ภาพยนตร์เรื่อง Sweeney Todd The Demon Barber of Fleet Street
นำแสดงโดย จอหน์นี่ เดพพ์ หนัง
กำกับโดย ทิม เบอร์ตัน
โปรแกรมเข้าฉาย มกราคม 2551
อะไรทำให้คุณสนใจ สวีนนี่ ทอดด์?
ทิม : ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตั้งแต่สิบปีที่แล้วครับ หรือว่าอาจจะนานกว่านั้นนะ ผมชอบเรื่องนี้ทั้งทางด้านที่เป็นดราม่าและอารมณ์ – ผมชื่นชมมันน่ะครับ แต่จากนั้นมันก็หายไป ผมคอยแต่จะคิดว่ามันจะมีเหตุผลที่มาจากจิตใต้สำนึกที่ประหลาดสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อนหน้านี้อย่างแปลก ๆ ที่ผมได้ดูภาพที่ผมวาดเองและเข้าใจว่ามันดูคล้ายจอห์นนี่ แล้วผมก็มาคิดว่า ว้าว! และจากนั้นผมก็ไม่รู้เลยว่าเวลามันผ่านมานานกี่ปีกันแล้ว ...
จอห์นนี่ : สักห้าหรีอหกปีที่แล้วนะ ผมว่า ...
ทิม : ผมส่งแผ่นซีดี (แผ่นเพลง) และจากนั้นจอห์นนี่ก็เป็นแบบว่า ดีครับ ดี ดี และทุกคนก็พากันพูดว่า เยี่ยมมาก และจากนั้นมันก็เป็นแบบว่า อึม เขาร้องเพลงได้หรือเปล่า ? ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลย ผมก็ไม่รู้ เพราะงั้นนั่นมันคือเรื่องตลกของทั้งหมดและในทางหนึ่งหรือมันเป็นธรรมชาติที่เกินจริงของความเป็นฮอลลีวู้ด คุณต้องรักมันเพราะเรื่องนั้นเพราะดูในกระดาษแล้วมันดูเหมือนเป็นความคิดที่เลวร้ายมากโดยตลอด (หัวเราะ)
จอห์นนี่ มันจะมีความลึกลับที่รายล้อมตัวละครนี้อยู่เกี่ยวกับว่าเขาเกิดมาจากใครคนหนึ่งที่มีชีวิตจริงหรือเปล่า คุณได้ใช้ส่วนนี้บ้างไหม?
จอห์นนี่ : ผมได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดครับและมันจะมีส่วนหนึ่งของความเป็นผมที่เมื่อได้อ่านเรื่องราวแล้วอยากให้เขาเป็นคนที่มีชีวิตจริง คุณก็รู้นี่ครับแบบว่า น่านะให้เขามีชีวิตจริง ๆ เถอะ ผมชอบมันมากนะครับ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก โดยพื้นฐานแล้วคุณได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดเพื่อที่ว่าคุณจะได้เต็มที่กับมัน เพื่อที่ว่าคุณจะได้ระแวดระวังหรือว่าหมุนมันกลับไปมาได้ไงครับ ส่วนใหญ่แล้วความเป็นเขามาจากการที่ผมได้พูดคุยกันกับทิมครับ
ทิม : เขาเป็นตัวละครที่มาจากหนังสยองขวัญสมัยเก่าน่ะครับ
จอห์นนี่ : ก็อย่างที่ทิมบอกครับ มันเป็นเครื่องราวที่คลาสสิคแต่ตัวแสดงต่าง ๆ ที่มาจากหนังสยองขวัญสมัยเก่านี้เข้ามาอยู่ในหัวของผมตลอด ตัวละครที่เป็นเหมือนตัวแทนของสิ่งต่าง ๆ นั่นแหละคือที่ ๆ พวกเขาอยู่กันล่ะครับ
