“มอบคาถา..ให้ทุกคนรวยต้อนรับวันปีใหม่”
ก่อนอื่นท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคงต้องรัวคำถามมาใส่ข้าพเจ้าผู้เขียนว่า รวยแล้วหรือถึงได้มาแนะนำให้ผู้อ่านทั้งหลายเชื่อเรื่องพระคาถานี้ว่าสามารถทำให้ผู้ที่นำพระคาถานี้ไปใช้ปฏิบัติแล้วจะสามารถสร้างฐานะให้เป็นคนร่ำรวยได้ ซึ่งเรื่องนี้ข้าพเจ้าขอตอบว่า ความร่ำรวยนั้นไม่ได้เป็นเครื่องวัดว่าผู้นั้นจะต้องมีความสุขในชีวิตเสมอไป บางท่านมีเงินล้นฟ้ามีอำนาจล้นแผ่นดินแต่ก็หามีความสุขไม่ อันตัวของข้าพเจ้านั้นไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่อย่างใด มีแค่พอกินพอใช้มีรถเก่าๆขับ แต่ก็มีความสุขในชีวิตตามอัตภาพที่เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วยังมีลมหายใจอยู่และสามารถทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้บ้างตามสมควร เท่านี้ข้าพเจ้าก็ถือว่าข้าพเจ้านั้นร่ำรวยในความคิดของข้าพเจ้าแล้ว ..
เมื่อปลายปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้มีโอกาสผ่านไปที่ตลาดไทยลาว เมืองลา พาลมา ได้พบปะสนทนากับท่านผู้อ่านหลายท่านและข้าพเจ้าได้อวยพรวันปีใหม่ไปว่าขอให้ท่านมีความสุขและขอให้หมดหนี้หมดสิน ท่านผู้อ่านท่านนั้นถึงกับหัวเราะก๊ากออกมาเสียงดังและรีบโบกมือปฏิเสธไปว่าอยู่ที่อเมริกานี่แทบทุกคนต่างต้องเป็นหนี้เป็นสินกันทั้งนั้น ทั้งบัตรเครดิตการ์ด ทั้งค่าเช่าบ้าน ทั้งผ่อนบ้าน ทั้งผ่อนรถยิ่งเป็นหนี้เยอะยิ่งมีเครดิตดี ใครไม่เป็นหนี้ก็ไม่มีเครดิต ใครไม่มีเครดิตก็ทำอะไรลำบาก และก็คงจะต้องเป็นหนี้อย่างนี้ไปจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง ถ้าจะอวยพรก็ขอให้อวยพรไปว่า ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนนั้นจะดีกว่า ข้าพเจ้าจึงได้พูดไปว่า ถ้าอย่างนั้นข้าพเจ้าขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนและขอให้รวยๆหมดหนี้หมดสินกันทุกคนนะครับ.. (รวมถึงท่านผู้อ่านหนังสือ MT ในขณะนี้ด้วยนะครับ)
อันว่า “คาถาทำให้รวย” หรือ “คาถาพระปัจเจกโพธโปรดสัตว์” นี้ดั้งเดิมนั้นเป็นคาถาของพระธุดงค์รูปหนึ่ง ซึ่งครูผึ้งชาวนครศรีธรรมราชได้เล่าเรียนมาเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๒๓ แล้วได้นำมาถ่ายทอดให้กับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค(อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)ในคราวที่หลวงพ่อฯท่านได้เดินทางผ่านไปทางภาคใต้เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๒ ซึ่งขณะนั้นครูผึ้งมีอายุได้ ๙๙ ปีและหลวงพ่อปานอายุนั้นได้ ๕๔ ปีแล้ว หลวงพ่อปานนั้นมีลูกศิษย์ที่จัดว่าเก่งๆติดอันดับอยู่หลายท่านอย่างเช่นหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ฤๅษีลิงขาว และฤาษีลิงเขียว ซึ่งบุคคลที่กล่าวถึงนี้ข้าพเจ้าเคยได้พบปะสนทนาธรรมกับท่านมาทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะหลวงพ่อฤๅษีลิงดำนั้น ข้าพเจ้าเคยได้ไปศึกษาวิชามโนมยิทธิการสร้างฤทธิ์ทางใจกับท่านทั้งที่บ้านเจ้าคุณเสริมซอยสายลม กรุงเทพมหานคร และที่วัดท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี และเมื่อครั้งที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้อาพาธหนัก ข้าพเจ้าก็ได้บวชถวายกุศลให้กับท่านที่วัดท่าซุงมาแล้วเช่นกัน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำนั้นท่านได้เพิ่มเติมตัวเนื้อคาถาพระปัจเจกโพธิโปรดสัตว์จากเดิมขึ้นมาอีกหลายบรรทัดและตั้งชื่อคาถาขึ้นใหม่ว่า “คาถาเงินล้าน” ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอถือเอาตัวเนื้อคาถาเดิมๆของหลวงพ่อปานฯมาใช้นั้นจะดีกว่าเพราะเห็นว่าขลังศักดิ์สิทธิ์และได้ประสบการณ์กับตัวเองมาแล้ว
อันว่าคาถาพระปัจเจกโพธิโปรดสัตว์นั้น หลวงพ่อปานวัดบางนมโค ท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากครูผึ้ง ชาวนครศรีธรรมราชซึ่งอายุของครูผึ้งในขณะนั้น ๙๙ ปีแต่ดูแล้วเหมือนจะแค่ ๕๐ ปี โดยครูผึ้งนั้นท่านเล่าว่าเมื่อครั้งสมัยที่ท่านยังเป็นหนุ่มใหญ่อายุ ๔๐ ได้มีพระธุดงค์เดินผ่านมาทางบ้านของท่าน ท่านจึงนิมนต์ให้พักอยู่ ๔ วัน ก่อนที่พระธุดงค์จะจากไปท่านได้มอบคาถานี้ให้ครูผึ้งใช้ และพระธุดงค์ยังได้บอกว่าครอบครัวของท่านนั้นใช้คาถานี้กันทุกคน ไม่มีใครยากจน ถ้าจนอย่างมากก็ยังพอเลี้ยงเอาตัวรอดได้ และครูผึ้งได้นำเอาพระคาถานี้มาใช้และใช้ได้ผลดีจึงขอมอบให้หลวงพ่อปานนั้นเอาไว้ใช้และขอให้เผยแผ่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนต่อไป(โปรดติดตามตอนหน้าครับ..) <p>..................................................................</p>
หมายเหตุ : บทความนี้ได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เมืองไทยนิวส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยคุณVasin Sornprasitti (Paul) อีเมล์ [email protected] (www.18body.com )
</span>