เราผู้มาจากแดนไกลบินข้ามประเทศมาล่องแม่น้ำโขงที่เมืองหลวงพระบาง เมืองไชยบุรี เมืองนาน เราใช้เรือเดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านตามลำน้ำโขง ก่อนขึ้นหมู่บ้านเราต้องย่ำไปบนหาดทรายผสมก้อนกรวดทั้งเล็กใหญ่สุดลูกหูลูกตาตามชายฝั่งแม่น้ำโขง ที่แรงน้ำพัดพามา

ผู้มาจากเมืองสยามไม่มีทางรู้เลยว่า ทรายมหึมาที่เราย่ำไปทีละก้าวนั้น ใต้รองเท้าของเราได้เหยียบลงไปบนเกล็ดทองคำ ทองคำจริงๆครับ ธรรมชาติส่งมอบมาให้โดยไม่ได้ป่าวประกาศใดๆ ผู้มีปัญญาเท่านั้นที่จะค้นหาพบ...ผู้มีทักษะและความพยายามเท่านั้นจะได้สัมผัสเรา..
ไปดูเขาหาทองกันดีกว่า
มารู้จักเครื่องมือประกอบการร่อนหาแร่ทองคำ

(1) เรียกว่า "แหว่ก" เป็นเครื่องมือประจำบ้านเหมือนเสียมเหมือนจอบ ใช้สำหรับดายหญ้า และขุดดินแบบงานเล็ก
(2) เรียกว่า "เพาะ" เป็นภาชนะสำหรับเก็บดินทรายจากการใช้แหว่กขุดเอามาใส่เพาะนี้ไปร่อนหาทองต่อไป

ภาชนะรูปนี้ไม่ทราบว่าเรียกอะไร ขอเรียกว่า “ตะกร้าตาห่าง” สำหรับใส่ทรายจาก “เพาะ” เพื่อกรองเอากรวดก้อนใหญ่ๆออกจากบ่าง

(4) คือ “บ่าง” เป็นเครื่องมือร่อนทรายหาทอง ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ขุดเป็นรูปคล้ายกระทะก้นตื้นๆ มีที่จับตรงขอบ
(5) กะละมังใบเล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต มีผ้าไนล่อนคล้ายมุ้งปิดอยู่ สำหรับใส่เศษทรายสุดท้ายที่มีเศษทองปนอยู่ โดยจะเอาน้ำใส่ไว้ด้วย
ขั้นตอนการร่อนทอง

เด็กๆจะเอาแหว่ก(เครื่องมือขุดทราย)ไปขุดเอาทรายที่มักผสมกรวดตามชายหาด แล้วเอาใส่เพาะ

แม่รับเอา “เพาะ” มาจากลูก แม่จะเอาบ่าง(เครื่องมือร่อนทอง) วางลง เอาตะกร้าตาห่างวางลงบน “บ่าง” แล้วเอาทรายผสมกรวดใน “เพาะ” เทใส่ลงในตะกร้าตาห่างนั้น แล้วยกเอาบ่าง และตะกร้าตาห่างลงแช่น้ำ เขย่าตะกร้าตาห่างนั้นทรายก็จะตกลงไปในบ่าง ก้อนกรวดใหญ่ๆก็จะไม่รอดลงไป จะอยู่ในตะกร้าตาห่างนั้น ก็เอาตะกร้าตาห่างยกเอาก้อนกรวดออกไปจากบ่าง
ใน “บ่าง” ก็จะเหลือเพียงทรายเม็ดเล็กๆ แม่ก็จะทำหน้าที่ร่อนทรายโดยเอาน้ำใส่เข้าไปพอสมควรแล้วก็ร่อนค่อยๆเอาทรายออกจากบ่างทีละน้อยๆ

เมื่อร่อนจนเหลือเศษทรายสุดท้ายก็จะตรวจสอบด้วยสายตาว่ามีเศษทองเล็กๆอยู่หรือไม่ ซึ่งสามารถใช้สายตาดูได้ จะเห็นความต่างของเศษทองกับสิ่งอื่นๆในส่วนที่เหลือก้นบ่างนั้น เมื่อพบว่าการร่อนครั้งนี้ได้เศษทองชิ้นเล็กๆ ก็จะยกบ่างไปที่กะละมังใบเล็กที่เตรียมไว้แล้วนั้น ค่อยๆบรรจงเทเศษทองพร้อมทรายที่ติดมานั้นลงในกะละมังที่เอาน้ำใส่ลงไปด้วย