ทิม : ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในตัวละครโปรดของผม สิ่งที่เขาทำเพราะมันเป็นเรื่องราวที่เกิดจากภาวะภายใน พวกเรายังต้องตัดบทสนทนาออกไปกันอยู่ทุกวันเพราะก็อีกแล้วน่ะครับมันจะเป็นเหมือนกับหนังเงียบและนั่นคือสิ่งที่เป็นความยอดเยี่ยมของจอห์นนี่ – เขามีความสามารถที่จะสื่ออะไรออกไปอย่างไม่ต้องใช้คำพูดและถ้าคุณสื่อความรู้สึกอย่างไม่ต้องอาศัยคำพูดได้แล้วล่ะก็ นั่นมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับผม คุณไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้มันมีความคิดว่าอย่างไรแต่คุณจะได้เห็นความสับสนและเศร้าสร้อยรวมไปถึงความทมึนทึมและความโกรธเกรี้ยวโดยทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ผิวหน้า มันยอดเยี่ยมมากครับ เขาเป็นตัวละครตัวโปรดของผมทีเดียว
จอห์นนี่ : คุณรู้ไหม มันเป็นความน่าสนใจและความท้าทายอย่างจริงจังในส่วนนั้นและยังมีบางอย่างที่เป็นความสนุกสนานเกี่ยวกับมันอีกด้วยครับ เหมือนอย่างที่ทิมพูดน่ะครับ พวกเราจะเข้าไปดูและพูดว่า คุณรู้ไหม คุณไม่น่าพูดคำนี้ .... เพราะยิ่งเขาพูดน้อยเท่าไรมันยิ่งดูดีมากขึ้นเท่านั้นครับ
คุณมาสรุปว่าสวีนนี่ จะต้องมีรูปลักษณ์เป็นอย่างนี้ได้อย่างไรกัน ?
จอห์นนี่ : ก็จากการที่ได้พูดคุยกัน
ทิม : มันก็มาจากการที่เรามีความรักในหนังเก่า ๆ และมีความพยายามที่จะสร้างตัวละครที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ คุณได้เห็น ปีเตอร์ ลอร์จากในเรื่อง Mad Love และคุณได้เห็น บอริส คาร์ลอฟหรือ ลอน ชานี่ย์ นั่นคือบรรดาพวกตัวละครประหลาดในหนังคลาสสิค ...มันเป็นรูปลักษณ์และพวกเรามีความรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับตัวละครตัวนี้ – คุณจะได้เห็นเขาในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งและนั่นแหละความสมบูรณ์แบบ มันจะเป็นรูปลักษณ์ที่แน่นอน ความรู้สึกที่แน่ชัดและจะมีความตื่นเต้นเกิดขึ้นอยู่เสมอ และเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่เขาเป็นได้แบบนั้นมาโดยตลอดครับ
จอห์นนี่ : มันเป็นความท้าทายเอาจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ครับ ในการที่จะหาตัวตนของผมเพราะอย่างที่ทิมบอกว่าเขาจะต้องมีความเป็นสัญลักษณ์และคุณกำลังคิดถึงรูปลักษณ์ที่แรง ๆ อย่างปีเตอร์ ลอร์ในเรื่อง Mad Love คาร์ลอฟอย่างที่เป็นสัตว์ประหลาดน่ะครับ
ทิม : เรียบง่าย ดูล้าสมัย เรียบง่ายแต่มีรูปลักษ์ของความรุนแรง
จอห์นนี่ ในตอนแรกที่ทิมบอกว่าคุณจะต้องร้องเพลงในภาพยนตร์ คุณรับความคิดของเขาได้ในทันทีหรือเปล่า ?
จอห์นนี่ : โอ้ ครับ ผมเห็นความคิดของเขาแต่โดยพื้นฐานแล้วผมก็พยายามคิดให้ออก ผมหมายถึงว่าผมรู้นะว่าผมจะไม่ได้เป็นพวกหูบอดกับเสียงเพลงเพราะผมเล่นดนตรีได้แล้วผมก็เล่นกีตาร์และอีกหลายอย่างแต่ผมไม่รู้ตัวเองว่าผมจะร้องเพลงอย่างจริง ๆ จัง ๆ ได้สักเพลงหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจน่ะครับ ในตอนแรกที่เราได้คุยกัน ผมบอกเขาว่า ให้ผมลองดูก่อนนะ ให้ผมลองเช็คดูก่อนและผมจะส่งอะไรไปให้ คุณบอกผมมาด้วยว่าคุณรู้สึกยังไงแล้วเราค่อยมาคุยกันดีกว่า แล้วผมก็ส่งเพลง My Friends ไปให้เขาครับ
ทิม : ซึ่งมันออกมาดีมาก ...
จอห์นนี่ : ผมได้ไปที่สตูดิโอเพลงของเพื่อนผม ...
