คาถาพระปัจเจกโพธิ์
ท่องนะโมฯ ๓ จบ “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมมา สัมพุธธัสสะ “ แล้วท่อง “พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ” เป็นคาถาบทนำให้ท่องครั้งเดียว แล้วท่องต่อว่า “วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม” ควรท่องเป็นจำนวน ๓ จบ
พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์นี้ ข้าพเจ้าขออาราธนาเจ้าของพระคาถา อีกทั้งหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ได้โปรดประสิทธิ์ประสาทให้ท่านผู้อ่านเมื่อได้นำเอาไปใช้แล้วขอให้บังเกิดความสัมฤทธิ์ผลเพื่อให้มีความคล่องตัวในปัจจัยเงินทอง มีความสุข ความเจริญในปัจจุบันทันตาเห็น โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยดังข้าพเจ้าจะได้พรรณาดังต่อไปนี้..
ก่อนอื่น..ผู้ที่ใช้ต้องมีความเคารพศรัทธาในพระรัตนตรัย คือคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งหรือพูดให้ง่ายๆก็คือควรจะนับถือศาสนาพุทธ( ถ้านับถือศาสนาอื่นก็ใช้ได้แต่ข้าพเจ้าไม่รับรองผล) หากท่านนับถือศาสนาอื่นอยู่แล้วจะเปลี่ยนหันมานับถือศาสนาพุทธข้าพเจ้าก็ขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งด้วย แล้วต้องถือศีลอย่างน้อย ๒ ข้อ ให้เคร่งครัดคือ ศีลข้อ ๒ อทินนาทาน ห้ามลักทรัพย์ หรือหยิบฉวยสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่อนุญาต กับ ศีลข้อ ๕ ห้ามดื่มสุรา เครื่องดองของเมา สิ่งเสพติดทุกชนิด กับห้ามทำมิจฉาชีพทุกชนิด รวมทั้งห้ามเล่นการพนันต่างๆอีกด้วย และยังต้องใส่บาตรพระทุกวันอย่าให้ขาด ถ้าไม่สามารถใส่บาตรพระตอนเช้าได้ก็ให้หากระป๋องเปล่า ตอนเช้าเอาเงินใส่มืออาจเป็นควอเตอร์แล้วพนมมือท่องคาถาข้างต้น ๓ จบเสร็จแล้วเอาเงินเก็บไว้ในภาชนะนั้น เมื่อเงินเต็มก็เอาออกมาซื้ออาหารไปถวายพระเมื่อมีโอกาส เมื่อถวายพระแล้วก็ต้องกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้มีพระคุณทั้งหลาย มี ปู่ ย่า ตา ยาย หมู่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เจ้ากรรมนายเวรเป็นต้น ขอให้มารับส่วนกุศลด้วยทั่วถึงกัน
เมื่อปฏิบัติตามข้างต้นได้แล้วก็ให้ทำดังนี้ โดยให้ท่านผู้อ่านบอกพระคาถาให้ทุกคนในครอบครัวท่องกันทุกคน หรือถ้าทำธุรกิจอาจจะเป็นร้านค้าร้านอาหารก็ให้พนักงานทุกคนทำกันทุกคน ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ต้องไปบังคับเขาขอให้เป็นความสมัครใจ ตัวของเราเองขอให้ทำให้เข้มเอาไว้ โดยตื่นนอนตอนเช้าก่อนลุกจากที่นอนให้ท่องคาถานี้ ๓ จบ ก่อนนอนก็ให้ท่อง ๓ จบ ออกจากบ้านไปถึงที่ทำงานก่อนทำงานท่อง ๓ จบ เลิกงานก่อนออกจากที่ทำงานท่อง ๓ จบ ซื้อสิ่งของก่อนจะเอาเงินออกจากกระเป๋าท่อง ๓ จบ เอาเงินเข้ากระเป๋าท่อง ๓ จบ หุงข้าวก่อนจะหุงข้าวให้ท่อง ๓ จบข้าวที่หุงนั้นจะเพิ่มขึ้น
