เก็บความจากหนังสือของดร.บรรเจิด สิงคเนติ (หลักพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐูรรมนูญ, พิมพ์ครั้งที่ 2, 2547) ....มีไอเดียและข้อถกเถียงดีๆ ให้เอามาคิดต่อ.....
"ชนชาวไทย" ในรัฐธรรมนูญ ไม่รวมถึง "คนต่างด้าว"ที่อยู่ในประเทศไทยด้วย เพราะ ตามหลักรัฐธรรมนูญต้องถือว่า "รัฐธรรมนูญย่อมกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคนสัญชาติของรัฐนั้นเอง ไมได้กำหนดความสัมพันธ์กับคนต่างด้าวอื่น ถ้ารัฐธรรมนูญจะให้สิทธิและเสรีภาพแก่คนต่างด้าวก็ต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเจาะจง ในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ คนต่างด้าวจะมีสิทธิเพียงใดย่อมเป็นไปตามสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องของรัฐธรรมนูญ ..."
หยุด แสงอุทัย, "คำอธิบายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2511)
เรียงมาตรา และคำอธิบายรัฐธรรมนูญทั่วไปโดยย่อ, น. 103
อาจารย์บรรเจิดเสนอข้อถกเถียงต่อความเห็นนี้ไว้ประมาณนี้ :
1) การที่หมวด 3 ระบุว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพชนชาวไทยเท่านั้น ก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญเขียนขึ้นโดยไม่ได้แยกระหว่างสิทธิมนุษยชน กับสิทธิพลเมืองออกจากกัน ในกรณีนี้จึงมีข้อสังเกตว่า สิทธิเสรีภาพในกลุ่มของ status negativus ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ฯลฯ เป็นสิทธิมนุษยชนในความหมายอย่างแคบที่ควรตกได้แก่คนทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลของรัฐใด (ต่างจากสิทธิเสรีภาพในกลุ่ม status activus)
และหากพิจารณาต่อไปถึงรัฐธรรมนูญของประเทศอื่นๆ จะพบได้ว่า ส่วนใหญ่แล้ว เขาจะแยกสิทธิมนุษยชนออกจากสิทธิพลเมือง (เบลเยียม เดนมาร์ก เยอรมัน ฟินด์แลนด์ กรีซ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สวีเดน และสเปน) ..เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในประเทศต่างๆ แล้ว ..จะเห็นได้ว่า ชื่อหมวดอาจไม่ใช่ข้อจำกัดของเนื้อหาสิทธิและเสรีภาพ
ดังนั้น การที่รัฐธรรมนูญของไทยใช้ชื่อหมวดว่า "สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย" จึงอาจมีประเด็นคำถามว่า ชื่อหมวดจะเป็นตัวกำหนดเนื้อหาของสิทธินี้ว่าจะจำกัดเฉพาะชนชาวไทยเท่านั้นหรือไม่ หรือว่าจะต้องพิจารณาจากลักษณะของสิทธิแต่ละสิทธิว่ามีลักษณะเป็น "สิทธิของบุคคลทุกคน" หรือไม่
2) แต่"คนทุกคน" ย่อมสามารถเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในหมวด 8 ได้ เพราะมันเป็นสิทธิมนุษยชน เพราะ หมวด 8 เขียนแค่ว่า "บุคคล" ซึ่งเท่ากับรวมบุคคลต่างด้าวด้วย
3) แน่นอนที่สุดว่า คนต่างด้าวอ้างสิทธิในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ เพราะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิทธิและเสรีภาพที่ผูกพันอยู่กับความเป็นมนุษย์ เป็นสิทธิที่ติดอยู่กับตัวมนุษย์ ..โดยหลักทั่วไป สิทธิประเภทนี้ จึงไม่ใช่สิทธิที่รัฐบัญญัติ "ให้สิทธิ" กับแต่ละคน แต่รัฐ "รับรองสิทธิ" ไว้ในบทบัญญัติกฎหมาย
การที่จะทำให้ศักดิ์ศรึความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนได้รับความคุ้มครอง บุคคลจะต้องได้รับความคุ้มครองอย่างน้อยที่สุด 2 เรื่องคือ เสรีภาพในชีวิตร่างกายและสิทธิในความเสมอภาค
แม้จะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คนต่างด้าวอาจจะไม่ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกับพลเมืองของชาตินั้นได้ หากแต่อย่างน้อยที่สุด คนต่างด้าวจะต้องได้รับสิทธิที่เรียกว่า สิทธิมนุษยชนหรือสิทธิของทุกๆๆ คน
------------------------------------------------------------
"ตาหว่า" ให้ความเห็นเหมือนเดิมทุกครั้ง ที่ข้าพเจ้าเอาการบ้าน/งานการไปปรึกษา--สรุปสั้นๆ คือ "คิดเห็น/สนับสนุน อาจารย์บรรเจิด"
-----------------------------------------------------------
งานเขียนชิ้นต่อไป จะคืบกระดื๊บๆๆ จากประเด็นนี้..
สวัสดีค่ะ
ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนไทยแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ..