รูปนี้ที่วงแดงๆคือเศษทองชิ้นเล็กๆที่ปนอยู่กับเศษทรายที่ผ่านการร่อนจนเหลือติดก้น “บ่าง”
แล้วไปเริ่มขั้นตอนที่หนึ่งใหม่ วนเวียนเช่นนี้ทั้งวัน จนในกะละมังมีเศษทองมากเพียงพอก็มาทำขั้นตอน “การจับทอง”

การจับทองเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ในขวด(ลิพโพนั้น)มีธาตุปรอทแช่น้ำอยู่ด้านในปริมาณที่เห็นสัก 10 CC ถ้าเราเอียงขวดไปมา ปรอทจะกลิ้งไปมาภายในขวดนั้น “แม่ร่อน” คนนี้เทปรอทออกจากขวดลงไปในกะละมังนั้นที่มีเศษทองปนอยู่กับทรายแล้วก็กลิ้งปรอทไปมาจนทั่ว การทำเช่นนี้เพื่อให้ปรอทกลิ้งไปมาจับเศษทอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติธาตุปรอท ที่จะจับทองเข้ามาในตัวเอง หรือหุ้มเอามาไว้ในตัวเอง แต่ปรอทจะไม่จับสิ่งอื่นๆเลย ???? การจับหรือหุ้มนั้นเพียงจับหรือหุ้มเฉยๆ ปรอทไม่ได้ละลายเศษทองจนเป็นเนื้อเดียวกัน นี่คือภูมิปัญญาผู้รู้กฎเกณฑ์ทางธรรมชาติของปรอท...
เมื่อแน่ใจว่าปรอทจับเศษทองหมดสิ้นแล้ว ก็เอาปรอทนั้นเทลงในเศษ “ผ้าไนล่อน” บางๆผืนเล็กนั้น
แล้วทำการม้วนผ้านั้น แล้วบิดผ้านั้นลงบนปากขวด(ลิพโพ) คุณสมบัติอันวิเศษของปรอทอีกเช่นกันจะถูกแรงบีบ แรงบิดผ้าเล็ดลอดออกจากผ้าไนล่อนออกมาหยดลงในขวดลิพโพเช่นเดิม จนหมดสิ้น ในผ้านั้นก็จะเหลือเศษทองที่เขาจับหรือหุ้มเอาไว้ก่อนนั้น “แม่ร่อน” ก็จะเอาเศษทองล้วนๆในผ้ามาขยำทำให้เป็นก้อนกลมๆ

ซึ่งมักจะเอาก้อนทองซึ่งมีสีเงินๆนั้นเอาใส่ขวดเล็กๆไว้เพื่อป้องกันการหล่นหายไป สิ่งที่ได้นี้คือสิ่งสุดท้ายของกระบวนการร่อนทอง ทองที่ได้นี้เขาเรียกว่า “คำ 8” หรือทองคำ 80% สามารถจะซื้อขายได้เลย โดยมีหน่วยน้ำหนักของทองนี้คือ 10 ลี้เท่ากับ 1 หุน 10 หุนเท่ากับ 1 สลึง 4 สลึงเท่ากับ 1 บาท 10 สลึงเท่ากับ 1 ฮอง เท่าที่สอบถามทองราคา หุนละ 70 พันกีบ หรือประมาณ 250 บาท เมื่อเทียบทอง 1 บาทก็ประมาณ 10,000 บาท
ปกติพ่อค้าก็ซื้อ “คำ 8” จากชาวบ้านไปทำเป็น “คำ 10” เพื่อให้บริสุทธ์มากขึ้น หรือเพิ่มมูลค่าทองนั่นเอง
ชาวบ้านกล่าวว่า ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจะได้ “คำ” ประมาณ 1 หุน ดังนั้น ในระยะเวลา 20-30 วันจะขายคำได้เงินประมาณ 2,500 บาท
ชาวบ้านกล่าวว่าคนที่มาทำการร่อนคำนั้นก็ทำกันเป็นทุกครัวเรือน เป็นอาชีพของสตรีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะคู่กับเด็กเล็ก และมิได้หมายความว่าหาดทรายทุกบ้านจะมีเศษคำ แล้วแต่การพัดพามาของน้ำตามธรรมชาติ
ผู้บันทึกเชื่อว่า น้อยคนนักจะได้เห็นและทราบว่าการร่อนทองทำกันเช่นไร และมีอาชีพนี้อยู่ในโลกนี้ ขอบันทึกไว้เป็นข้อมูลสาธารณะครับ...