ทิม : อย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใคร ๆ มาอยู่รอบ ๆ และมันก็เป็นดนตรีที่หนักแน่นในตอนที่เครื่องดนตรีบรรเลง ผมไม่ได้มีความรู้มากมายเกี่ยวกับเครื่องดนตรีนะครับแต่ที่ผมรู้นั้นก็คือมันเป็นเสียงดนตรีที่หนักแน่นและนั่นแหละเป็นสิ่งที่ผมชอบและในความเป็นจริงที่ว่าทั้งจอห์นนี่และนักแสดงทุกคนนั้นไม่ใช่นักร้อง จะมีแค่นักแสดงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักร้องแต่นอกนั้นไม่มีใครเลยที่ได้ร้องเพลงกันมาก่อนในชีวิตของพวกเขา
จอห์นนี่ : หัวเราะ) มันคงออกมาดีน่าดูนะ
ทิม : ผมคิดว่ามันเป็นการนำรูปแบบที่น่าสนใจเข้ามาครับ ผมได้เห็นดนตรีที่ร้องโดยคนที่ไม่ใช่นักร้องแล้วมันก็ออกมาดูแย่แต่ทุกคนในนี้ดูแล้วออกมาดีหมด ผมประทับใจมาก ๆ ครับ
จอห์นนี่ : ทุกคนยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ เฮเล่น่านั้นไม่น่าเชื่อเลย ซาช่า (บารอน โคเฮน) ก็เยี่ยม เขาร้องเพลงได้ครับ
ทิม : อลัน ริคแมนก็ยอด – และสิ่งที่ดีไปกว่านั้นคือคุณจะได้ยินเสียงวงป๊อป อย่างวงสไปซ์เกิร์ลหรืออะไรก็แล้วแต่แล้วพวกเขาก็เป็นอะไรก็ได้โดยพวกเขาทั้งหมดนั้นเป็นนักแสดงที่เป็นตัวละครแล้วก็มีเสียงออกมา มันเป็นความตื่นเต้นที่ได้ยินบทร้องคู่ระหว่างจอห์นนี่กับอลัน ริคแมน มันเหนือความเป็นจริง ผมหมายถึงว่า ใครจะเคยคิดถึงเกี่ยวกับมันกันบ้างล่ะ? มันฟังแล้วเป็นจอห์นนี่เป็นอลันและนั่นเป็นความเยี่ยมยอด และเป็นสิ่งที่ผมต้องการครับ
จอห์นนี่ : แล้วมันก็เยี่ยมจริง ๆ นะครับเพราะความเป็นธรรมชาติของความเกินจริงของมันอย่าง
อลัน ริคแมนและผมได้ร้องเพลงคู่กันก่อนหน้าที่เราจะได้เจอกันเสียอีกครับ
เพราะงั้นคุณต้องอัดเสียงเพลงของคุณก่อน เพื่อที่ว่าคุณจะได้มีเพลงมาเล่นตอนที่คุณต้องเข้าฉากอย่างนั้นหรือ ?
ทิม : ใช่ครับ มันจะมีขั้นตอนของมันที่สนุกสนานมาก มันเป็นเหมือนทำหนังใบ้แล้วมีดนตรีตอนอยู่ในฉาก มันเป็นความทึ่งสำหรับตัวผมในการที่จะเห็นนักแสดงและมันดูเหมือนได้นั่งดูหนังสมัยเก่า – อีกแล้วครับ มันมีผลกับการเคลื่อนไหว ทั้งยังช่วยทีมงานได้มากจริง ๆ เป็นแบบว่ากระตุ้นทุกสิ่งทุกอย่าง และผมก็พบว่ามันมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง คนบางคนอาจจะคิดว่า โอ้คุณต้องถูกจำกัดด้วยอะไรบ้างหรือเปล่า แต่เป็นความเหลือเชื่อว่าในความเป็นอิสระและความสนุกสนานที่ได้ดูเพราะคุณเคลื่อนไหวอย่างแตกต่างเมื่อคุณได้ยินเสียงเพลง โดยจะเป็นเหมือนคุณจะต้องคิดว่าจะต้องทำมันถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ทำดนตรีในตอนนี้ เพราะเป็นความน่าทึ่งที่ได้ดูน่ะครับ
จอห์นนี่ คุณต้องร้องเพลงเองอีกครั้งหรือเปล่า ถ้าคุณจะต้องเทค?