มีเคล็ดลับคือเมื่อซื้อสิ่งของเข้าร้านเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ ของขาย ขอให้ทำน้ำมนต์พรมด้วยคาถานี้ ๓ จบ เอาใบพลู(ใบไม้อื่นก็ได้) จุ่มน้ำมนต์พรมสินค้านั้น ของนั้นจะเพิ่มขึ้นมา ปลูกต้นไม้ รดน้ำด้วยคาถา ๓ จบ ต้นไม้จะเติบโตให้ผลมากมาย เบิกเงินธนาคารมา ยังไม่ต้องเอาเงินนั้นใช้โดยให้เอาเงินเก็บไว้ข้ามคืน แล้วสวดคาถานี้ ๓ จบนับเงินดูเงินจะเพิ่มขึ้นมา ถ้าจะทำธุรกิจใหม่ๆ หรือจะทำอะไรใหม่ๆให้เสี่ยงทายด้วยพระคาถานี้โดยให้หักไม้มายาวหนึ่งคืบของเรา(ความยาวตั้งแต่นิ้วโป้งถึงนิ้วก้อยเมื่อกางมือออก) แล้วท่องด้วยคาถานี้ ๓ จบ อธิษฐานว่าสิ่งที่จะทำถ้าดีขอให้ไม้ยาวออกไป ถ้าไม่ดีขอให้ไม้นั้นสั้นเข้า ไม้จะยาวจะสั้นเป็นอัศจรรย์
เมื่อทำได้ผลเป็นที่อัศจรรย์แล้ว อย่าลืมต้องหมั่นทำบุญ ทำทานให้มากๆโดยเฉพาะคนรอบตัว เช่นพนักงานในร้านในบริษัทก็ต้องให้โบนัส เพิ่มเงินเดือนให้ตามฤดูกาล อย่ารวยคนเดียว บางแห่งพนักงานทำงานมากกว่าสิบปีไม่เคยขึ้นเงินเดือนให้เลย กิจการค้าขายก็เห็นเจริญรุ่งเรืองดี ให้ทุกท่านนำเอาไปใช้และท่องคาถากันให้ได้ทุกคน เอาไปดัดแปลงใช้กันให้เหมาะกับอัชฌาศัยส่วนตัว หรือจะทำเป็นกรรมฐานท่องในใจในระหว่างนั่งสมาธิก็ได้ หรือจะท่องคาถากันทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ขาดสายยิ่งเยี่ยมยอดไม่ผิดกฏิกา
ในช่วงสมัยที่หลวงพ่อปาน วัดบางนมโคยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านมีสหายเป็นฆราวาสผู้ทรงอภิญญาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับท่านชื่อว่า “ขรัวอีโต้” “ขรัวอีโต้”นี้ท่านมีความสามารถที่จะเอาลอบที่ใช้ในการดักปลาเอามาดักเงินในกลางอากาศได้ โดยท่านได้พิสูจน์ต่อหน้าหลววงพ่อฤาษีลิงดำกับพระอีกหลายรูป โดยขรัวอีโต้ได้เอาลอบเปล่าๆไปแขวนไว้บนยอดไม้ในตอนเย็นก่อนที่พระอาทิคย์จะตกดิน แล้วแขวนไว้อย่างนั้น จนรุ่งเช้าเมื่อเข้าไปตรวจดูในลอบจะเห็นมีธนบัตรใบละ ๑๐ บาทวางอยู่ในลอบนั้นเป็นอัศจรรย์ เงิน๑๐บาทมาอย่างไรไม่มีใครตอบได้รู้แต่เพียงว่าสามารถดักเงินกลางอากาศได้เท่านั้นไม่ใช่วิทยากล สมัยนั้นกินข้าวแกงอย่างมากจานละ ๕ สตางค์ มี ๑๐ บาทก็ตกเป็นเงินพันบาทในสมัยนี้ หลวงพ่อปานเองตัวของท่านนั้นก็สามารถใช้อภิญญาของท่านเสกข้าวตอกให้เป็นเหรียญเงินได้ แต่พอคาถาหมดฤทธิ์เหรียญนั้นก็จะกลับเปลี่ยนเป็นข้าวตอกดังเดิม
ส่วนในเรื่องของการใช้”คาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์” นั้นแตกต่างไปเพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องสำเร็จได้อภิญญาอย่างที่ท่านขรัวอีโต้กับหลวงพ่อปานท่านได้ ขอเพียงแต่ผู้ใช้นั้นจะต้องรักษาศีลสองข้ออย่างเคร่งครัดเป็นอย่างน้อยคือข้อที่๒ไม่ลักทรัพย์หรือถือเอาสิ่งของผู้อื่นที่เขาไม่อนุญาตมาเป็นของตัว กับข้อ๕ที่ห้ามดื่มสุราของมึนเมารวมถึงยาเสพติดทุกชนิด อีกทั้งห้ามไม่ให้เล่นการพนันต่างๆ และจะต้องใส่บาตรพระทุกเช้า ในเรื่องนี้ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าถึงแม้ว่าตัวคาถานี้จะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์ก็ตามแต่ ผู้ที่ใช้พระคาถานี้ก็ต้องได้รับอานิสงส์อยู่แล้ว เนื่องด้วยถ้าเราไม่ดื่มสุราหรือเสพยาเสพติดทุกชนิด และไม่เล่นการพนันอย่างน้อยๆเราก็ประหยัดเงินได้เดือนละหลายร้อยเหรียญทีเดียว ยิ่งถ้าคาถานี้ใช้ได้ผลตามที่กล่าวอ้างก็ยิ่งดีใหญ่เหมือนได้ป้อกสองเด้งทีเดียว(ไหนว่าห้ามเล่นการพนันไง..ฮา)