------------
หมายเหตุ: ภาพทั้งหมดถ่ายที่บ้านปากไผ่ เมืองไชยบุรี ลาว เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551
การเรียกชื่อภาชนะและต่างๆนั้น ผมสกดตามภาษาพูดที่ได้ยินมา หากคลาดเคลื่อนจากคำจริงๆ ท่านผู้รู้กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ชอบๆๆๆๆๆ เพิ่งเคยเห็นชัดๆนี่แหละค่ะ รายได้เค้าไม่เลวเลยนะคะ แล้วมีการทะเลาะแย่งพื้นที่กันบ้างมั้ยน้อ ?
น่าแปลกที่เค้าเป็นสาธารณรัฐ แล้วไม่ต้องมีสัมปทานเหรอคะ ? อย่างภูเขาของเราที่พิจิตรยังต้องมีการประมูลพื้นที่กันเลย ^ ^
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ เบิณดืเพิ่งเคยเห็นอุปกรณ์ร่อนทองแบบดั้งเดิม และเพิ่งทราบว่าคุณสมบัติของปรอทจะดูดซับทอง !
ไม่ทราบว่ามีคนเจอก้อนใหญ่ที่สุดแค่ไหน เจอเกล็กเล็กๆ เป็นการฝึกความอดทน ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ภาพสวยมาก บรรยายจนเหมือนไปร่อนทองด้วย
สวัสดีน้องสาว
ไม่แย่งพื้นที่ครับ เพราะส่วนใหญ่ ไปรับจ้างขนทรายที่หมู่บ้านท่าเดื่อ รายได้ดีกว่า ชาวบ้านบอกว่าเสียเวลาเยอะทั้งวัน หรือเข้าป่าไปหาของป่า การร่อนทองจึงเป็นบทบาทสตรีเพศและเด็กๆ เหนื่อย เพราะแช่น้ำทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว จะไม่ค่อยร่อนทองกัน
ข้อมูลที่เพื่อนๆแยกกันเก็บข้อมูลนั้นบอกว่าบางบ้านทำการร่อนทองมาก อาจเพราะมีทองมากกว่าที่อื่น และเมื่อเทียบกับการทำอย่างอื่นแล้วการร่อนทองดีกว่า เพราะบ้านนั้นห่างไกลบริเวณที่มีการจ้างขนทรายกันครับน้องเบิร์ด
ไม่มีสัมปทาน ไม่มีการแย่ง ไม่มีการประมูลพื้นที่ ใครๆอยากทำก็เอาเล้ยยย... ช่วงที่พี่ไป เห็นสตรีเพียง 3 คนเท่านั้นเองครับ เด็กมากกว่าเพราะเด็กช่วยแม่ไป...และเล่นไปด้วย..อิอิ ตามประสาเด็ก
พี่ก็เพิ่งเห็นครั้งแรกครับ ตื่นตาตื่นใจเห็นของแปลก
เรื่องปรอทก็เช่นกันพี่ก็เพิ่งรู้คุณสมบัติของเขาครับ ...
น้องเบิร์ด เชียงรายหนาวไหม วันสองวันนี้หนาวลงมากเลย มีฝนตกพรำๆด้วย ต้องใส่เสื้อ 2 ชั้นแน่ะ...แต่ชอบหนาวครับน้องเบิร์ด..