จอห์นนี่ : แหมโชคไม่ดี ใช่เลยครับ (หัวเราะ) ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เขาทำกันยังไงเพราะผมไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ผมมีความรู้สึกว่าถ้าผมแค่ขยับปากไปตามเสียง กล้องจะมองเห็นและยังมีรู้สึกเหมือนคุณกำลังทำอะไรหลอกๆ ในระดับหนึ่งและคุณจะไม่มีความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่น่ะครับ ที่จริงแล้วเป็นความน่ากลัวและน่าตกใจในหลายๆ ครั้งที่เจ้าหน้าที่ๆ ต้องควบคุมไมค์และดูแลตัวดึงขึ้นลงที่แบบว่าห่างออกไปแค่ห้านิ้วเหนือหัวคุณขึ้นไปแล้วคุณยังเลื่อนไปเลื่อนมาโดยคุณจะมีความรู้สึกงี่เง่าเอาจริงๆ แต่มันก็จำเป็นนะครับ ...
ทิม : แต่มันเป็นเรื่องสำคัญครับ สำคัญเอามากๆ เป็นความยอดเยี่ยม ทุกคนเข้าใจและนี่เป็นเรื่องใหญ่ นักแสดงทุกคนต้องทำแบบเดียวกันหมดครับเพราะคุณจะมองเห็นคอของพวกเขาขยับ สังเกตุได้จากช่วงอก และนั่นแหละมันถึงเป็นความสำคัญเพราะมันเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการนำเสนอให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาให้เห็น ผมหมายถึงว่านั่นคือความเป็นดนตรี พวกเราตัดเอาส่วนที่เป็นบรอดเวย์ออกไปเสียมาก หลายตอนที่พวกนักแสดงประกอบต้องร้องเพลงอะไรทำนองนั้นเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวละครและสิ่งที่จะนำเสนอออกมากจากภายใน มันจะเป็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับความอดกลั้นและมันเป็นความสำคัญที่คุณจะต้องได้เห็น คุณจะได้เห็นคอของเขาและได้เห็นว่าเสียงออกมาจากตัวเขาจริง ๆ ครับ
สตีเฟ่น ซันด์ไฮม์มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้มากน้อยอย่างไร ?
ทิม : เขาเป็นคนที่ฉลาดและมีพรสวรรค์จริง ๆ และเขาก็ให้ความนับถือกับขั้นตอนมาก อย่างตัวผมเขาชอบความคิดที่ผมจะใช้จอห์นนี่แต่เขาไม่เคยได้ยินจอห์นนี่ร้องเพลง แต่เขาก็มีความคิดในทางบวกและให้ความนับถือ ผมคิดว่าเขาเป็นแฟนหนังเพราะงั้นผมจึงคิดว่าเขาจะเข้าใจว่ามันจะมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คุณอาจจะทำบนเวทีละครที่ต่างจากจอภาพยนตร์
สวีนนี่ ทอดด์นั้นเป็นตัวละครที่โหดร้ายอย่างที่เราเห็นได้ชัดแต่มันยังมีอารมณ์ขันและความน่าสงสารอยู่ในตัวตนของเขา ใช่ไหมครับ ?
จอห์นนี่ : เขาเข้าใจผิดน่ะครับ (หัวเราะ)
ทิม : มันเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรัก
จอห์นนี่ : เขาเข้าใจผิดอย่างน่ากลัวเพราะที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่อ่อนหวานมาก
ทิม : เขาเป็นคนที่ใจสลาย
จอห์นนี่ : เขาเป็นคนที่ตายไปแล้วตั้งแต่ชีวิตของเขาถูกพรากไปในหลายๆ ปีก่อนหน้านี้
ทิม : เขาเป็นเพียงร่างที่ยังหายใจ
จอห์นนี่ : มันเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่เขายังคงหายใจอยู่ได้ เพียงแค่ได้ชำระแค้น
ทิม : จะมีบางอย่างที่เป็นจริงเกี่ยวกับมัน แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องแนวแฟนตาซีและเขาก็ดูแปลกและทุกสิ่งทุกอย่างผมไม่รู้นะสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับมันก็คืออะไรที่ดั้งเดิมและเป็นจริงเกี่ยวกับตัวละคร ซึ่งผมชอบมันครับ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก