การทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องการความต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับต้องการมี “เลือดใหม่” เข้ามาเสริม

Part II  General Principles of Governance ของเอกสาร  Guide for Members of Higher Education Governing Bodies in the UK ต่อ

หลักปฏิบัติในการทำหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย

การหมุนเวียนหน้าที่และการแต่งตั้งกรรมการทำหน้าที่ซ้ำในวาระใหม่
          ๑. การทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องการความต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับต้องการมี “เลือดใหม่” เข้ามาเสริม    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควรมีวาระ  และไม่ควรทำหน้าที่เกิน ๒ วาระ วาระละ ๓ ปี ยกเว้นกรณีพิเศษต่อตัวบุคคลที่มีทักษะพิเศษที่ต้องการ    การแต่งตั้งควรผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา     กรรมการเก่าที่จะได้รับแต่งตั้งใหม่ควรมีผลงานดี     กรรมการที่พ้นวาระไปแล้ว แต่เป็นคนที่มีคุณสมบัติตามต้องการอาจได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ได้เมื่อมีโอกาสเหมาะสม
          ๒. การสรรหาและแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย ต้องทำอย่างเข้มงวดรอบคอบ    ตามปกติมักอยู่ในตำแหน่งวาระละ ๔ ปี ๒ วาระติดต่อกัน    การดำรงตำแหน่งเกิน ๒ วาระติดต่อกันเป็นไปได้แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ

       ตัวแทนของอาจารย์ พนักงาน และนักศึกษาในสภามหาวิทยาลัย
          ๓. พรบ. ของสถาบันอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักรก่อนปี ค.ศ. ๑๙๙๒กำหนดให้มีตัวแทนของอาจารย์ และนักศึกษา และในบางกรณี ตัวแทนของพนักงานสายสนับสนุน เข้าไปนั่งในสภามหาวิทยาลัยด้วย    การมีตัวแทนเช่นนี้ช่วยให้การทำหน้าที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น    แต่ที่ผ่านมามีบางมหาวิทยาลัยใช้มติของสภามหาวิทยาลัยจำกัดให้ไม่ต้องมีกรรมการสภาจากตัวแทน    CUC แนะนำว่าสภามหาวิทยาลัยไม่ควรมีมติจำกัดการมีสภามหาวิทยาลัยจากตัวแทนดังกล่าว     แต่หากมหาวิทยาลัยใดมีการลงมติดังกล่าวก็ให้บันทึกรายงานการดำเนินการนั้นและแจ้งให้ HEFC ทราบด้วย

       หลักความเปิดเผยและโปร่งใสในการทำหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
          ๔. เป็นหลักทั่วไปว่า อาจารย์ พนักงานสายสนับสนุน และนักศึกษา มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสารรายงานการประชุมสภาฯ  วาระการประชุม  เอกสารประกอบการประชุม     วิธีปฏิบัติที่ดีคือเอาเอกสารเหล่านี้ขึ้น อินทราเน็ต หรือเข้าห้องสมุด ขององค์กร    รวมทั้งนำลงรายงานประจำปี  ลงจดหมายข่าว เป็นต้น    ทั้งนี้ยกเว้นเอกสารลับ ซึ่งหมายถึงเรื่องที่เป็นความลับทางธุรกิจ หรืออาจก่อความเสื่อมเสียแก่บุคคล
          ๕. ควรเผยแพร่รายงานประจำปี  และรายงานการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว อย่างกว้างขวาง ทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร    และควรหาทางรับฟังความคิดเห็นต่อมหาวิทยาลัยจากสังคมโดยรวม และจากชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย
          ๖. มหาวิทยาลัยควรหากลไกสื่อสารเรื่องราวของมหาวิทยาลัย และรับฟังความเห็นจากสังคม  ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย    เช่นจัดเวทีรับฟังความเห็นโดยเชิญผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ มาร่วม    และมหาวิทยาลัยควรตีพิมพ์เผยแพร่รายงานประจำปี บนเว็บ
          ๗. ในสหราชอาณาจักรมี Committee on Standards in Public Life  ซึ่งได้จัดทำรายงานฉบับที่ ๒ ในปี ค.ศ. ๑๙๙๖ แนะนำว่า ควรเผยแพร่วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมาภิบาลลงในรายงานประจำปี     และได้แนะนำวิธีปฏิบัติที่ดีดังต่อไปนี้


• รายงานการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้วควรระบุว่าสภามหาวิทยาลัยมีกระบวนการธรรมาภิบาลต่อการจัดการด้านการเงินอย่างไรบ้าง     กระบวนการตัวอย่างมีระบุในเอกสาร  Statement of recommended practice: accounting for further and higher education (SORP) พิมพ์เผยแพร่โดย Universities UK ในปี ค.ศ. ๒๐๐๓
• ในรายงานประจำปีควรระบุระบบธรรมาภิบาล  ประกอบด้วยการบอกสถานภาพทางกฎหมายของมหาวิทยาลัย  ภาระหน้าที่ตาม พรบ.  แนวทางดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ  และระบุวิธีดำเนินการตามหลักการข้างต้น เพื่อสนองความต้องการของส่วนต่างๆ ของสังคม 
       

          ตอนต่อไปจะว่าด้วย การประเมินประสิทธิผลในการทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัย และการประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย
 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ ม.ค. ๕๑