วันนี้มีเรื่องน่าเศร้าใจเกิดขึ้นกับสิ่งที่เปรียบเหมือนตัวแทนของความสำเร็จ ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำงานจนเรียนจบ ได้ส่ง thesis สำเร็จเมื่อ 2 ปีกว่ามาแล้ว เกือบจะเสียเวลากับความเสียใจที่มันเสียหายเสียแล้ว แต่ดีที่ได้สติขึ้นมาก่อนว่า มันก็แค่วัตถุสิ่งของเท่านั้นเอง จะไปผูกพันยึดติดอะไรนักหนา เก็บมาสอนใจตัวเองดีกว่า
เรื่องของเรื่องก็คือ วันนี้ล้างแก้วกาแฟประจำตัว ซึ่งเป็นแก้วที่ใช้มาทุกวันเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว แล้วก็เผอิญหูแก้วไปกระทบกับครกที่วางอยู่ข้างๆที่คว่ำแก้ว "กิ๊ก"เดียวเท่านั้นเอง ใจหายแว้บเลยค่ะ เพราะหูแก้วหลุดออกมาทั้งชิ้นเลย เป็นการแตกที่สมบูรณ์แบบทีเดียว คือไม่มีเศษชิ้นส่วนเล็กของกระเบื้องหลุดออกมาเลย อุตส่าห์พยายามจะเอากาวมาติด ก็เลยกลายเป็นการกดให้ติดกันนี่แหละค่ะ ทำให้รอยต่อปริเล็กน้อย ไม่สนิทไปเลย เศร้าจังค่ะ
|
|
|
แก้วใบนี้ไม่มีทดแทนแน่นอน เพราะเป็นแก้วที่ได้รับมาจาก The University Of Western Australia ในครั้งที่เราทำการส่งมอบวิทยานิพนธ์ให้แก่หน่วยบัณฑิตวิทยาลัย 4 ชุด เป็นธรรมเนียมที่เขาจะมอบแก้วที่เขียนเล่นคำว่า "PhinisheD" ใต้รูปเงาของบัณฑิต ซึ่งอ่านออกมาได้พ้องเสียงกับคำว่า Finished ซึ่งหมายถึง เราทำสำเร็จได้ PhD มาแล้ว
คิดได้เหมือนชื่อบันทึกน่ะค่ะ ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนจริงๆ แก้วใบนี้คงจะได้กลายเป็นแก้วใส่ปากกาแทนเสียแล้ว เปรียบเหมือนตัวตนของเราที่ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด สถานะอะไร ก็คงไม่มีอะไรยั่งยืน ขอเพียงคิดให้ได้ว่าต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ในทุกๆสถานภาพเท่าที่จะทำได้ก็พอแล้ว
พี่โอ๋คะ
ไม่มีอะไรยั่งยืน และก็อาจจะมีบ้างสิ่งที่เราไม่สามารถรั้งไว้ได้
มะปรางได้เรียนรู้แล้วว่า มุมหนึ่งของชีวิตมันก็ยึดติด ไม่ได้
บทเรียนชีวิตเกิดขึ้นแล้วคะ :)
แต่ความประทับใจในแก้วของเรายังอยู่ค่ะ ยังไม่แตกค่ะ
วัตถุนั้นแตกได้ค่ะ แต่ใจนั้นเมื่อนิ่งและแน่วแน่ ไม่มีวันแตกสลายค่ะ ความเชื่อในความดีของแก้วยังมีอยู่เสมอค่ะ กำลังใจที่แก้วมีต่อเรา คงอยู่ได้ค่ะ ถ้าเรายังนิ่งและแน่วแน่
น้องมะปราง เขียนได้ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้ว "คิดคำนึง" อะไรต่อได้ยาวเลย
ขอบคุณข้อคิดจาก archanwell มากๆค่ะ ดีใจจังที่อาจารย์อ่านบันทึกของโอ๋ด้วย เป็นคนที่ชื่นชมบทบาทและผลงานของอาจารย์อยู่เงียบๆมาตลอดค่ะ