ความจริงแล้วการกู้ยืมเงิน ไม่ทำเป็นหนังสืออะไรกันก็ได้ ทำกันด้วยวาจาก็ได้ไม่เสียหายอะไร ถ้าลูกหนี้ยินดีชำระหนี้ให้ ดังนั้นการที่ ก ขอยืมเงินข100บาท ข ยินดีให้ยืมเงินและได้นำเงินให้ ก แล้ว ความจริงกรณีนี้ก็ต้องถือว่ามีการกู้ยืมเงินเกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น ก (ลูกหนี้)จะบอกว่าไม่มีสัญญาไม่ได้ ก จึงจำต้องใช้เงินคืน แก่ ข (เจ้าหนี้)ความจริงถ้าพูดไปแล้วสัญญาเกิดขึ้นได้ด้วยวาจาแล้วกรณีนี้ กล่าวคือเมื่อคำเสนอ ขอยืมเงินได้เสนอไปแล้ว และ ข ได้ทำคำสนองตอบกลับมาด้วยวาจา ว่าให้ยืมแล้วนั้น ต้องถือว่าสัญญาเกิดขึ้นแล้ว สัญญาเกิดขึ้นได้เมื่อคำเสนอสนองถูกต้องตรงกัน ดังนั้น เมื่อ ก ได้เงินจาก ข ไปแล้ว ก ย่อมมีหน้าที่ๆต้องชำระหนี้คืน ข เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ เพราะเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ตามสัญญาแล้ว (การกู้ยืมเงินกันกฎหมายไม่ได้กำหนด"แบบ"ใดๆต่างกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กม กำหนดให้ต้องไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำเป็นโมฆะ อันนี้เขาเรียกว่า "แบบ" เพราะถ้าไม่ทำเป็น โมฆะ เนื่องจากกม กำหนดไว้"(การใดถ้าไม่ทำตามแบบ การนั้นท่านว่าเป็นโมฆะ)แต่สำหรับการกู้ยืมไม่มีแบบอะไร แต่การที่กำหนดให้ต้องทำเป็นหลักฐานเพื่อฟ้องร้องบังคับคดี อันนี้ไม่ใช่แบบ แต่เขาเรียกว่า หลักฐานเพื่อใช้ฟ้องร้องบังคับคดีเท่านั้น ต่างกัน
ดังนั้น กรณีนี้ หาก เมื่อนี้ถึงกำหนดชำระหนี้แล้ว ก ไม่ชำระหนี้ให้ ข ข จะไปฟ้องร้องบังคับคดี กับ ก ได้หรือไม่ ก็ต้องกลับไปดูว่าหนี้กู้ยืม นี้มีการทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้หรือไม่ ถ้าไม่มีก็ฟ้องร้องบังคับคดี ก.ไม่ได้..เพราะอะไร ก็เพราะ ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ กำหนดไว้ว่า..หนี้กู้ยืมนั้น ถ้ากู้ยืมกันเกินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป(เช่น50.01 บาท) จะฟ้องร้องบังคับคดีได้นั้น ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม (คือ ก) ไว้เป็นสำคัญด้วย จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้....นี่คือกฎหมายกำหนดไว้
มีคนสงสัยว่าแล้วถ้ากู้แค่50บาทหรือ49บาท โดยไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือจะฟ้องร้องได้หรือไม่ กรณีนี้ฟ้องร้องได้ เพราะกม บอกไว้ว่าถ้าเกินกว่าห้าสิบบาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ ดังนั้น ก็ต้องหมายความว่าห้าสิบหรือต่ำกว่าห้าสิบบาท ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีได้..ทั้งนี้สามารถนำสืบโดยใช้พยานบุคคลได้
ดังนั้น ใครจะเป็นหนี้ใคร ใครเป็นเจ้าหนี้ใคร ก็ต้องทราบด้วยว่ากฎหมายกำหนดไว้อย่างไร...มิฉะนั้นอาจสูญเปล่าได้...นะจ๊ะ
ชำระเงินอีอ้อน
มีปัญหาเรื่อง "เงินต้น"
-อีอ้อนลดเงินต้น (4350) ให้เป็นส่วนลด ก่อนดิฉันจะตกลงชำระยอดค้างครบทั้งหมด ในวันที่ 2/6/51
ตย.ค้างชำระ 10000 ทางอีอ้อนลดเงินต้นให้เป็นเงิน 4350 = ดิฉันชำระไป 5350 พอดิฉันชำระครบตามยอดที่แจ้งมาแล้ว เงินต้นที่ทางอีอ้อนลดให้ครั้งแรก อยู่ ๆ ก็บอกไม่ลดให้ แล้วแจ้งให้ดิฉันชำระเงินต้นให้ครบ ไม่อย่างนั้นไม่จบ
ทางดิฉันโอนรถไม่ได้ "ติดเรื่องเงินต้น ที่ทางอีอ้อนบอกให้เป็นส่วนลด" ดิฉันร้อนใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดีค่ะ ช่วยตอบด่วนค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
โทร : 081-5373608 (จีราพร)