ปัจจุบันในยุคของโลกาภิวัฒน์ เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามีบทบาทและเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันและการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงานของคนเราเป็นอย่างมาก เทคโนโลยีสารสนเทศ  ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานในมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารทรัพยากรบุคคลที่นับว่าเป็นงานที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งในองค์กร ในปัจจุบันเกือบทุกองค์กรต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศที่เหมาะสมในการพัฒนาเพื่อผลสำเร็จต่อเป้าหมายขององค์กร ผู้วิจัยจึงได้ ศึกษา วิเคราะห์ ระบบสารสนเทศฐานข้อมูล อปพร. ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยในบทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.1       ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในปี พ.ศ. 2522 รัฐสภาได้ตราพระบัญญัติขึ้น ชื่อว่า พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2522 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ขึ้นทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และทุกอำเภอทั่วราชอาณาจักร เพื่อช่วยเหลือในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับจังหวัด อำเภอ และเทศบาลต่างๆ เพื่อเริมมีการฝึก อปพร. เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2530 ได้มีสมาชิก อปพร. ทีผ่านการฝึกอบรมเพียง 13,390 คน ทำให้ไม่เพียงพอในการปฏิบัติภารกิจในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่
ในปี พ.ศ. 2531 กระทรวงมหาดไทย จึงได้กำหนดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2531 ขึ้น และได้ประกาศใช้เมือวันที่ 13 ตุลาคม 2531 จึงทำให้การดำเนินงานเกี่ยวกับ อปพร. เป็นไปอย่างมีต่อเนื่องและมีกฎหมายรองอย่างถูกต้อง และ พรบ. ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย 2545มีผลให้ หน่วยงานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ไปสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยหน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2547 ซึ่งมีผลใช้บังคับมาถึงปัจจุบัน
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในโลกทุกวันนี้ต้องเผชิญกับสาธารณภัยบ่อยครั้งทั้งภัยที่เกิดจากธรรมชาติซึ่งเป็นภัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ และจากผลของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ในการกระจายอำนาจการบริหารราชการสู่ส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แก่ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่ ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ดังนั้นจึงมีหน้าต้องจัดเตรียมหรือฝึกอบรม อปพร. ให้พร้อมการปฏิบัติงาน และตามนโยบายของกระทรวงมหาไทย ในปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมามีเป้าหมายให้มี อปพร. ไม่น้อยกว่า ร้อยละสอง ของประชากรในประเทศไทย ซึ่งจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสำรวจว่า ในปี พ.ศ. 2547 มีผู้ผ่านการอบรม อปพร.แล้วกว่าสามแสนคน และตั้งเป้าหมายในสิ้นปี พ.ศ. 2549 จะมีผลผ่านการอบรมได้ไม่น้อยกว่าหกแสนคน จึงเห็นได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ มีความสำคัญและมีจำนวนที่เพิ่มขี้นอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ยังไม่มีระบบบริหารและจัดการข้อมูลของบุคลาแต่อย่างใด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอำนาจหน้าที่กำหนด นโยบาย แนวทางการบริหารกิจการ อปพร. ทั่วราชอาณาจักร จึงมีโครงการจัดทำระบบสารสนเทศฐานข้อมูล อปพร. ขึ้นเพื่อสนับสนุนการบริหารและจัดการ ดังกล่าว
ดังนั้นผู้ศึกษา จึงมีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการใช้งานระบบสารสนเทศอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อปพร. ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้