ชื่อวิจัย การบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับการรณรงค์ต่อต้านสารเสพติดในโรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา สพท.ปข เขต 2 ในระบบการต้านยาเสพตติด ( QAD ) ของสภากาชาดไทย
ผู้วิจัย ว่าที่ พันตรี กิตติธัช แสนภูวา
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดในโรงเรียนปากน้ำปราณวิทยา สพท.ปข.เขต 2 (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดในโรงเรียนใน สพท.ปข.เขต 2(3) ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์เขต 2 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา 16 คน ครู 65 คน ประธานกรรมการสภานักเรียน 16 คน และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 16 คน จากสถานศึกษาขนาดเล็ก สถานศึกษาขนาดกลาง และสถานศึกษาขนาดใหญ่ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสำรวจรายการ แบบมาตราส่วนประมาณค่าและแบบปลายเปิด สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) ความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดด้านการป้องกันสารเสพติดปฏิบัติงานในระดับมาก ส่วนด้านการป้องปรามสารเสพติดและด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพปฏิบัติงานในระดับน้อย (2) การวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความเห็นโดยรวมว่า ขนาดสถานศึกษาที่แตกต่างกัน มีสภาพการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดด้านการป้องกันสารเสพติด ด้านการป้องปรามสารเสพติด และด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนเกี่ยวกับปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ด้านการป้องกันสารเสพติดมากที่สุด ได้แก่ สถานศึกษาควรให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและโทษสารเสพติดแก่นักเรียนโดยวิธีสอดแทรกความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ด้านการป้องปรามสารเสพติดมากที่สุด ได้แก่ สถานศึกษาควรมีระเบียบบังคับ และบทลงโทษที่ชัดเจน และควรประชาสัมพันธ์ให้ครูในโรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนทราบ และด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพมากที่สุด ได้แก่ สถานศึกษาควรหลักธรรมและจิตวิทยา ในการบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติด คำสำคัญ การบริหารงานกิจการนักเรียน ปัญหายาเสพติด
กฎหมายยาเสพติด..ควรรู้
ยาเสพติด หมายถึง สารหรือยาชนิดใด ๆ หรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยการกิน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้วจะทำให้เกิดผลต่อร่างกายสมองและจิตใจ
กฎหมายแบ่งประเภทยาเสพติด ในทางกฎหมาย สิ่งที่ถือว่าเป็นยาเสพติดนั้นจะต้องมีกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน หากไม่มีกฎหมายระบุไว้ สิ่งนั้นก็ไม่ใช่ยาเสพติด แม้ว่าสิ่งที่เสพนั้นจะมีฤทธิ์ที่ทำให้เกิดการเสพติดได้ก็ตาม เช่น บุหรี่ สุรา
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ได้แบ่งยาเสพติดให้โทษ (มาตรา7) ออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ดังนี้
q ประเภทที่ 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง มี 38 รายการที่สำคัญ คือ เฮโรอีน แอมเฟตามีน แมทแอมเฟตามีน เอ็กซ์ตาซี และแอลเอสดี
q ประเภทที่ 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป มี 102 รายการที่สำคัญ คือ ใบโคคา โคคาอีน โคเดอีน ยาสกัดเข้มข้นของต้นฝิ่นแห้ง เมทาโดน มอร์ฟีน ฝิ่นยา (ฝิ่นที่ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งเพื่อใช้ในทางยา) ฝิ่น (ฝิ่นดิบ ฝิ่นสุก มูลฝิ่น)
q ประเภทที่ 3 ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นต้นตำรับยาและมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 ผสมอยู่ คือ ยารักษาโรคที่มียาเสพติด ประเภท 2 เป็นส่วนประกอบอยู่ในสูตร เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสีย
q ประเภทที่ 4 สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ 2 มี 32 รายการที่สำคัญ เช่น อาเซติค แอนไฮไดรด์ , อาเซติค คลอไรด์
q ประเภทที่ 5 ยาเสพติดให้โทษที่ไม่เข้าอยู่ในประเภท 1 ถึง 4 มี 4 รายการ คือ กัญชา พืชกระท่อม พืชฝิ่น ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม และพืชเห็ดขี้ควาย
ข้อหา
ยาเสพติดให้โทษประเภท1
ยาเสพติดให้โทษประเภท2
ผลิตน้ำเข้าส่งออก
-จำคุกตลอดชีวิต (ม.65ว.1)
-ถ้ากระทำเพื่อจำหน่าย ประหารชีวิต (ม.65ว.2)
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 20 กรัม ขึ้นไป ถือว่ากระทำเพื่อจำหน่าย (ม.15)
-จำคุก 1-10 ปีและปรับ 10,000 บาท (ม.68)
-ถ้าเป็นมอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีน จำคุก 20 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 200,000-500,000 บาท(ม.68)
จำหน่ายครอบครองเพื่อจำหน่าย
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 100 กรัมจำคุก 5 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 50,000-500,000 บาท (ม.66ว.1)
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 100 กรัม จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต (ม.66ว.2)
-จำคุก 1-10 ปี และปรับ 10,000 บาท-100,000 บาท(ม.69ว.2)
-ถ้าเป็นมอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีน คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 100 กรัม จำคุก 3-20 ปี และปรับ 30,000-200,000 บาท ถ้าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่า 100 กรัม จำคุก 5 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 50,000-500,000 บาท(ม.69ว.4)
ครอบครอง
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 20 กรัม จำคุก 1-10 ปี และปรับ 10,000-100,000บาท (ม.67)
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 20 กรัมขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย (ม.15)
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 100 กรัม จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท (ม.69ว.1)
-คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 100 กรัม ขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย (ม.17)
เสพ
-จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปีและปรับ 5,000-100,000 บาท (ม.91)
-จำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปีและปรับ 5,000-100,000 บาท (ม.91)
ใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลัง ประทุษร้ายฯ
-จำคุก 1-10ปี และปรับ 10,000-100,000บาท (ม.93)
-กระทำโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป จำคุก 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000บาท
-ถ้ากระทำต่อหญิงหรือต่อผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000บาท
-จำคุก 1-10ปี และปรับ 10,000-100,000บาท (ม.93)
-กระทำโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป จำคุก 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000บาท
-ถ้ากระทำต่อหญิงหรือต่อผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000บาท
ให้ผู้อื่นเสพ
-ถ้าเป็นมอร์ฟีน หรือโคคาอีน ระวางโทษเพื่มกึ่งหนึ่ง (ม.93ว.4)
-ถ้าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท1 ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า และถ้าเป็นการกระทำต่อหญิงหรือบุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องระวางโทษประหารชีวิต (ม.93ว.5)
-ถ้าเป็นมอร์ฟีน หรือโคคาอีน ระวางโทษเพื่มกึ่งหนึ่ง (ม.93ว.4)
-ถ้าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท1 ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า และถ้าเป็นการกระทำต่อหญิงหรือบุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องระวางโทษประหารชีวิต (ม.93ว.5)
ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพ
-จำคุก 1-5 ปี และปรับ 10,000-50,000 บาท (ม.93ทวิ)
-จำคุก 1-5 ปี และปรับ 10,000-50,000 บาท (ม.93ทวิ)
ข้อหา
ยาเสพติดให้โทษประเภท3
ยาเสพติดให้โทษประเภท4
ผลิตนำเข้า
-จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.70)
-จำคุกตั้งแต่ 1-10ปี และปรับ10,000-100,000 บาท (ม.73)
ส่งออกจำหน่าย
-จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.71)
-จำคุกตั้งแต่ 1-10ปี และปรับ10,000-100,000 บาท (ม.73)
ครอบครองเพื่อจำหน่าย
-
-จำคุกตั้งแต่1-10ปี และปรับ10,000-100,000 บาท (ม.74ว.2)
ครอบครอง
-
-จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท (ม.74)
-ถ้า 10 กก.ขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย (ม.26ว.2)
เสพ
-
-
ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลัง ประทุษร้ายฯ ให้ผู้อื่นเสพ
-จำคุก 1-10ปี และปรับ 10,000-100,000 บาท(ม.93)
-ถ้ากระทำโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป จำคุก 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000 บาท (ม.93ว.2)
-ถ้ากระทำผิดต่อหญิงหรือต่อผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000 บาท (ม.93ว.3)
-จำคุก 1-10ปี และปรับ 10,000-100,000 บาท(ม.93)
-ถ้ากระทำโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป จำคุก 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000 บาท (ม.93ว.2)
-ถ้ากระทำผิดต่อหญิงหรือต่อผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000 บาท (ม.93ว.3)
ข้อหา
ยาเสพติดให้โทษประเภท5
ไม่รวมพืชกระท่อม
ยาเสพติดให้โทษประเภท5
เฉพาะพืชกระท่อม
ผลิตนำเข้า ส่งออก จำหน่าย
-จำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000 บาท (ม.75ว.1)
-จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท (ม.75ว.2)
ครอบครองเพื่อจำหน่าย
-จำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับ 20,000-150,000 บาท (ม.76ว.2)
-จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท (ม.76ว.4)
ครอบครอง
-จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท (ม.76 ว.1)
-ถ้า 10 กก.ขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย (ม.26ว.2)
-จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.76ว.3)
-ถ้า 10 กก.ขึ้นไป ถือว่าครอบครองเพื่อจำหน่าย (ม.26ว.2)
เสพ
-จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท (ม.92ว.1)
-จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.92ว.2)
ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลัง ประทุษร้ายฯ ให้ผู้อื่นเสพ
-จำคุก 1-10 ปี และปรับ 10,000-100,000 บาท (ม.93)
-ถ้ากระทำต่อหญิงหรือต่อผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000 บาท
-จำคุก 1-10 ปี และปรับ 10,000-100,000 บาท (ม.93)
-ถ้ากระทำต่อหญิงหรือต่อผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาญา หรือเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดอาญา จำคุก 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับ 30,000-500,000 บาท
ยุยงส่งเสริม ให้ผู้อื่นเสพ
-จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท (ม.93 ทวิ ว.2)
-จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท (ม.93 ทวิ ว.2)
พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534
วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะการมุ่งเอาผิดต่อผู้ค้ายาเสพติด ระดับนายทุน และตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด และริบทรัพย์สินที่ได้รับมาจากการค้ายาเสพติด เพื่อขจัดแหล่งเงินทุนในการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด
ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดและศาลสั่งริบ ให้ตกเป็นของ “กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด” เพื่อนำทรัพย์สินที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป
ข้อคิดสำหรับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
“ ไม่ว่าจะได้รับทรัพย์สินเงินทองมากเท่าใดจากการผลิต การค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือโอนไปอยุ่ในชื่อของใครก็ตาม เช่น ลูกเมีย ญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาอย่างบริสุทธิ์ ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินนั้นให้ตกเป็นของ “กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด”ต่อไป และยังต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกอีกด้วย “
อัตราการจ่ายเงินสินบนเงินรางวัลคดียาเสพติด
ผู้ที่แจ้งข่าวสารยาเสพติด แก่เจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิด และของกลางยาเสพติดได้ ผู้แจ้งความนำจับจะได้รับเงินค่าตอบแทนการแจ้งข่าวนำจับ เรียกว่า “เงินสินบนเงินรางวัล” ซึ่งมีอัตราการจ่ายเงินตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ.2537 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้
1. เฮโรอีน กรัมละ 10 บาท
2. มอร์ฟีน กรัมละ <