สวัสดีครับท่านครูบา
2. ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ขนาดของเศษทองที่ผมเห็น เล็กนิดเดียวถ้าไม่สังเกตจริงๆก็ไม่เห็น และหากไม่ใช่ผู้คุ้นเคยจริงๆก็จะไม่รู้ว่านั่นคือทอง เพราะมันก็คล้ายๆ เหมือนๆกับเศษเปลือกหอยเล็กๆ และอื่นๆ คนโบราณหรือคนลาวที่มีอาชีพนี้เก่งจริงๆ แยกแยะได้ออก
ขนาดใหญ่สุดที่ผมสอมถามมาว่าเท่าขนาดหัวไม้ขีดไฟครับ ซึ่งนานๆจะพบสักที
จริงครับดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ทราบว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์พออากาศอุ่นขึ้น จะมีชาวบ้านลงร่อยทองกันมากกว่าช่วงที่ผมไป อาจเพราะอากาศหนาวนะครับ
อดทนจริงๆครับทั้งวัน เช้าจรดเย็น และ 2-3 วันได้ 1 หุน ก็ขนาดเมล็กถั่วเหลืองครับ ผมกะจะตามไปดูจุดรับซื้อ แต่ไม่มีเวลา หากมีโอกาศในช่วงฤดูแล้งน่าจะไปอีกสักครั้งครับ
สวัสดีค่ะ
รีบเข้ามาอ่าน เพราะ ครอบครัว มีการทำเหมืองอยู่ที่กาญจนบุรี แต่ไม่ใช่เหมืองทองนะคะ
แต่ชาวบ้าน จะมาร่อนทองแบบนี้ละค่ะ ได้เป็นเศษทองเอาไปขาย เคยไปช่วยเขาร่อนมาแล้ว สนุกดีค่ะ
สวัสดีครับท่านพี่ใหญ่
5. Sasinanda
ผมว่าสภาพแบบลาวนั้นก็เหมาะที่จะใช้เวลาว่างไปร่อนทองครับ ผมเห็นคนไม่น้อยนั่งๆนอนๆกันที่ใต้ถุนบ้าน หากลงชายหาดทรายร่อนทองสะสมไว้ก็จะได้เงินใช้พอสมควรเหมือนกันครับ
แต่บางหมู่บ้านบอกว่าร่อนทั้งวันก็ไม่ได้ หรือได้น้อยมากๆเหมือนกัน ขอบคุณครับ พี่ใหญ่
แหม พูดเพราะจริงๆนะคะ
แต่ที่เคยเห็นเขารอน ก็ไม่ได้มากมายอะไรนะคะ
เป็นเกล็ดเล็กๆ นานๆจะเห็นเป็นก้อนเล็กๆ
แต่พวกผู้หญิงก็มีงานทำขึ้น
ทำไม เขาไม่หาอะไรทำ นอกจากนี้ล่ะคะ
สวัสดีค่ะพี่บู๊ท
หนิงเพิ่งกลับมาจากลาวค่ะ อิอิ แต่ไปแค่เหยียบแผ่นดินชายแดนลาวนะคะ pa_daeng พาไปเที่ยว ร้านค้าปลอดภาษีค่ะ แล้วกลับมากินแหนมเนืองเจ้แดง ริมโขงค่ะพี่ อร่อยมากค่ะ
23-24 มค. พวกเรา (pa_daeng / หนิง / ครูเสือ /ขจิต ฝอยทอง ) ไปช่วยคุณหมอ KP อบรมการทำ web blog ของทีมเบาหวานอุดรธานี มาค่ะ
แต่มาอ่านบันทึกพี่บู๊ท รู้จักลาวมากกว่าที่ไปแบบเทียบไม่ได้เลยเนอะ อิอิ
สวัสดีค่ะ อาจารย์บางทราย
ท่านพี่ใหญ่
. sasinanda
แต่ที่เคยเห็นเขารอน ก็ไม่ได้มากมายอะไรนะคะ
เป็นเกล็ดเล็กๆ นานๆจะเห็นเป็นก้อนเล็กๆ
แต่พวกผู้หญิงก็มีงานทำขึ้น
ทำไม เขาไม่หาอะไรทำ นอกจากนี้ล่ะคะ
เป็นคำถามที่ผมตั้งประเด็นไว้ และทีมงานผมต้องนำเสนอเขาด้วยครับ ที่ตั้งหมู่บ้านมีข้อจำกัดในการใช้การคมนาคมต่างๆ ไป มาลำบาก หากไปทางเรือค่าจ้างก็แพงมาก ชาวบ้านธรรมดาจะไปๆมาๆได้ไม่บ่อยนักครับ
