What is Guillain-Barre Syndrome

        ความจริงตั้งใจไว้ว่าจะหยุดเขียนบอคสักระยะหนึ่งแต่ ก็มาเปิดเมลล์ พบว่ามีคนส่งเมลล์มาถามเรื่อง GBS ซึ่งบอกตรงๆเลยว่าเจ้าของบอคเอง ไม่ได้มีความชำนาญ เรื่องโรคนี้เลย แต่ ที่ลงไว้เพราะ เป็นการทบทวนตัวเองเท่านั้น เกี่ยวกับตัวของโรคนี้ หากว่าผู้ที่สนใจเรื่องโรคนี้จริงๆ แนะนำให้ซักถามแพทย์ที่รักษา หรือแพทย์ผู้ชำนาญการจะดีกว่าค่ะ แพทย์น่าจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด เพราะหากว่า ตัวผู้เขียนได้อธิบายอะไร ไปที่มันไม่ถูกต้อง อาจไม่เป็นผลดีแก่ผู้อ่านหลายๆคน แต่ก็คงจะสงสัยว่าไม่มีความรู้เรื่องนี้แล้วเอามาลงไว้ทำไม  ขอแก้ตัวนิดนึงว่าที่เอามาลงไว้ เพราะ เพิ่งได้ case ผู้ป่วยที่เป็น GBS เป็น case แรกตั้งแต่เกิดมา และก็เพิ่งมาเจอ เพราะทำงานมาหลายปี ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม ก็ยังไม่เคยเจอโรคนี้ และเมื่อย้ายที่ทำงานก็เพิ่งมาเจอโรคนี้เป็นครั้งแรกเลยหาข้อมูล มาใส่ไว้ ในข้อความสำคัญ ให้ตัวเองเปิดทุกครั้งก็ได้อ่านทุกครั้งเพื่อที่จะได้จำเอาไว้ ซึ่งผู้เขียนบอคเองก็เปลี่ยนจากพยาบาลอายุรกรรมมาเป็นพยาบาลเวชปฏิบัติไม่นาน และเมื่อมา ก็ได้เป็นพยาบาลเจ้าของไข้ผู้ป่วยที่เป็น GBS ซึ่งขอเล่าคร่าวๆนิดนึงว่า จากการได้ไปซักถามตัวผู้ป่วยและผู้ดูแลเองว่ามีอาการเป็นยังไงมา ผู้ป่วยก็บอกว่ามันเป็นขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ จู่ๆก็ก็มีอาการขาอ่อนแรง ทั้งสองข้าง อีกไม่นานก็มีอาการมืออ่อนแรงตามไปด้วย วันที่สองผู้ป่วยเริ่มพูดไม่ได้  และเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น GBS โดยยืนยันผลจากการเจาะน้ำไขสันหลัง  และผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้แพทย์จึงใส่ท่อช่วยหายใจ นอนอยู่ไอซียูประมาณสองสัปดาห์ สัปดาห์ที่สองแพทย์ได้เจาะคอให้ผู้ป่วย รักษาด้วยออกซิเจนอยู่อีกประมาณสองสัปดาห์จึงเอาออก แต่ในขณะนั้นก็รับอาหารเหลวทางสายยาง ผู้ป่วยอยู่ที่ โรงพยาบาลต่างจังหวัดประมาณสองเดือน แล้วก็ย้ายมารักษาตัว ใน กทม มานอนประมาณหนึ่งเดือน ผู้ป่วยเริ่มมากินอาหารได้เองตอนประมาณ สัปดาห์สุดท้ายที่จะออกจากโรงพยาบาลนั้น แล้วมารักษาตัวที่ ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟู ซึ่งขอบอกว่าศูนย์ของเราเป็นศูนย์ฟื้นฟูเท่านั้น ไม่ได้รักษา (ขั้นตติยภูมิ) ซึ่งส่วนใหญ่หากคนไข้ต้องให้ออกซิเจน หรือมีเครื่องพันธนาการเยอะแยะมากมายเราไม่ค่อยจะรับ ยกเว้นที่ใส่สายให้อาหารทางจมูก และสายสวนปัสสาวะ ก็จะรับ (มากกว่านี้เราไม่รับ) แต่คนไข้รายนี้ไม่มีทั้งสองสาย มีแต่ท่อเหล็กที่คอเท่านั้น (อันนี้รับค่ะ เพราะไม่ได้ให้ออกซิเจน)  ผู้ป่วยมาที่เราแขนขายังอ่อนแรงทั้งสองข้าง แต่กินอาหารเหลวข้นได้ ตัวผู้ป่วยเอง ไม่เคยลุกนั่งบนเตียงเลยเพราะมีอาการอ่อนแรงอยู่มาก แต่ถามตอบอะไรรู้เรื่องดีหมด มาวันแรกเราก็บังคับให้ผู้ป่วยนั่งรถเข็นนั่งและให้อาบน้ำเองในห้องน้ำ (มีผู้ช่วยอาบให้ด้วย แต่ยังไงก็ต้องไปอาบในห้องน้ำเพราะมันสะอาดกว่าและฝึกผู้ป่วยด้วย) ผู้ป่วยมาเพื่อทำกายภาพและฟื้นฟู จุดประสงค์ของเราก็คือ ให้ผู้ป่วยสามารถช่วยตัวเองได้มากที่สุด และพึ่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด หรืออาจจะขนาดถึง ช่วยเหลือตัวเองได้จนไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นเลย เป้าหมายของเราจริงก็คือ ฟื้นฟูผู้ป่วยให้ขนาดช่วยเหลือกิจวัตรประจำได้เอง หรือขนาดถึงว่าให้สามารถยืนได้ แต่เป้าหมายของผู้ป่วยสูงกว่าเราอีกนะ ขอขนาดว่าเดินได้ใช้ชีวิตตามปกติเลยล่ะ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูสภาพผู้ป่วยที่ตอนมาที่เราวันแรกจริงๆก็คือ  ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ทานข้าวได้เองก็จริงแต่ต้องมีคนป้อนให้ ลุกนั่งก็ต้องมีคนช่วยประคอง พลิกตะแคงตัวก็ยังต้องมีคนช่วยอยู่ แค่นั่งก็ยังทรงตัวไม่ได้  ซึ่งจากดูอาการแล้วกรณีนี้ผู้ป่วยต้องฝึกยาวมาก แต่ตามหลักจริงๆคนไข้ไม่ควรนอนที่เรา เกิน 45 วัน  และผู้ป่วยรายนี้ของเราแพทย์เจ้าของไข้ ได้วางแผนว่าจะฝังเข็มไว้ด้วย ผู้ป่วยเข้ามามีโปรแกรมทำกายภาพบำบัด ฝึกทั้งPT และOT ซึ่งตัวผู้ป่วยต้องฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ต้องฝึกการการเคลื่อนไหวแขนขา ฝึกนิ้วให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เอง ผลจากการฝึกหนึ่งเดือน ทั้งนักกายภาพและพยาบาลประเมินผู้ป่วยว่า มีการทรงตัวที่ดีขึ้น สามารถนั่งทรงตัวได้เอง สามารถลุกนั่งได้เองบนเตียง ยกมือได้ทั้งสองข้าง ข้างซ้ายอ่อนแรงกว่าข้างขวาเล็กน้อย  แต่ขาทั้งสองข้าง ยังอ่อนแรงมากๆ แต่ก็ยังยกได้นิดนึงซึ่งดีกว่าตอนแรกมา ซึ่งไม่สามารถขยับได้เลย สามารถพลิกตะแคงตัวได้เองบนเตียง สามารถตักอาหารรับประทานเองได้ และตอนนี้ผู้ป่วยก็รับประทานข้าวต้มได้ ผู้ป่วยดีขึ้นมากทำให้เรารู้สึกชื่นใจ ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่เป้าหมายของแพทยือีกอย่างก็คือรักษาผู้ป่วยโดยการฝังเข็มด้วย ต้องให้ผู้ป่วยนอนคว่ำได้เสียก่อน จากการประเมินของทุกฝ่ายตอนนี้คือผู้ป่วยสามารถนอนคว่ำได้ประมาณ 25-30นาที และตัวผู้ป่วยเองก็มีพยายามดีมาก ฝึกยืนด้วยเครื่องช่วยยืน (ยืนtube)ได้ประมาน20-30นาที ในมุม75 องศา โดยไม่มีอาการเหนื่อย แต่ขณะนั่งบนเตียงยังมีอาการปลายเท้าตกอยู่ (ขาฟื้นตัวช้ากว่าแขนมากๆ) ขณะนี้ผู้ป่วยพักอยู่ที่นี่ประมาณสองเดือนแล้ว กะว่าคงไม่ให้นานเกินสามเดือน และอาจจะ ให้ผู้ป่วยมาแบบโอพีดีเคส มาทำกายภาพทุกวัน เหมือนเดิมแต่ให้กลับไปนอนบ้าน เพราะเราไม่สามารถให้นอนเกินกว่านั้นได้

