เรื่องเล่าจากโรงทอ

ผมว่าการทำงานกับพี่น้องชาวบ้านของผมจำเป็นต้องปรับกระบวนท่าอยู่อย่างต่อเนื่องและเตรียมตัวเตรียมใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องที่ผมคิดและกำลังตัดสินใจอยู่ตอนนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชั่งอยู่บนงานสองอย่าง สำหรับผมเองนั้นคือ การแบกรับ และ การช่วยเหลือ เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยแต่ก่อนไม่คิดว่าจะมีปัญหาแต่เมื่อจะทำโรงทองานนี้คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาแล้วล่ะ

การที่สามีภรรยาอยู่พร้อมหน้ากัน(ช่างทอ และ สามี) งานทอของเราดำเนินไปเรื่อง ๆ สามีช่วยดูแลบ้านและสัวตว์เลี้ยงในกลางวัน ส่วนภรรยากลางวันจะมาทอผ้าและกลับไปทำงานบ้านในช่วงเย็นและตอนเช้า งานนี้คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าไม่เกิดการอพยพแรงงานของสามี

เมื่อสามีของช่างทอขออนุญาตไปทำงานกรุงเทพฯกรุงไทย งานนี้ภรรยาจึงมีงานที่เพิ่มขึ้นคือ งานบ้าน งานเลี้ยงสัตว์ และงานอื่นๆ เหตุการณืแบบนี้เองที่ทำให้งานทอของเราจะไม่คืบหน้าเพราะช่างทอมีภาระอีกหลายอย่าง

ผมคิดหลายคราวและยิ่งไปเรียนรู้กับครูบาฯผมคิดว่าครอบครัวน่าจะได้อยู่พร้อมหน้ากันในชุมชนที่อบอุ่นและปลอดภัยคือ การแสวงหาวิธีที่สามี ช่างทอผ้าและลูก ๆ จะได้อยู่ด้วยกัน มีงานทำทั้งสองคนโดยไม่ทิ้งครอบครัวไปขายแรงงาน ผมคิดอะไรไม่ออกหรอกนอกจากการเกษตร

ผมว่า(คิดว่า)หากสามีได้เรียนรู้การทำงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องโดยทำเกษตร งานนี้เขาจะลดรายจ่ายในครอบครัวลง บางอย่างอาจจะขายได้แต่ที่ผมคิดว่าควรเน้นคือ เพื่อกินอยู่ปากท้อง(ขายได้ก็ดี)  งานทอผ้าของภรรยาจะเป็นงานเพื่อความมั่นคงในสวัสดิการของครอบครัว ซึ่งทั้งปากท้องและทุนสะสม ก็จะมาเจอกันด้วยความพอดี ครอบครัวก็ลงตัวพอดี

นี่เป็นความฝันของผมที่อยากจะช่วยเหลือ  แต่มีหลายคนเตือนว่านี่จะกลายเป็นการแบกรับทีเกินกำลังของตนเองประเภทเตี้ยอุ้มเตี้ยแบกค่อมได้ นี่กำลังเป็นงานที่กำลังต้องวางแผนไว้สำหรับโรงเรียนช่างทอของเรา