|
สถานการณ์คุณภาพชายฝั่งและน้ำทะเลพ.ศ.
2541 |
|
สถานการณ์คุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่มีแนวโน้มค่อนข้างเสื่อมลง โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มจํานวนประชากร
การขยายตัวของแหล่งชุมชน การท่องเที่ยว การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีการระบายของเสียลงสู่แหล่งนํ้าทะเล
โดยไม่ผ่านกระบวนการบําบัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น หาดบางแสน
หาดพัทยา จังหวัดชลบุรี หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
และหลายพื้นที่ยังไม่มีการก่อสร้างระบบบําบัดนํ้าเสีย ได้แก่
อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อ่าวชลบุรี จังหวัดชลบุรี
หาดบ้านปากปารา บ้านทุ่งริ้น จังหวัดสตูล
ซึ่งส่งผลทําให้คุณภาพนํ้าเสื่อมโทรมลง
ในปี พ.ศ. 2541 กรมควบคุมมลพิษ
ได้ดําเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งต่อเนื่อง จํานวน 2
ครั้ง ในช่วงฤดูแล้งและช่วงฤดูฝน รวม 436 สถานี ที่ระยะ 100
เมตรและระยะ 500 เมตรจากชายฝั่งครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด
โดยตรวจวัดดัชนีคุณภาพนํ้า จํานวน 27 พารามิเตอร์
ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2537) เรื่อง
กําหนดมาตรฐานคุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่ง เช่น อุณหภูมิ ความเป็นกรดและด่าง
ความเค็ม ความโปร่งใส ออกซิเจนละลาย แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม
ปริมาณสารอาหาร โลหะหนักชนิดต่าง ๆ และพารามิเตอร์อื่น ๆ
บริเวณอ่าวไทย
คุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งของอ่าวไทย
ตั้งแต่จังหวัดระยองถึงจังหวัดนราธิวาส
ส่วนใหญ่อยู่.ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานคุณภาพนํ้าในการใช้ประโยชน์ประเภทต่าง
ๆ ยกเว้นในบางพื้นที่มีคุณภาพน้ำค่อนข้างเสื่อมโทรม ได้แก่
พื้นที่อ่าวไทยตอนบนและพื้นที่ข้างเคียง จังหวัดจันทบุรี แหลมศอก
จังหวัดตราด บริเวณปากแม่นํ้าตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
บริเวณปากแม่นํ้าปัตตานี จังหวัดปัตตานี
ซึ่งตรวจพบการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด
สูงกว่าเกณฑ์ค่ามาตรฐานคุณภาพนํ้าทะเล ประเภทที่ 4
(เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าชายฝั่ง) ที่กําหนดไว้ให้มีค่าไม่เกิน
1,000 เอ็มพีเอ็นต่อ 100 มิลลิลิตร (หน่วย)
บริเวณที่เสื่อมโทรมมากที่สุด คืออ่าวชลบุรี จังหวัดชลบุรี และแหลมศอก
จังหวัดตราด ซึ่งตรวจพบการปริมาณปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่ม
โคลิฟอร์มในช่วงฤดูฝน มีค่าสูงถึง 160,000 หน่วย
นอกจากนี้ยังพบว่าอุณหภูมินํ้าทะเลชายฝั่งในฝั่งอ่าวไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา
1-3 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนีโน. (El Nino)
ที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีผลทำให้นํ้าทะเลอุ่นกว่าปกติ
ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน
ชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนอง ถึง จังหวัดสตูล
มีกิจกรรมหลัก ๆ คือ การท่องเที่ยวการเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าชายฝั่ง
แหล่งชุมชนและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพนํ้าชายฝั่ง
ทะเลฝั่งอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนองถึงจังหวัดตรัง
พบว่ามีคุณภาพนํ้าโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีตามเกณฑ์มาตรฐาน
คุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งเพื่อการว่ายนํ้า
การเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าชายฝั่งและเพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการังยกเว้น
คุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งของจังหวัดสตูล
พบว่าคุณภาพนํ้าโดยทั่วไปค่อนข้างเสื่อมโทรม
โดยตรวจพบปริมาณการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดเฉลี่ยสูงถึง
4,650 หน่วย
นอกจากนี้จากการเปรียบเทียบกับข้อมูลคุณภาพนํ้าในอดีตที่ผ่านมา
พบว่าดัชนีคุณภาพนํ้าทะเลชายฝั่งโดยเฉพาะอุณหภูมินํ้าทะเลฝั่งอันดามันมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าอดีตประมาณ
1-2 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับฝั่งทะเลอ่าวไทย
ที่มา :
รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย พ.ศ.
