การเหนี่ยวนำการเกิด(เป็นจินตนาการนะครับ ขอ-บอก)
การเกิดของมนุษย์คนหนึ่งๆ อาศัยจิตพ่อจิตแม่และจิตของผู้จะเกิด จิตของพ่อกับแม่จะเป็นเหมือนเครื่องเหนี่ยวนำ ดึงดูดจิตของผู้เกิดมา โดยมีกรรมเป็นปัจจัยควบคุม คือ กรรมของพ่อกรรมของแม่กรรมของผู้เกิดนั้นหันขั้วมาตรงกัน ทำให้ปรากฏการจับจองกายของจิตผู้เกิด ต่อแต่นั้น กรรมของทั้งพ่อแม่และผู้เกิดก็จะเปิดช่องแก่ไข่ แก่อสุจิ ที่มียีนบรรจุพันธุกรรมของผู้เกิดที่จะเอื้อผลให้ได้อย่างกรรมของทั้งสามบุคคลคือพ่อแม่และผู้เกิด
การเหนี่ยวนำจิตกันเกิดขึ้นก่อน การคัดเลือกสภาพแห่งไข่และอสุจิปรากฏทีหลัง การปรากฏเหนี่ยวนำ พ้นไปจากการบังคับควบคุมของใครๆ ไม่ว่าจะจากแม่จากพ่อหรือจิตผู้เกิดเอง ไม่อาจเลือกได้เลย มันจัดสรรของมันเองอัตโนมัติ
เมื่อใด ไข่และอสุจิที่เหมาะสมที่บรรจุโรค บรรจุลาภบรรจุอะไรไว้ภายในพันธุกรรมนั้นปรากฏจากทั้งพ่อและแม่ เมื่อนั้น การปฏิสนธิของไข่และอสุจิจึงจะปรากฏขึ้น แต่ถ้าหากได้ไข่ตรงตามผลกรรม แต่อสุจิไม่ตรง ถึงพ่อแม่ร่วมสังวาสกัน การปฏิสนธิก็จะยังไม่ปรากฏ เพราะเหตุปัจจัยไม่ถึงพร้อม
การปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกก่อน การปฏิสนธิจากวิญญาณผู้เกิดนั้น มาด้วยอาการจับจองได้แต่ต้น ก่อนการปฏิสนธิ แต่ยังไม่ได้ปฏิสนธิจริงแบบดึงมาสู่ภพ
ส่วนการปฏิสนธิแบบดึงจิตผู้เกิดมาปฏิสนธิสู่ภพนั้นทั้งหมด จะเกิดขึ้นพร้อมขณะไข่และอสุจิปฏิสนธิกันก็ได้ หรือ เกิดขึ้นภายหลังก็ได้
ไข่และอสุจิที่ปฏิสนธิกันโดยอาศัยวิญญาณผู้เกิดจับจองด้วยอาศัยกรรมอันบังคับควบคุมไม่ได้ กายแม่เป็นผู้หล่อเลี้ยงควบคุมการเจริญเติบโตเอง ในระหว่างที่กายกำลังเจริญขึ้นในครรภ์นั้น หากจิตสัตว์ผู้เกิดยังไม่ขาดการจับจอง การเติบโตสืบเนื่องของกายนั้นก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่หากเมื่อใดจิตสัตว์ผู้จับจองเกิดด้วยกรรม รู้ทันการจับจอง ตัดการจับจองเสีย กายอันนั้นจะหยุดการเติบโตแล้วตายในที่สุด เพราะเหตุที่ขาดมโนสัญเจตนาหารจากผู้จะมาเกิด
แต่ หากจิตผู้เกิดรู้ไม่ทันใจจับจองเกิดนั้น กายนั้นจะเจริญในครรภ์แม่ ต่อไปโดยที่จิตนั้นยังไม่ต้องมาปฏิสนธิจริง จวบจนคลอดออกมาจากท้องแม่ ต่อแต่นั้น กายนั้นจะไม่อาจถูกเลี้ยงไว้ด้วยมโนสัญเจตนาหาร แต่ต้องได้อาศัยวิญญาณาหารมาสืบต่อ หากว่า จิตผู้เกิดไม่มาปฏิสนธิ แรงเฉื่อยจากมโนสัญเจตนาหารจะเลี้ยงกายนั้นไว้ได้ระยะหนึ่ง จนอาหารนั้นสิ้น กายนั้นก็จะดับแล้วก็สลายไป ระยะเวลาอันเป็นแรงเฉื่อยที่กายอันคลอดแล้วดำรงอยู่ได้โดยยังไม่มีการเข้าปฏิสนธิของวิญญาณจริงๆนั้น เป็นเวลากี่ชั่วโมง กี่นาที ไม่มีใครบันทึกไว้ ทั้งยังไม่แน่นอนว่า มันจะจริงอย่างจินตนาการของผู้เขียนหรือไม่ด้วย
เป็นอันว่า ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่า กายนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยอาศัยอาหารหากเปรียบใส่โลกมนุษย์ จักรวาล แกแล็กซี่ ก็เช่นกัน จะต่างกันแค่ปริมาณแห่งวิญญาณและมโนสัญเจตนาที่จะใช้เลี้ยงโลกเลี้ยงจักรวาลไว้ หากว่า อาหารมีมาก อายุขัยก็มาก หากว่าอาหารมีน้อย อายุขัยก็น้อยไปตามกัน
ในวงผู้มีความรู้ยิ่งยวด ที่เราเรียกว่า ท่านผู้เจริญอิทธิบาท๔ด้วยดีแล้วนั้น ท่านสามารถจะต่ออายุต่อไปได้ เพราะท่านอาศัยการต่อด้วยมโนสัญเจตนาหารก่อน แล้วปฏิสนธิซ้ำในกายเดิมเข้าไปอีก ทำให้ดำรงกายนั้นไปได้อีกระยะหนึ่งตามอธิษฐาน มันก็คือการเติมอาหารให้แก่กายมนุษย์นี้เอง
ทั้งหมดนี้ จินตนาการนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ให้อ่านสนุกๆเท่านั้น