บันทึกหน้านี้นับเป็นบันทึกหน้าแรกที่ได้บันทึกผ่านบล็อคใน Gotoknow ก็ต้องขอขอบคุณมายังหมอนนท์ จากสำนักที่ปรึกษา ที่ให้คำแนะนำไว้ เมื่อตอนมาดูงาน KM ของกองแผนงาน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา

         ที่ตั้งชื่อบันทึกวันนี้ ว่า "เรื่องของงบประมาณ" ก็เพราะวันนี้ทั้งวันได้ใช้เวลากับเรื่องนี้ทั้งวัน ทั้งที่เป็นเรื่องของงบประมาณปีปัจจุบัน กับงบประมาณปีหน้า หรือปี 50 ที่ต้องเตรียมการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          ในเรื่องงบประมาณปีนี้ หรือปี 49 นั้น เหตุมันเกิดตรงที่กรมอนามัยได้รับงบในส่วนที่จะนำมาบริหารจัดการได้ลดลงจากปี 2548 เป็นเงินถึง 313.9 ล้าน คือจาก 403.5 ล้าน ลดเหลือเพียง 189.6 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้องรัดเข็มขัดกันทั้งกรม แต่ละหน่วยงานต่างได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงมากกว่าครึ่ง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำอย่างไรกับงบประมาณที่ลดลง" มากมายขนาดนี้ เราในฐานะทำงานตรงนี้ ก็พยายามที่จะหางบมาเพิ่มเติมให้ รัฐเปิดโอกาสให้ขอก็ทำโครงการไปขอ ซึ่งก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง เมื่อวานไปสำนักงบประมาณมา ไปนำเสนอโครงการก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่จะได้รับงบมาเพิ่มเติม 3 ส่วน ส่วนแรกงบ พตส. 15.7 ล้าน ถุงรับขวัญเด็ก 50 ล้าน และที่ภูมิใจมากก็คือโครงการที่ 3 คือโครงการพัฒนาการเด็ก 3 - 5 ปี ขอไป 128 ล้าน คาดว่าจะได้ 27.7 ล้าน ซึ่งหากได้มาก็สามารถจะมาเติมส่วนที่ขาดอยู่ได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากจะเตือนสติกับเพื่อน ๆ ให้ทราบไว้ว่า ต่อจากนี้ไปโอกาสที่จะได้รับงบประมาณเหมือนอดีตที่ผ่านมานั้นคงยากมาก เพราะนโยบายของรัฐกับฐานงบประมาณที่เพิ่มขึ้นแต่ละปีมันสวนทางกัน เช่น Mega Project เป็นนโยบายของรัฐแต่สุดท้ายก็ต้องมาใช้งบประมาณที่รัฐมีอยู่นั่นเอง ฉะนั้น คนกรมอนามัยคงต้องปรับตัวอย่างมาก เน้นงานที่เป็นพันธกิจของกรมจริง ๆ โดยมุ่งไปที่คุณภาพของงาน กำหนดเป้าหมายให้ชัดไม่เปรอะและไม่มากจนเกินไป และสุดท้ายต้องประหยัดแต่ได้งาน

            ที่นี้มาถึงเรื่องงบประมาณปี 50 ก็ได้นำเสนอวงเงินที่กรมขอไป โดยเพิ่มจากปี 2549 ในภาพรวม 44.5 % แต่พอเข้าที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปรากฎว่ากระทรวงตั้งเพิ่มจากปี 2549 ทุกหน่วยงาน เฉพาะงบดำเนินงานตั้งเพิ่ม 115  % ซึ่งประธานต้องบอกให้แต่ละกรมนำกลับไปทบทวน เพราะเห็นว่ารัฐคงไม่สามารถมีเงินมาสนับสนุนตามที่ขอได้จริง ๆ กลับมาถึงกรมผู้บริหารเลยมอบให้เรามาปรับลด โดยในงบดำเนินงานขอเพิ่มสัก 10 % ก็พอแล้ว เลยต้องมอบหมายให้ทีมงานจัดทำตัวเลขลง และบันทึกในโปรแกรมที่สำนักงบประมาณ เขาผลิต ที่ชื่อ e - budgeting ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้ นโยบายของกรมให้สานต่อจากโครงการสำคัญ 10 โครงการของปี 49 ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สานต่องานเดิม ไม่ต้องทำความเข้าใจกันใหม่อีก

              เขียนมาเรื่อย ๆ ก็ไม่รู้ว่าผู้อ่านจะสนใจหรือไม่ แต่สิ่งที่อยากบอกกับทุกคนก็คือ เราคงต้องกลับมาทบทวนตัวเราเองว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องปรับตัว ปรับวิธีการทำงานในวิกฤติงบประมาณที่มีทิศทางที่ลดลงทุกวัน ๆ ลองคิดดูนะครับ