รัฐมีข้อจำกัดในการเข้าไปส่งเสริมอาชีพต่างๆ ซึ่งห่างชั้นจากบ้านเรามาก เห็นใจเขาครับ เพราะตัวรัฐบาลเองก็มีข้อจำกัดมาก เงินงบประมาณก็มีไม่มาก ตัวข้าราชการเองก็ยากจน ต่างมุ่งหาความอยู่รอดของตัวเองมากเหมือนกันครับ
ผมมิได้มองเขาไม่ดีนะครับ แต่ข้อเท็จจริงที่พบ ยกตัวอย่าง หากมีฝรั่งมาเมืองไทยเพื่อมาช่วยแนะนำการทำงานต่างและติดต่อข้าราชการเพื่อไปดูงานที่ชนบทสักแห่งสองแห่ง หัวหน้าหน่วยงานก็คงจะมอบหมายให้ใครสักคนที่เหมาะสมนำพาไปโดยให้บริการทุกอย่าง เช่น เอารถสำนักงานพาไป เอาคนที่พูดภาษาต่างประเทศชาติให้ไปช่วยอธิบาย และอาจจะทำสำเนาข้อมูลชุมชนนั้นๆให้ไปด้วย
ท่านพี่ใหญ่ครับ ที่นั่นตรงข้ามครับ ใครที่ถูกเจ้านายมอบหมายให้ไปก็ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ ซึ่งแพงมากครับ 50 เหรียญต่อวัน ไม่ให้ไม่ได้เพราะเขาบอกว่าไม่ว่าใครมาก็ต้องคิดอัตรานี้ หากเราต้องการข้อมูลก็ต้องจ่ายค่าข้อมูลอีก มากพอสมควร....แรกๆผมผิดหวังว่าทำไมถึงเอาแต่เงิน เงิน เงิน...นี่เรามาช่วยนะครับ... แต่ก็พยายามเข้าใจ ถึงความยากจนของเขาครับ
ด้วยข้อจำกัดต่างๆของรัฐบาล ของที่ตั้งชุมชน และอื่นๆ สตรี หรือประชาชนจึงไม่มีการส่งเสริมอาชีพอื่นๆ จึงเป็นหน้าที่ทางฝ่ายส่งเสริมอาชีพจะต้องศึกษาศักยภาพและนำเสนออาชีพเสริมต่างๆให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของเขาครับ ผมมีส่วนบ้างนิดหน่อยครับ ท่านพี่ใหญ่ครับ
สวัสดีครับน้องหนิง
8. DSS "work with disability" ( หนิง )
<div class="content">
หนิงเพิ่งกลับมาจากลาวค่ะ อิอิ แต่ไปแค่เหยียบแผ่นดินชายแดนลาวนะคะ pa_daeng พาไปเที่ยว ร้านค้าปลอดภาษีค่ะ แล้วกลับมากินแหนมเนืองเจ้แดง ริมโขงค่ะพี่ อร่อยมากค่ะ
23-24 มค. พวกเรา (pa_daeng / หนิง / ครูเสือ /ขจิต ฝอยทอง ) ไปช่วยคุณหมอ KP อบรมการทำ web blog ของทีมเบาหวานอุดรธานี มาค่ะ
แต่มาอ่านบันทึกพี่บู๊ท รู้จักลาวมากกว่าที่ไปแบบเทียบไม่ได้เลยเนอะ อิอิ
มันเป็นสิ่งที่พี่สนใจและมีโอกาสน่ะครับ เมื่อได้จังหวะรีบใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการเข้าใจเขาครับ
</div>
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เข้ามาชมการร่อนทองด้วยคนนะคะ เขาว่ากันว่า เวลามีบุญ หยิบถ่านยังกลายเป็นทอง เวลาหมดบุญ หยิบทองยังกลายเป็นถ่าน