2541.กรมควบคุมมลพิษ.
|
สถานการณ์คุณภาพชายฝั่งและน้ำทะเล พ.ศ. 2542
|
|
คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
ปัญหามลพิษทางน้ำและความเสื่อมโทรมของแหล่งทรัพยากรทางน้ำบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศในปัจจุบันยังคงมีปัญหาอยู่บ้างในบางพื้นที่แต่สถานการณ์ก็ไม่รุนแรงถึงขั้นวิกฤต
ถึงแม้จะมีสาเหตุมาจากการระบายของเสียจากแหล่งชุมชน กสิกรรม เกษตรกรรม
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กิจกรรมการท่องเที่ยว
และจากการพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรมที่มีการระบายของเสียลง
สู่แหล่งน้ำทะเลโดยไม่ผ่านกระบวนการบำบัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการในบางแห่ง
รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุ มลพิษทางทะเลก็ตาม
แต่จากผลการติดตามสำรวจคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศไทย
โดยกรมควบคุม
มลพิษที่ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งใน พ.ศ. 2542
จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 218 สถานีใน 23 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล
ทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝนที่ระยะ 100 และระยะ 500 เมตรจากชายฝั่ง
พบว่าคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน
มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มา
มีเพียงบางพื้นที่บางแห่งเท่านั้นที่จะต้องให้ความสนใจและเพิ่มการติดตามตรวจสอบให้มากขึ้น
อาทิ บริเวณพื้นที่แหลมศอก จังหวัดตราด บริเวณอ่าวไทยตอนใน
โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา ปากแม่น้ำบางปะกง ปากคลองบ้านแหลม –
ปากคลองบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
หาดบ้านปากปารา บ้านทุ้งริ้น จังหวัดสตูล และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
ที่มีคุณภาพน้ำทะเลไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
โดยเฉพาะการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม มากกว่า 1,000 หน่วย
(เอ็ม.พี.เอ็น ต่อ 100 มิลลิลิตร)
ปริมาณออกซิเจนละลายที่มีค่าน้อยกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
ปริมาณสารอาหารสูงเกินมาตรฐานในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวที่อาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีหรือที่รู้จักกันในชื่อว่าปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬได้
การป้องกันและการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากแหล่งชุมชน
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กิจกรรมจากการทำประมง (แพปลา)
การเพาะเลี้ยงสุกร น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและกิจกรรมอื่นๆ นั้น
การดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงในปัจจุบันได้มีการดำเนินการเพื่อกำหนดมาตรฐานน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิด
เช่น ร่างมาตรฐานน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกร ร่างมาตรฐานน้ำทิ้งจากแพปลา
ร่างมาตรฐานน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงกุ้ง
สำหรับใช้เป็นมาตรการในการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำ
การจัดให้มีระบบ รวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียจากกิจกรรมชุมชน
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กิจกรรมจากการทำประมง (แพปลา)
การเพาะเลี้ยงสุกร และโรงงานอุตสาหกรรม
จัดเป็นมาตรการหนึ่งในการแก้ปัญหา
แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องกำหนดมาตรการต่างๆ
มาใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพเพื่อให้คุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
</span>การคาดการณ์และแนวโน้มคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งในสหัสวรรษหน้า
เมื่อการจัดการปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งทะเลและพื้นที่ชุมชนเขตเมืองต่างๆ
เป็นไปอย่างเป็นระบบและเหมาะสมมากกว่าในปัจจุบันแล้ว
ในอนาคตแนวโน้มของคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศทั้งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและชายฝั่งทะเลอันดามัน
โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนใน
และอีกหลายพื้นที่ของภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน
จะมีคุณภาพน้ำทะเลที่ดีขึ้นและคาดว่าใน พ.ศ. 2549
คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั้งหมดทั่วประเทศจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
ที่มา : รา ยงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย พ.ศ.
2542.กรมควบคุมมลพิษ.