ศุกร์ที่แล้ว ขณะที่เดินมาจากตึกผู้ป่วยนอก ปะกับคนไข้ท่านหนึ่ง จริงๆแล้วไม่รู้จักลุงท่านนี้ แต่ด้วยที่ปกติถ้าเดินผ่านคนไข้และบังเอญได้มองหน้ามองตา สบตากันก็จะต้องส่งยิ้มให้ แต่สำหรับลุงคนนี้คิดว่าลุงเป็นฝ่ายจำเราได้ เพราะ...ลุงก็ยิ้มส่งกลับเหมือนดีใจได้เจอคนที่รู้จักกันพร้อมกับชูสมุดเล่มสีเหลืองให้ดู พร้อมคำบ่น ส่ายศรีษะไปมา "เขาเปลี่ยนสมุดใหม่ เล่มมันใหญ่ใส่กระเป๋าไม่ได้ ไม่สะดวก "กระเป๋าในที่นี้ หมายถึง กระเป๋าเสื้อ ...ความเดิมมีอยู่ว่า เราทำสมุดประจำตัวคนไข้เบาหวาน/ความดันฯ ใช้เป็นสมุดนัด ลงผลการตรวจ คำแนะนำ.. แบบเดิมเป็นสมุดเล่มเล็กๆ เวลามา รพ.คนไข้ผู้ชายจะเหน็บใส่กระเป๋าเสื้อมาได้ ต่อมาทีมงานก็พบปัญหาว่าสมุดเล่มเล็ก การบันทึกข้อมูลก็ทำได้น้อย บางคนลายมือเขียนตัวใหญ่ก็ไม่พอ เขียนตัวเล็กคนไข้ก็อ่านไม่เห็น ทีมงานลงความเห็นว่าควรเปลี่ยนขนาดสมุดบันทึกนี้ให้เล่มใหญ่ขึ้น เพื่อการบันทึกได้มากขึ้น คำแนะนำมากขึ้น และก็เขียนได้ชัดเจนขึ้น ..แต่ขนาดที่ใหญ่ขึ้นนี้คงทำให้คนไข้ผู้ชายพกพาลำบากขึ้นด้วย นั่นแหละ...
วิเคราะห์
* มีอะไรบางอย่างในกระบวนการคิดที่หวังดี "คนไข้ ชอบเหมือนที่เราชอบหรือเปล่า โดยเฉพาะสิ่งที่ให้คนไข้นำกลับไปใช้
* เราลืมทีมงานอีกคน ที่สำคัญมากหรือเปล่า คนไข้ไง? เขามีความเห็นอย่างไรกับสมุดที่เขาใช้อยู่เดิม เขารับรู้ปัญหาเหมือนเราหรือไม่
* เราลืมบอกสิ่งที่เป็นประโยชน์จากการปรับปรุง หรือเหตุผล ให้คนไข้ฟังหรือเปล่า ถ้าเขาเข้าใจเขาอาจยอมรับความไม่สะดวกอีกนิดหนึ่งก็ได้
* บริบทของคนไข้ : คนไข้ผู้ชายส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่มีอายุไม่ค่อยชอบถือถุงหรือกระเป๋า และก็คงไม่อยากจะถือสมุดประจำตัวคนไข้โชว์ใครว่าตัวเองมีโรคประจำตัว
ดีจังที่คนไข้ของเรา รู้ว่าเขามีสิทธิจะบอกว่าเขาไม่ค่อยจะชอบ
และเราหวังว่าเราจะพบกับทางออกที่ win-win อย่างน้อยเราก็เริ่มจากการหยุดฟังเสียงของคนไข้
เรื่องนี้ได้ส่งเป็นข้อเสนอแนะให้กับทีมงาน ผลการทบทวนจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

อยากรู้จังเลย ว่าสุดท้ายจะทำออกมาวิธีไหน ให้ win-win
ใช่เลย หนูเล็ก
ส่วนมากพวกเราก็จะคิดแทนเขา และสะดวกสำหรับเรา
อย่าลืม คุณภาพ
ผู้รับบริการ ยอมรับ อยากได้ ชื่นชม
Customer Voice เป็นเสียงสวรรค์ที่เราสมควรรับฟังครับ