมีอุปสรรคไว้ให้ข้าม
ผู้แพ้้ ยอมคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
ผู้ชนะ มักมีการแบ่งเวลา
ผู้แพ้ ว่าเวลานั้นไม่มี
ผู้ชนะ มักกล่าวคำว่า..เราทำได้
ผู้แพ้ ใช่....ไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขา
ผู้ชนะ บอก..นี่คือโอกาสของเรา
ผู้แพ ้เฝ้ารอดูคนอื่นทำ
ผู้ชนะ ทุกปัญหามีคำตอบ
ผู้แพ้ ชอบ....ทุกคำตอบเป็นปัญหา
ผู้ชนะ..ชนะได้ทั้งโลกา
ผู้แพ้พาอับจนทั้งชีวี..
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆค่ะ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เราก็ควรรู้จักและทำให้เป็นทั้ง 2 อย่างเนาะคะ..
สวัสดีครับ...
ผมคิดว่าเป็นความคิดที่เยี่ยมมากครับ...คิดได้งัย....
ชนะผู้อื่น คือ ชนะแบบเด็กๆ
ชนะตัวเอง คือ ชนแบบผู้ใหญ่
ครับ...คุณเบิร์ด
...
เพราะในชีวิตของคนเรามักจะมีการแข่งขันอยู่เสมอ แม้ว่าเราจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจแข่งขันก็ตาม...
ฉะนั้นการเลือกที่จะเป็นผู้แพ้ที่เหมาะสม ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกเป็นผู้ชนะที่เหมาะสมเช่นกันครับ...
ขอบคุณสำหรับการเติมเต็มให้บันทึกนี้ครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...คุณเอกชน
...
เพราะว่าเราเลือกได้ อยู่ที่เราครับว่าจะเลือกชนะแบบไหน...
ขอบคุณมากครับ...
เมื่อไม่มีการแข่งขัน..ก็จะไม่มีผู้ชนะหรือแพ้.
..มีแต่ผู้สังเกตอารมณ์ของตนเอง..เงียบๆ..มีสติในทุกคำพูดที่ชี้แจง..ก็จะไม่เกิดการทะเลาะ....หากเราไม่ใช้อารมณ์ปะทะอารมณ์แล้วมันก็คงไม่ใช่การทะเลาะ..ใช่มั๊ยคะ
เกิดขึ้น ตั้งอยู่.ดับไป..ก็แค่นั้น..เอาอะไรมากมายนะคะ..ชีวิตก็แค่นี้..เฮ้อ..
ต้องบอกตัวเองบ่อยๆ.ค่ะ..
หวังว่าคุณดิเรกคงสบายดี..ได้ข่าวว่าจะไปเที่ยวเหนือด้วย..สนุกมั๊ยคะ..เที่ยวเผื่อด้วยนะคะ..อิจฉาจัง
ขอบคุณค่ะ..
ครับ...คุณครูแอ๊ว
...
ใช้สติในการดำเนินชีวิตทุก ๆ ขณะ ในทุก ๆ วัน ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้นครับ...
ครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ปาย สนุกมาก ๆ ครับ แล้วจะเขียนเล่าในบันทึกครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆน่ะคะ...กำลังทุกข์ใจพอดีพออ่านแล้วได้คิดตามและเรียนรู้ถึงสถานการณ์ในชีวิตเราต้องหยุดและยอมเป็นคนแพ้ดีกว่า...ถ้าเราจะเอาชนะกับคนๆนึงที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของคนอื่น.......
ยินดีครับ...เราอาจต้องยอมแพ้คนทั้งโลกเพื่อจะชนะใจเราเองนะครับ...