disclosure

เมื่อวานนี้ชาวแนะแนวฯมีการทำ case conference โดยคุณนฤภัคหรือป้าหน่อยของเด็กๆ ป้าหน่อยเล่าว่า...

case เป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ติดเชื้อเอชไอวีจากมารดา อาศัยอยู่กับยายอายุประมาณ 60 ปี มารดาเสียชีวิตแล้วประมาณ 5ปี ส่วนบิดามีประวัติเสพยาบ้า และฆ่าตัวตาย (โดดตึก) case ได้รับยาต้านไวรัสเอดส์มาประมาณ 5 ปี แต่สิ่งสำคัญคือ case ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากยายยังไม่ต้องการให้ case รับทราบ...

เพราะอะไร???

ยายเล่าให้ฟังว่า...เมื่อตอนหลานสาวอายุ 10 ปี ถูกเพื่อนล้อว่าเป็นเอดส์ หลานวิ่งร้องไห้มาและบอกว่า "ถ้าตนเองเป็นเอดส์ จะฆ่าตัวตาย"

นี่คงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ยายไม่ต้องการบอกผลเลือดให้หลานรับรู้ เพราะยายคงกลัวและรู้สึกผิดหากหลานตัวน้อยทำอย่างบอกจริงๆ ดังนั้น สิ่งที่ยายทำได้ในตอนนี้ก็คือ

  • ในยามที่หลานถามว่าทำไมต้องกินยาทุกวัน ก็จะบอกกับหลานว่า "หลานป่วยเป็นโรคเลือด" การที่ต้องกินยาทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดกำเดาออก
  • ไม่ยอมให้หลานได้พูดคุยกับใครเพียงลำพัง (แม้แต่ผู้ให้การปรึกษาที่คุ้นเคยกัน)
  • ฉีกฉลากยาเพราะกลัวหลานรู้ (ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเด็กทานยาครบขนาดตามที่แพทย์สั่งหรือไม่)

หลังจากฟังคำบอกเล่าของป้าหน่อยแล้ว พี่ๆหลายคนก็เห็นว่า...

  • ผู้ให้การปรึกษา (ควรเป็นใคร...ป้าหน่อย หรือ พี่ผู้ให้การปรึกษาคนอื่น) คงต้องคุยกับยาย สำรวจความรู้สึก มุมมองของยายที่มีต่อการเปิดเผยผลเลือด การฆ่าตัวตายของหลานจะมีผลอย่างไรต่อยายบ้าง
  • ผู้ให้การปรึกษาควรประเมิน Suicide Idea ของเด็กว่ายังคงมีอยู่หรือไม่ (เพื่อเป็นข้อมูลในการพูดคุยกับยาย)
  • ผู้ให้การปรึกษาอาจทำเป็นพวกเดียวกับยาย คือ ไม่อยากบอกผลเลือดก็ไม่เป็นไร เพื่อให้ยาย calm down ก่อน

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร คงต้องรอเดือนมีนาคม...วันที่แพทย์นัดเด็กมาพบในครั้งต่อไป

ยังไงคงต้องขอกำลังใจจากชาว G2K ด้วยนะคะ

 

 นู๋ไก่