ทรัพย์แผ่นดิน จึงเป็นของจำเพาะ เหมือนที่พี่บอก ใช่ว่า จะมีทอง มากองหน้าบ้านของทุกคน
เกิดมาเพิ่งจะเห็นครบกระบวนร่อนทอง ก็คราวนี้แหละค่ะ
ขอบคุณพีมากๆค่ะ คิดเงินให้ได้ทอง คิดทองให้ได้เงินนะคะ
สวัสดีครับน้องสาว
9. coffee mania
<div class="content"><ul>
</ul></div><p>พี่ละนั่งขำอยู่คนเดียว เรื่องตกทอง ปล้นทอง อิอิ.. จริงๆ ถ้าพวกนั้นอยากได้ทองไปริมโขงลองร่อนดู อาจจะได้ก้อนใหญ่ก็ได้นะ... พี่แวะตามหมู่บ้านใช้เวลามากกว่าครึ่งวัน จึงซัก ซัก ซัก ถาม ถาม ถาม และถ่ายรูป รูป รูป มากที่สุดเลย นี่ขนาดมีเวลาพอสมควรนะ กลับมาบ้านเราแล้วยังมีคำถามอีกมากมาย...</p><p>ยังคิดเล่นๆว่า เอ...ความก้าวหน้าทาง Science และวิศวกรรม น่าที่จะมีเครื่องมือที่ดีกว่านี้ในการเอาทองออกจากทรายนะครับ หากใครทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทรายมหาศาลตามริมน้ำโขงในลาวนั้นน่าที่จะเก็บทองได้เป็นกิโลเลยมั๊ง...อิอิ คิดไปเรื่อยเปื่อย...น้องกาแฟครับ ว่าแล้วก็ดื่มกาแฟซะ 1 โฮก..อิอิ..</p>
อาจารย์บางทรายคะ
น่าจะมีบทลงโทษ น่ารัก ๆ ให้กับพวกตกทอง ปล้นทองนะคะ
อย่างเช่น ถ้าจับได้
"ตัดสินให้ไป ร่อนทอง จับทอง ตามกรรมวิธี ให้ได้ทองบริสทุธิ์
ไปชดใช้ เท่าที่ฉกฉวยจากเขาไปดีไหมคะ อาจารย์"
ทำ 5 ปีไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่า อิอิ
สวัสดีครับน้องรุ่งครับ
12. ตันติราพันธ์
<div class="content">
เข้ามาชมการร่อนทองด้วยคนนะคะ เขาว่ากันว่า เวลามีบุญ หยิบถ่านยังกลายเป็นทอง เวลาหมดบุญ หยิบทองยังกลายเป็นถ่าน
ทรัพย์แผ่นดิน จึงเป็นของจำเพาะ เหมือนที่พี่บอก ใช่ว่า จะมีทอง มากองหน้าบ้านของทุกคน
เกิดมาเพิ่งจะเห็นครบกระบวนร่อนทอง ก็คราวนี้แหละค่ะ
ขอบคุณพีมากๆค่ะ คิดเงินให้ได้ทอง คิดทองให้ได้เงินนะคะ
พี่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยเห็น(แม้พี่เอง) เลยเอาซะละเอียดเลยครับน้องรุ่ง บ้านเราก็มี แต่พี่ก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน เรามาดูนวัตกรรมคนโบราณกัน ที่ยังปฏิบัติกันในประเทศเพื่อนบ้านเรานะครับ
แหม...สมพรปากเถอะ ขอบคุณครับ
</div>
น้องกาแฟ
ดีดี พี่ว่าพวกหัวขโมยทองต้องเอาโซ่ล่ามติดเสาใหญ่ริมโขงให้ร่อนทองตลอดวันเลยนะ หากไม่ได้เท่าที่เขาขโมยก็ไม่ปลดโซ่ อิอิ พี่ว่าตัวคงซีดขาวไปเลยนะ ข้าวปลาไม่ให้กิน ได้ทองเท่าไหนก็ให้ข้าวเท่านั้น หุหุ (ไอ้วัง..ตายแน่ ตายแน่..ไอ้หวัง...) ขอบคุณครับกาแฟ ของโปรดพี่..วันหลังต้องมาชนแก้วกาแฟนะ อิอิ..