   ผู้ป่วยจะฟื้นตัวช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กะตัวผู้ป่วย รวมทั้งกำลังใจจากคนรอบข้าง ถ้าใจสู้ ก็อาจจะฟื้นตัวเร็ว อาจถึงขั้น เดินได้อีกครั้ง แต่คงไม่ยืนยันว่าจะเดินได้ดีเหมือนเดิม ทั้งนี้ขึ้นกะอายุ และโรคประจำตัวของผู้ป่วยด้วยนะ ลืมบอกไปว่าคนไข้คนนี้อายุ หกสิบกว่าๆแล้ว และก็มีโรคประจำตัวด้วยก็คือ ความดันและไขมันในเลือดสูง ตัวผู้เขียนเอง ยังสงสัยในตัวโรคอยู่เลยว่าจากที่อ่าน GBS มาเค้าบอกว่าสามารถหายขาดได้  แต่จากการประเมิน ผู้ป่วยมีอาการคล้ายอัมพฤต อัมพาต เหมือนกันนะเนี่ย เพราะแขนขาซ้ายอ่อนแรงกว่าขาขวา 

  GBS เป็นอาการที่ เกิดแบบเฉียบพลัน และมีการพัฒนาของอาการเร็วมากในเวลาเป็นวันหรือสัปดาห์ไม่ทราบสาเหตุของโรคชัดเจน แต่พยาธิสรีรวิทยาเกิดจาก demyelination(การเสื่อม) ของปลายประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อ มักพบเกิดขึ้นได้หลังจากได้รับการฉีดวัคซีน หรือติดเชื้อไวรัสมาก่อน อาการที่เป็นลักษณะเด่นชัดคือมีอัมพาตของกล้ามเนื้อ ไม่มีการตอบสนองต่อการกระตุ้นของระบบประสาทส่วนปลาย เชื่อว่ามีพยาธิกำเนิดจาก immune mediated ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือน้อย แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล มักพบในผู้ป่วยอายุน้อย หรือวัยเจริญพันธุ์มากว่าวัยสูงอายุ การพยากรณ์โรคไม่รุนแรง สามารถหายขาดได้หากได้รับการรักษา มีเพียงประมาณ 3% ที่อาจกลับมาเป็นได้อีก ส่วนอัตราตายน้อยประมาณ 3-4% หากวินิจฉัยและให้การรักษาไม่ถูกต้อง

-พบได้ในคนอายุน้อย อาการเฉียบพลัน
-มีอาการผิดปกติเกิดประสาทส่วนปลายทั้งระบบ โดยมากเป็นในบริเวณขามากกว่าแขน และเกิดในกล้ามเนื้อส่วน distal (ส่วนปลาย) มากกว่า proximal (ส่วนต้น)
-พยาธิสภาพเกิดจากความเสื่อมของปลายประสาท (demyelination)
ที่เลี้ยง
กล้ามเนื้อ
หากต้องการยืนยันการวินิจฉัยว่ามีพยาธิสภาพเกิดจาก demyelination ควรทำ electrodiagnosis และควรตรวจวิเคราะห์น้ำเจาะไขสันหลัง (CSF analysis) ร่วมด้วย เพราะผู้ป่วย GBS จะพบโปรตีนสูงร่วมด้วย นอกจากนี้การตรวจ CSF ยังช่วยตัดประเด็นเรื่องสาเหตุจากการติดเชื้ออื่นๆ เช่น syphilis และ Cryptococcus
การรักษา
GBS
ใช้หลักการทำ plasma exchange (PEX) ได้ผลดีมากกว่าวิธีอื่น การให้ steroid หรือ immunosuppressive drug จะช่วยกำจัดแอนติบอดีหรือ immune complex
ได้เร็ว ผู้ป่วยฟื้นคืนสภาพได้เร็วขึ้น

confirm a diagnosis (Guillain-Barre syndrome) มี 3 วิธี

1.Lumbar puncture (spinal tap) การเจาะน้ำไขสันหลัง ดูโปรตีนในน้ำไขสันหลัง

2.Electromyogram (EMG) ดูmuscle activityว่ามีการตอบสนองลดลงหรือไม่

3.Nerve conduction velocity (NCV) ดูการทำงานของเส้นประสาท

Signs and Symptoms(อาการและอาการแสดง)
อาการเริ่มแรก มักจะพบอาการชา หรือมีความผิดปกติของการรับรู้ความรู้สึกบริเวณนิ้วมือและนิ้วเท้า แล้วมีอาการอ่อนแรงแขน ขา ในระยะเวลา เฉียบพลัน ผู้ป่วยบางราย อาจพบว่ามีความผิดปกติของการรับรู้ความรู้สึกบริเวณขาและนิ้วเท้า เท่านั้น บางรายพบว่ามีความผิดปกติของร่างกายเพียงซีกเดียว

Prognosis
ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการอ่อนแรง จากขาขึ้นไปแขน จะมี Prognosis ที่ดีกว่าผู้ป่วยที่อ่อนแรงจากส่วนบนลงไป ขา เพราะมักจะพบความพิการหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะบริเวณมือ มักพบมีอาการลืบของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ต้องขออภัยผู้ที่ซักถามมาอย่างสูงว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ดีๆได้ ตัวผู้เขียนเองยังต้องค้นคว้าอีกมาก หากใครมีความรู้หรือข้อมูลดีๆเกี่ยวกับโรคนี้ก็ช่วยเสนอแนะด้วยนะคะ