สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปทัศนศึกษาที่จังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้ได้เรียนรู้อะไรที่เป็นประโยชน์มากมาย มีทั้งความรู้ที่เป็นความรู้เดิมที่เคยรู้มาแล้ว และความรู้ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งๆที่ตนเองก็เป็นคนสมุทรสงคราม แต่บางเรื่องคนสมุทรสงครามเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เราได้เดินทางไป 2 วันและเป็น 2 วันอันมีค่ามาก เริ่มแรกได้ไปไหวพระที่วัดเพชรสมุทรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญของแม่กลองเลย และได้พาเพื่อนๆไปเดินตลาดทางรถไฟ ซึ่งเพื่อนหลลายคนไม่เคยเห็นมาก่อน หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปฐานแรกที่ ต.บ้านปรก สถานที่ทำน้ำชีวภาพปรุงแต่ง เป็นฐานที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำสมุนไพรที่อยู่ใกล้บ้านมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ปลอดภัยต่อใช้ ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ฐานต่อไปที่ไปก็คือ ฐานปั้นน้ำเป็นตัว ก็คือการทำน้ำตาลมะพร้าวของชาวสมุทรสงครามสงครามนั่นเอง ฐานนี้เป็นฐานที่ใช้ภูมิปัญญาแท้ๆ ของชาวสมุทรสงคราม ซึ่งดิฉันก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะดิฉันอยู่กับอาชีพทำน้ำตาลมะพร้าวมาตั้งแต่เกิด แต่ดิฉันก็ไม่ได้คิดว่าตนเองรู้อยู่แล้ว แต่มันก็ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้มากขึ้น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำที่แปลกไปจากที่บ้าน เรียนรู้วิธีการทำซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการหยอดลงถ้วย และต้องใช้ความชำนิชำนาญเป็นอย่างมาก ฐานต่อไปก็คือ ผลไม้กลับชาติ ทำไมถึงเป็นผลไม้กลับชาติ ที่เป็นผลไม้กลับชาติ ก็เพราะทางกลุ่มสตรีพัฒนาตำบลบางพรม ได้นำผลไม้ พืชผัก สมุนไพร ที่มีรสเปรี้ยว รสขม รสเผ็ด ที่อยู่ในรั้วบ้านอยู่แล้วมาทำให้มีรสชาติหวาน เช่น พวกพริก บอระเพ็ด ตะลิงปิง มะละกอ ตำลึง นำมาทำการแปรรูปในรูปแบบต่างๆ จนมีรสชาติที่หวานอร่อยได้ ซึ่งถือว่าต้องใช้ความปราณีตและความอดทนในการทำสูง และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้เหล่านั้น ฐานต่อไปก็คือ คนเอาถ่าน ที่ชื่อว่าคนเอาถ่านเพราะ ฐานนี้เป็นการเผาถ่าน ที่ใช้ความรู้ใหม่ประยุกต์มาเรื่อย ๆ คือ การในการเผาถ่าน 1 ครั้ง สิ่งที่ได้มากับถ่านก็คือ ถ่านไม้ ถ่านผลไม้ น้ำส้มควันไม้ที่อาศัยภูมิปัญญาในท้องถิ่น และอาหารที่เกิดจากการปรุงอาหารที่อาศัยความร้อนจากการเผาถ่าน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ที่มีในท้องถิ่น เช่น การเผาถ่านผลไม้จะนำผลไม้ผลแก่ที่ไม่ได้ขนาดมาเผา จนได้ถ่านที่สวยงาม และการเรียนรู้การใช้ชีวิตตามแนวกระแสพระราชดำริตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกเห็ดในโอ่ง การเพาะถั่วงอก โดยใช้อุปกรณ์ที่เหลือใช้ เช่นโอ่งและกรงเลี้ยงหมามาทำเป็นโรงผลิตเห็ดไว้กินในครัวเรือน ใช้เครื่องซักผ้าเก่าๆมาทำเป็นที่เพาะถั่วงอก และการใช้แสงอาทิตย์ในการทำเครื่องทำน้ำอุ่น ฐานต่อไปก็คือ มหาวิชชาลัย เป็นฐานที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำการทำแผนแม่บทชุมชนของพี่สรพงษ์ และการปลูกส้มโอปลอดสารพิษของครูสมทรง โดยใช้ขี้แดดนาเกลือ และการใช้แมลงมุมในการช่วยกำจัดแมลง <p style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> ในวันที่ 2 ฐานแรกที่ไปก็คือ การไปดูการทำนาเกลือของพี่โต ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ๆ เกี่ยวกับเกลือ เกลือ ก็มีหลายชั้น เกลือที่ขายในท้องตลาดก็ไม่เหมือนกันด้วย ในการทำนาเกลือทำให้ได้เกลือหลายประเภท ทั้งเกลือจืด เกลือกลาง เป็นต้น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีและภูมิปัญญาต่างๆ ในการทำนาเกลือ คำศัพท์ที่ไม่เคยมีที่ไหน เพราะเป็นคำศัพท์ที่คนทำนาเกลือเขาใช้เรียกอุปกรณ์ที่ทำนาเกลือ ฐานต่อไปก็คือฐานการทำแนวกันคลื่นเพื่อกั้นน้ำ และกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ตามแนววิธีการของพระสุบิน ปณีโต แห่งวัดไผ่ล้อม จังหวัดตราด ก่อตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ออมทรัพย์วันละ 1 บาท โดยจะทำ 2 บาท ก็คือบาทแรกเป็นกลุ่มออมทรัพย์ โดยอีก 1 บาทจะเป็นกลุ่มสวัสดิการ ซึ่งฐานนี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความเข้มแข็งของคนในชุมชนและการรวมกลุ่มกันทำงานเพื่อชุมชนจริง ฐานสุดท้ายก็คือ ไปดูการเผาถ่าน สิ่งที่ได้เรียนรู้เขาจะใช้ภูมิปัญญาในการเผาถ่าน การสร้างเผาถ่าน และการใช้ไม้โกงกางในการเผาถ่านการเรียนรู้ภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละชุมชนเพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไป Trip
Trip สมุทรสงคราม
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 24 ม.ค. 2551
บัวชูฝัก · 24 ม.ค. 2551
ยูมิ · 24 ม.ค. 2551
ดอกแก้ว · 24 ม.ค. 2551
นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี · 24 ม.ค. 2551
ตรี
อาจารย์เค้าให้สร้างบล๊อกแล้วทำอะไรต่ออ่ะ
อธิบายทีดิ
ไม่เห็นเข้าใจเลย