พี่มีเศษทองติดมือกลับมาฝากหนูบ้างมั้ยคะ สักสองสามบาทก็พอ อิ อิ ร่อนยากขนาดนี้ถ้ามีคนมาปล้นนะแย่เลย เหมือนที่เมืองจันมีคนปล้นพริกไทยตอนช่วงราคาดี มาทีปล้นหมดโกดังหลายแสน พวกนี้ไม่ยักกะมาปล้นตอนยังไม่เก็บ อยู่คาต้นมีปัญญาก็ปล้นไปเลย นิสัยไม่ดีทำความเดือดร้อนให้คนอื่น
หนูเห็นทองที่มีเงินผสมแล้วนึกถึงรายการกบนอกกะลาค่ะพี่ เขาพาไปดูวิธีการหลอมทองจนมาขายเป็นทองแท่งและทองรูปพรรณอย่างที่เราเห็นในร้าน ตอนแรกก็สีเงินแบบนี้เหมือนกัน ต้องไปแยกเอาเงินออกก่อน ความรู้เรื่องทองคำนี่ต้องแม่หนูถึงจะเซียน แกขายมานาน หนูแค่ลักจำมาเท่านั้น หางอึ่งค่ะ
สวัสดีครับพี่บางทราย
สบายดีไหมครับพี่ชาย?
น่าสนใจนะครับ ขอบพระคุณมากครับ สำหรับวิถีทางของชาวบ้านนะครับ ผมเคยดูตอนที่เป็นข่าวเรื่องภูเขาทองคำที่เคยเกิดเรื่องในเมืองไทย แล้วมีการเข้าไปขโมยดินในพื้นที่ใส่กระสอบแบกหามดินลงมาที่ฝั่งแ่่ม่้น้ำ แล้วก็ร่อนคัดแยกได้ก็เก็บไว้ ก็ขึ้นไปแอบขนดินมาอีก รายการทีวีตามไปเก็บรายละเอียด บางที่เป็นหลุมลึก เป็นโพรง น่าสนใจดีครับ
มองอีกนัยหนึ่ง การขุดทองแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึง การขุดเขาขุดดินละลายแม่น้ำเลยครับ(ประมาณตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ) ส่วนผลที่ได้จะพบทองแบบไหนหรือสิ่งมีค่าแบบไหนนั้นก็น่าคิด หากเรามองให้พ้นจากกรอบตัวเอง ให้ไปอยู่ในระดับกรอบสิ่งแวดล้อม ก็น่าคิดนะครับ หากภูเขาไร้ดิน ฦาต้นไม้จะอยู่ได้ หากดินคือสิ่งที่ปกคลุมหินบนภูเขา ฦาต้นไม้จะงอกบนหินได้
ทองเป็นธาตุธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดก็คืนกลับสู่ธรรมชาติ คนเราเป็นกันในสิ่งที่แตกต่าง กันไป แต่ท้ายที่สุดก็เหมือนกัน มิแบ่งแยก เมื่อกลายเป็นสิ่งที่ใครมองไม่เห็น
อิๆๆๆๆ ผมขอเขียนในอีกมุมมองหนึ่งแทนนะครับ นี่เป็นความนิยมในธาตุทอง หากวันหนึ่งมีคนนิยมในธาตุคาร์บอน ต้นไม้ก็อาจจะไม่เหลือ เพราะอาจจะต้องเอามาเผาถ่านหรือกระบวนการอื่นๆ จริงๆ เพชรที่น้ำงามไม่งาม นั่นก็นิยมในธาตุคาร์บอนเช่นกันครับ เพราะหามองให้ลึกลงไปเราก็จะเจอธาตุพื้นฐานเหล่าี้นี้ เพียงแต่เราเรียกกันว่ามันเป็นนั่นนี่ตามสมัยนิยม
เป็นเรื่องน่าคิดครับ ว่าหากมีการละลายกันหนักๆ แบบที่เหนือกว่าที่ชาวบ้านจะทำนะครับ เราคงได้ตะกอนปากแม่น้ำอีกเพียบเช่นกันครับ
เขียนมาเพื่อนำเสนอในมุมของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาตินะครับพี่ ว่าเราจะทำตามวิถีหรือทำตามนิยม...
