ผมมีประสบการณ์ในการดูแลผุ้ป่วยจิตเภทมาหลายปี เห็นภาพการรักษาซ้ำๆ วิธีการดูแลเดิมๆ คนไข้รายเดิมก็เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล จนกลายเป็นความชาชิน
คนไข้จิตเภทคงรักษาไม่หาย ถึงรักษาหายก็ต้องกลับมาโรงพยาบาลอีก การดูแลใดๆ ก็เหมือนไม่ได้ช่วยคนไข้มากนัก การสนทนาเพือการบำบัดก็ทำไปแบบไม่มีทิศทางหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ การทำกลุ่มก็เหมือนเป็นการฆ่าเวลา แล้วเราก็พร่ำสอนคนไข้ว่าต้องกินยา ไม่งั้นจะมีอาการอีก
แล้ว ความน่าท้าทายของการดูแลผู้ป่วยจิตเภท อยู่ที่ตรงไหน
จนกระทั้งผมมีโอกาสได้ศึกษาต่อ จึงได้รู้จักกับแนวคิด recovery model แล้วก็ทำการศึกษาเพิ่มเติม แล้วก็พบว่า
ที่ผ่านมา กรอบแนวคิดการทำงานของเรายังไม่ชัดเจนพอต่างหากทำให้เรา มีมุมมองที่แคบในการดูแลผู้ปวยประเภทนี้
ยิ่งศึกษายิ่งพบว่า มีเรืองราวอีกมากมายที่รอคำตอบ และรอการพัฒนาในระบบการดูแลผู้ปว่ยจิตเภท
นั้นเป็นจุดเริ่มในงานวิจัยของผม
มาติดตามค่ะ
อรุณสวัสดิ์ครับครูอ้อย
กลับจากวิ่งและออกกำัลังกายยามเช้า ก็ทราบว่า พี่สาวคนเก่งของผม ครูอ้อย ได้เข้ามาทักทายและให้กำลังใจ ขอบพระคุณมากนะครับ
เอาไปเป็นว่า เราต่างตกที่นั่งเดียวกัน (เรียน ป. เอก) เราจะให้กำัลังใจกันและกันนะครับ
เป็นอาจารย์จิตเวช แต่เดิมอยู่ วพบ.สุรรณ ตอนนี้ย้ายมาอยู่ วพบ.กรุงเพ สนใจเรื่อง recovery model เหมือนกัน เพราะอยากให้ผู้ป่วยจิตเวชกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ ถ้าศึกษาหากระบวนการหายหรือยู่ได้ของโรคได้จะเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์มาก