วันที่ ๖ ธ.ค. ๕๐ ผมเข้าร่วมประชุมผู้บริหาร สกว. และเกิดความสุขจากการได้ฟังเรื่องราวในการประชุม เพราะเห็นความก้าวหน้าในการทำงานของ สกว. มากกว่าสมัยผมเป็น ผอ. มากมาย
เรื่องใหญ่ที่เอามาปรึกษาหารือกัน คือระบบการทำงาน ที่ใช้ ICT มาทำให้การทำงานง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการทำงานลง ทั้งในขั้นตอนประกาศให้ทุน การยื่นขอทุนและส่งเอกสารสำคัญต่างๆ การประเมินข้อเสนอโครงการ การทำสัญญา การส่งรายงานความก้าวหน้า และอื่นๆ มีการพูดกันว่าต้องทำให้ทุกระบบใช้ ICT Platform เดียวกัน เพื่อให้ระบบมันเชื่อมกันได้ ข้อมูลวิ่งไปกรอกเอง ไม่ต้องใช้คนกรอก คือ สกว. จะใช้ e-systems ในการทำงาน โดยที่จะต้องมีการออกแบบและเขียน software ขึ้นใช้
คนที่สมัครทุน แต่กรอกข้อมูลและส่งเอกสารไม่ครบ เครื่องมันจะเตือนและไม่ยอมส่งใบสมัครให้ ต้องกรอกให้ครบก่อนเครื่องมันจึงจะส่งให้
ผมดีใจที่ สกว. จะมีระบบการทำงานที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง คือใช้พลังของ ไอซีที มาช่วยประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความรวดเร็วในการทำงาน
นอกจากสุขใจแล้ว ผมก็รู้สึกขัดใจด้วย ขัดใจระบบราชการที่คืบคลานเข้ามาครอบงำ สกว. ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ให้มีความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการทำงาน วัดที่ผลงาน ไม่เน้นกฎระเบียบ แต่สำนักงบประมาณก็ยังมีกำหนดกฎเกณฑ์แบบหน่วยราชการมาจับ สกว. คือกำหนดให้ต้องทำสัญญาใช้เงินให้ได้ ๗๐% ของงบประมาณปี ๒๕๕๑ ภายในครึ่งปีแรกของงบประมาณ ผมมีความเห็นว่า ตราบใดที่ราชการยังใช้วิธีคิดแบบ one size fits all ราชการจะไม่มีวันก้าวหน้า และตราบใดที่ยังใช้วิธีคิดแบบอำนาจนิยม ราชการจะไม่มีทางเป็นระบบเรียนรู้
วิจารณ์ พานิช
๖ ธ.ค. ๕๐
เห็นด้วยค่ะ อำนาจนิยมจะนำปัญญานิยมไม่ได้ค่ะ สังคมแห่งปัญญาไม่อาจเกิดได้อย่างราบรื่นค่ะ
เครือข่ายการวิจัยอิสานตอนบนรับทุนวิจัย จาก สกว.
29 มค.51 ผมมีโอกาส ได้เข้าร่วมประชุมที่คณะศึกษาศาสตร์ มข.เขาพูดเรื่องให้เครือข่ายการวิจัยทางการศึกษาไปทำวิจัยในด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3 ด้านด้าน คือด้านคุณธรรม ด้านสังคม และด้านการเรียนรู้ โดยมีทุนสนับสนุน 80,000.-บาท จาก สกว.ดูๆก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางปฏิบัติ เป้นเรื่องยากที่จะได้ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพทีเป้นประโยชน์กับสังคม เพราะสังเกตการการพูดในการประชุม เขาต้องการปริมาณมากกว่า เพราะ เงิน 80,000.-บาทจะต้องทำงานวิจัยให้ได้ 2 เรื่องในเวลาที่จำกัดด้วยครับ