เขาถือเอกสารอะไรคะ? ..เด็กที่เกิดมาจะได้สัญชาติตามพ่อและแม่ค่ะ
ถ้าแม่ของเด็กมาคลอดเด็กที่โรงพยาบาล สิ่งที่โรงพยาบาลทำได้-ควรทำ-และต้องทำก็คือ--ออกเอกสารรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ให้กับเด็กทุกคนค่ะ ..ไม่ว่าแม่ของเด็กหรือพ่อของเด็กจะพูดภาษาอะไร (ส่วนเด็กนั้น--ร้องภาษาเดียวกันเนอะ..)
ถ้าแม่และเด็กมาหาหมอที่โรงพยาบาล มันก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้วนิคะ ..ไม่สบาย ก็มารับการรักษา ..สิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของคนทุกคน มนุษย์ทุกคน--เจ็บป่วยก็ควรได้รับการรักษา คุณไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ
ส่วนที่ว่าไม่ได้เก็บสตางค์.. แล้วคุณทำยังไงคะ ..ใจดีแบบนี้กับเด็กไม่มีบัตรทุกคนหรือเปล่าคะ ..เล่าให้ฟังบ้างได้ไหม
ตอบงงๆ ไปหน่อยนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณดรุณี
สอบถามในด้านการศึกษา ทางโรงเรียนก็ปัญหาเรื่องแบบนี้ เป็นเด็กผู้หญิง ชั้น ป.6 บางครั้งมีทุนการศึกษาของมูลนิธิที่ดีมาก แห่งหนึ่ง ก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ เนื่องจากเขาไม่มีบัตร ไม่มีเอกสารต่างๆรับรอง จึงไม่สามารถช่วยหลือเขาได้เลย รอให้เขาเรียนจบ ป.6 ได้ยินว่า แม่ก็จะไปอยู่กับคนในเมือง หรือไม่ก็ให้แต่งงาน น่าเสียดายมากค่ะ
ครูเอ คะ
น้องเค้าอยู่แถบไหน โรงเรียนที่ไหนคะ ถ้าเค้าอยากเรียนต่อ จริงๆ แล้วมีองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ดูแลเรื่องการศึกษาของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติอยู่บ้างค่ะ คือ ให้ทุนโดยไม่ได้สนใจว่าเค้าจะต้องมีบัตร
ขอถามต่อค่ะ ว่า
1.น้องเค้าติดปัญหาแต่เรื่องทุนการศึกษาใช่มั้ยคะ
2.แล้วเรื่องการเข้าเรียนมีปัญหาหรือเปล่า
3.เรื่องไม่มีบัตร เป็นอีกเรื่องค่ะ คือ เรียกว่า ปัญหาสถานะบุคคล
การอยู่ในสถาบันการศึกษา จะช่วยทำให้เค้ามีบัตร และ เลข 13 หลัก ด้วยค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าสถาบันที่น้องเค้าเรียนอยู่ ได้ดำเนินการในเรื่องนี้หรือยัง
ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง
ผู้ประสานงานโครงการห้องเรียน คลีนิก และสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติ (CCL)
กองทุนศ.คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2 ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร.02-6132148 ,089-437-6770 โทรสาร02-2249421
e-mail : [email protected];[email protected]
สวัสดีครูเอ ค่ะ
ขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้นะคะ "สิทธิการศึกษา" เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือเปล่า
ปี 2535 ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาฯ รับรองสิทธินี้อีกครั้งด้วยการออก "ระเบียบ" และมีหนังสือประสานความเข้าใจผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงมหาดไทย
อย่างไรก็ดี ขออนุญาตแลกเปลี่ยนว่า งง-งง เหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องทุนการศึกษา หมายถึงว่า ทุนการศึกษระบุ "เงื่อนไข" ไว้ว่าจะแจกให้เฉพาะเด็กที่มีสัญชาติไทย ไหมคะ..หรือไม่ระบุ แต่เข้าใจกันในทางปฏิบัติไปเอง
อย่างไรก็ดี เด็กในสถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสิทธิค่ะ ..เป้าหมายคือ ขจัดความไร้รัฐของเด็ก หรือทำให้เด็กมีเลข 13 หลัก
ตอบคำถามก็คือ หากไม่มีบัตรหรือเอกสารอะไรเลย ก็ต้องดำเนินการให้เด็กมี..คำถามต่อไปจะเหมือนกับชลฤทัยค่ะ เรียนที่ไหนคะ มีการดำเนินการเรื่องนี้ไปอย่างไรบ้างแล้วหรือไม่
คำถามที่สอง-คงต้องเดินตามคำแนะนำของชลฯ น่ะค่ะ อันนี้ด๋าวอาจเคยได้ยินมาบ้างว่ามีการช่วยเหลือทางด้านการศึกษา แต่ยังไม่มีข้อมูลในตอนนี้ ถ้าอยากให้ทางด๋าวหรือชลประสานความช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ครูเอ ลองทำประวัติเด็กพร้อมโนตแนะนำตัวหรือรับรองมาสักนิดดีไหมคะ จะได้ส่งเคสต่อให้องค์กรที่ทำงานด้านนี้อ่ะค่ะ
ขอบคุณที่ชลเข้ามาช่วยตอบนะจ๊ะ.. วันนี้เพิ่งออนไลน์ได้อ่ะค่ะ
ว่าแต่ว่าคุณ suksom ไม่เข้ามาคุยด้วยแล้วหรือคะ.