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับน้อง
17. Little Jazz \(^o^)/
<div class="content">พี่มีเศษทองติดมือกลับมาฝากหนูบ้างมั้ยคะ สักสองสามบาทก็พอ อิ อิ ร่อนยากขนาดนี้ถ้ามีคนมาปล้นนะแย่เลย เหมือนที่เมืองจันมีคนปล้นพริกไทยตอนช่วงราคาดี มาทีปล้นหมดโกดังหลายแสน พวกนี้ไม่ยักกะมาปล้นตอนยังไม่เก็บ อยู่คาต้นมีปัญญาก็ปล้นไปเลย นิสัยไม่ดีทำความเดือดร้อนให้คนอื่น
</div><div class="content"> เท่าที่พูดคุยกันยังไม่ได้ยินการปล้นนะครับ พี่เดาว่าไม่มีในชนบท แต่อาจจะมีในเมืองนะครับ เพราะในชนบทฐานะไม่ต่างกันมาก พอพอกัน นอกจากจะร้ายจริงๆ ซึ่งก็อยู่ในหมู่บ้านไม่ได้ เพราะเป็นการปกครองแบบลัทธิที่เข้มงวดเรื่องเหล่านี้ พี่กะว่าชะซื้อเขามาดู แต่เขาบอกว่ามันเล็กน้อยเกินไป เอาไปทำไรก็ไม่ได้ อิอิ </div><div class="content">
หนูเห็นทองที่มีเงินผสมแล้วนึกถึงรายการกบนอกกะลาค่ะพี่ เขาพาไปดูวิธีการหลอมทองจนมาขายเป็นทองแท่งและทองรูปพรรณอย่างที่เราเห็นในร้าน ตอนแรกก็สีเงินแบบนี้เหมือนกัน ต้องไปแยกเอาเงินออกก่อน ความรู้เรื่องทองคำนี่ต้องแม่หนูถึงจะเซียน แกขายมานาน หนูแค่ลักจำมาเท่านั้น หางอึ่งค่ะ </div><div class="content">ใช่ พี่ก็นึกถึงรายการกบนอกกะละ ในหลายๆเรื่องหากรายการนี้เข้าไปทำนะจะเห็นตั้งแต่ต้นจนจบของกระบวนการหรือการ flow ของสาระ ไม่ว่าการร่อนทอง การเอาเครือเหมือดป่ามาทำเป็นธูป ??? การผลิตข้าวโพดในลาวแล้วมาขายในไทยหรือจีนเมื่อแปรเป็นอาหารสัตว์ก็กลับไปขายเขาอีก..ฮิฮิ..มันซ้ำแบบกันนะธุรกิจ และอีกมากมาย น้องซูซานบอกทีมงานกบนอกกะลาหน่อยซิ คนจะได้เข้าใจว่าเราน่ะอิงธรรมชาติจนมากเกินไปแล้วครับ... อ้อ..... ถ้ากบนอกกะลาตกลงและเข้าไปทำรายการร่อนทองอย่าลืมให้เขาสัมภาษณ์คุณแม่น้องซูซานด้วยนา น้องเป็นคนสัมภาษณ์ก็ได้...เข้าท่า เข้าท่า... </div>
สวัสดีค่ะท่านพี่...บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ขอให้ท่านพี่ และครอบครัว มีความสุขมากๆเลยนะคะ
คิดถึงเสมอค่ะ