Part II General Principles of Governance ของเอกสาร Guide for Members of Higher Education Governing Bodies in the UK ต่อ
หลักปฏิบัติในการทำหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
การตัดสินใจขององค์กร
๑. ต้องตัดสินใจอย่างรับผิดชอบสูงสุด คือตัดสินใจเป็นองค์คณะ (collective) กรรมการสภาฯ ต้องไม่ถือความเห็นของตนเองเป็นสรณะ และต้องไม่พยายามรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มที่ตนเป็นตัวแทน หรือเป็นกลุ่มผลประโยชน์ เหนือผลประโยชน์ขององค์กร ต้องไม่ดำเนินการประชุมกลุ่มนอกองค์ประชุมของสภาฯ หรือกลไกอื่นๆ ของสภาฯ
บทบาทของนายกสภาฯ
๒. นายกสภามีความรับผิดชอบเป็นผู้นำของสภาฯ และของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้สภาฯ ทำหน้าที่อย่งมีประสิทธิผล สร้างบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ ให้กรรมการสภาฯ ได้ทำงานร่วมกันอย่างได้ผลและเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานที่สภาฯ กำหนด
๓. นายกสภาฯ ต้องคอยตรวจสอบว่าสภาฯ ตระหนักและปฏิบัติตามหลักของชีวิตสาธารณะ และคณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯ มีการรายงานภาพรวมของเรื่องนี้ต่อสภา นายกสภาฯ ต้องคอยดูแลให้สภาฯ ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิผล ได้พิจารณาเรื่องที่ควรพิจารณา และมีการทำงานอย่างมืออาชีพ
๔. โดยที่สภาฯ ทำหน้าที่ผู้นำขององค์กร นายกสภาฯ จึงเข้าไปมีส่วนในภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย แต่ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานประจำของผู้บริหาร โดยนายกสภาฯ กับอธิการบดี ต้องสร้างสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ โดยที่ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนงานของกันและกัน และคานอำนาจกัน โดยยึดการแบ่งแยกหน้าที่รับผิดชอบตามที่ระบุในกฎหมายของสถาบัน ทั้งนี้ความสัมพันธ์ย่อมยืดหยุ่นตามบุคลิกของตัวบุคคลด้วย
๕. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องระมัดระวัง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานประจำของสถาบัน กรรมการสภาฯ ที่มาจากคณาจารย์และจากนักศึกษาก็ต้องยึดหลักปฏิบัตินี้ด้วย
บทบาทของอธิการบดีต่อสภามหาวิทยาลัย
๖. อธิการบดีมีหน้าที่บริหารงานประจำของมหาวิทยาลัย ต้องระมัดระวังไม่เข้าไปทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัย
๗. ความรับผิดชอบของอธิการบดีต่อการทำหน้าที่ของสภาฯ มีดังต่อไปนี้
• นำมติของสภาฯ ไปดำเนินการ หรือให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปดำเนินการ
• ริเริ่มในการนำเรื่องสำคัญๆ เข้าหารือหรืออภิปรายในสภาฯ เช่น อนาคตของสถาบัน โดยอาจนำไปหารือในกลไกของมหาวิทยาลัย เช่นในสภาอาจารย์ องค์การนักศึกษา แล้วจึงนำเสนอให้สภาฯ พิจารณา
• ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างสภาฯ กับหน่วยจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน และ/หรือ หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่กำกับสถาบันอุดมศึกษา (เช่นในกรณีของประเทศไทยคือ สกอ.) โดยแจ้งสภาฯ ให้ทราบว่าหน่วยจัดสรรงบประมาณ กำหนดเงื่อนไขอะไรบ้างมากับการจัดสรรงบประมาณนั้น หรือในกรณีของหน่วยกำกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่อสถาบันอุดมศึกษาอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขที่ขัดกับข้อบังคับทางการเงิน หรือข้อบังคับอื่นๆ ของสถาบัน เพื่อให้สภาฯ พิจารณา เมื่อสภามีมติอย่างไรแล้ว อธิการบดีต้องนำแจ้งต่อหน่วยจัดสรรงบประมาณ หรือหน่วยกำกับสถาบันอุดมศึกษา ตามแต่กรณี
บทบาทของเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
๘. เลขานุการสภามหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินการของสภาฯ โดยดูแลให้ดำเนินกระบวนการอย่างถูกต้อง ดังต่อไปนี้
• เลขานุการสภาฯ ได้รับแต่งตั้งจากสภาฯ
• ตามปกติเลขานุการสภาฯ มีตำแห่งบริหารระดับสูงของสถาบันด้วย เลขานุการสภาต้องแยกระหว่างการทำหน้าที่ของสองตำแหน่งนี้ เมื่อทำหน้าที่เลขานุการสภาฯ ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของสภาฯ เป็นที่ตั้ง
• ในการทำหน้าที่เลขานุการสภาฯ ต้องรับผิดชอบต่อสภา นั่นคือรายงานการดำเนินการต่อนายกสภาฯ ได้แก่เรื่องวาระการประชุม รายงานการประชุม ฯลฯ
• เลขานุการสภาฯ ต้องเป็นที่พึ่งของนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ เกี่ยวกับข้อมูลด้าน ความรับผิดชอบตาม พรบ., ข้อบังคับของสภาฯ, และกฎเกณฑ์ของรัฐ รวมทั้งเป็นที่พึ่งด้านวิธีปฏิบัติตามกติกาเหล่านั้น เลขานุการสภาฯ ต้องคอยเตือนหากเห็นว่าสภาฯ หรือกลไกของสภาฯ กำลังจะทำหน้าที่เกินอำนาจของสภาฯ หรือมีมติขัดกับกลไกของรัฐ ที่จริงอธิการบดีก็มีหน้าที่นี้ด้วย แต่เลขานุการสภาฯ ก็ต้องไม่ละเลยหน้าที่นี้ หรือต้องกล้าทำหน้าที่นี้
• เป็นความรับผิดชอบของเลขานุการสภาฯ แต่เพียงผู้เดียวที่จะให้คำแนะนำ หรือหาคำแนะนำ ทางกฎหมาย ให้แก่สภาฯ ในการทำหน้าที่ทุกด้าน
• คอยให้ข้อมูล และคำแนะนำต่อนายกสภา เกี่ยวกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นระหว่างนายกสภากับอธิการบดี
• รับผิดชอบให้เอกสารการประชุมสภา และเอกสารอื่นๆ ที่ส่งให้กรรมการสภา มีความกระชับและแม่นยำ
๙. สภามหาวิทยาลัยต้องช่วยส่งเสริมและปกป้องให้เลขานุการสภาฯ ได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิผล และเลขานุการสภาฯ ต้องแจ้งให้อธิการบดีทราบความเคลื่อนไหวทุกด้านในการปฏิบัติงานของสภาฯ เลขานุการสภาฯ อธิการบดี และนายกสภาฯ ๓ ท่านนี้ ต้องทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี ตาม พรบ. ข้อบังคับของสภาฯ และกฎเกณฑ์ของรัฐ แต่ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นเพราะการประพฤติปฏิบัติของคนใดคนหนึ่งใน ๓ คนนี้ สภามหาวิทยาลัยต้องเข้าไปแก้ไข
๑๐. ถ้ามีกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ไม่ว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นจริง (real) หรืออาจเกิดขึ้น (potential) ระหว่างการทำหน้าที่เลขานุการสภาฯ กับการทำหน้าที่ผู้บริหาร เป็นความรับผิดชอบของเลขานุการสภาฯ ที่จะต้องหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่สภา ถ้าสภาเห็นกรณีปัญหานี้ นายกสภาต้องรับผิดชอบนำไปหารือกับอธิการบดี และไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร เลขานุการสภาฯ ต้องมีโอกาสชี้แจง
๑๑. มีคำแนะนำต่อเลขานุกาสภาฯ ในรายละเอียดอยู่ในภาคผนวก
ตอนต่อไปจะเป็นเรื่อง ประเด็นเกี่ยวกับกรรมการสภาฯ
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ม.ค. ๕๑