อย่างไรก็ตามได้มีเรื่องเล่ากล่าวขานจากประสบการณ์ถึงผลดีจากการใช้”พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์” มีมาตั้งแต่สมัยของหลวงพ่อปาน มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งในสมัยหลวงพ่อปานยังมีชีวิตอยู่นั้นได้มีนายแจ่ม ชาวราชบุรี อาชีพปลูกพริกขาย หลังจากได้ตัวคาถามาจากหลวงพ่อปาน แกก็ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาพระคาถานี้ทั้งวันทั้งคืนแทบจะทุกลมหายใจเข้าออก ปรากฏว่าเมื่อถึงคราวขายพริก พริกของแกกี่มีใบหงิกใบงอและลำต้นแคระเกร็นกลับสามารถเก็บเกี่ยวผลได้มากกว่าชาวบ้านเขา อีกทั้งขายได้น้ำหนักมากกว่าปกติ เมื่อเอาไปขายแล้วได้เงินมามากมายจนสามารถใช้หนี้ใช้สินได้หมดภายในปีเดียว และยังมีเงินเหลือสร้างบ้านได้อีกหลังหนึ่ง
บางท่านใช้ตัวคาถานี้ภาวนาเป็นกรรมฐานเมื่อนั่งสมาธิจนใจสงบนิ่งดีปรากฏแสงสว่างเป็นทางยาวพุ่งเข้าสู่ตู้เก็บเงินเปล่าๆ และเมื่อไปเปิดตู้ดูเห็นเงินเป็นมัดๆอัดอยู่เต็มตู้ทีเดียว บิดาของข้าพเจ้านั้นเล่าว่าท่านนั้นเชื่อเรื่องคาถาพระปัจเจกโพธิ์ ว่าสามารถทำให้เงินนั้นงอกได้จริงๆ ท่านได้ประสพมากับตัวของท่านเองหลายครั้ง ท่านจดนับเงินดูก่อนเอาเงินเก็บและพอตื่นเช้ามานับเงินดูใหม่ปรากฏว่าเงินกลับมีเพิ่มขึ้นมา แต่ท่านบอกข้าพเจ้าว่าบัดนี้ท่านมีฐานะดีแล้วจึงได้หยุดใช้พระคาถานี้เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อเงินงอกขึ้นมามากแล้วสุดท้ายจะต้องใช้คืนเจ้าของเดิมเขาหรือเปล่าเนื่องจากว่าไม่มีใครกล่าวยืนยันว่าจะไม่ต้องใช้คืน ข้าพเจ้าจึงได้พูดติดตลกตอบท่านไปว่า ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ถ้าเราจะต้องใช้คืนจริงๆ พระท่านคงไม่คิดดอกเบี้ยหรอกเพราะท่านเป็นพระ มันก็คุ้มไม่ใช่หรือที่ได้เงินมายืมใช้ก่อนโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและไม่มีกำหนดคืนเงินต้น และถ้าเราฉลาดเราก็เร่งสร้างบุญสร้างกุศลเพิ่มขึ้นเพื่อให้ผลบุญที่ได้นั้นเท่ากับหรือมากกว่าหนี้ที่เราต้องใช้ ถึงคราวที่ต้องใช้เงินคืนพระท่านอาจจะไม่รับเงินคืนก็ได้ บิดาของข้าพเจ้าถึงกับหัวเราะและส่ายหน้าในคำตอบของข้าพเจ้า ขอให้ท่านผู้อ่านนำตัวพระคาถาปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ไปใช้ตามอัธยาศัย และถ้าได้ผลดีอย่างไรอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ สวัสดี
.................................................
หมายเหตุ : บทความนี้ได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เมืองไทยนิวส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคุณVasin Sornprasitti (Paul) อีเมล์ [email protected] (www.18body.com )<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p>
ไหนว่า ทามากาย เจ๋ง แล้วทำมายต้องใช้คาถาง่ะ