เรามิอาจรักกันได้


บทวิพากษ์ ถึงมุมมองของอำนาจ และความเป็นไป ในความเคลื่อนไหวทางการเมือง ด้วยความเชื่อมั่นถึงอำนาจ ด้วยการใช้อำนาจ และด้วยความรุนแรงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ยังมีคำถามอีกมากมาย ถึงความเชื่อเช่นนั้น ด้วยคำถามเบื้องต้นจากความเรียงชิ้นนี้

เรามิอาจรักกันได้

อ้างอิง - ภาพ http://www.oknation.net/blog/14tula

ผมคิดมานานมากแล้ว

นับจากวัยเด็กที่ชื่นชอบอ่านหนังสือ

หรือกระทั่งยามโตขึ้นมา เมื่อได้ทำงาน

เมื่อได้สัมภาษณ์นักการเมือง ได้ทำงานกับนักการเมือง ได้พูดคุยกับนักการเมือง และได้อยู่ในแวดวงของผู้คนที่หลงรักอำนาจ ทั้งทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ นักข่าว เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน หรือคนทั่วไปซึ่งหลงรักอำนาจ จนกระทั่งวันหนึ่งค้นพบคำถามกับตนเองว่า

หากชีวิตนี้เลือกได้

โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคำว่า อำนาจ

หรือความยิ่งใหญ่ของผู้คน

ผมจะเลือกสิ่งเหล่านั้น เลือกสิ่งที่ไม่ต้องนำพาเราให้ข้องเกี่ยวนั้น เลือกและตัดสินใจสำหรับความจริงในชีวิต ท่ามกลางทะเลคลื่นของอำนาจ ซึ่งพัดพาเราให้ล่องลอยไปในห้วงแห่งอารมณ์ความรู้สึก เมื่อความทะยานอยากเป็นดั่งลมพัดใบเรือมนุษย์ นำพาเราโลดแล่นสู่ที่หมายแห่งชัยชนะ

สำหรับความเข้าใจโดยส่วนตัวผม

อำนาจ ช่างเป็นสิ่งที่หอมหวลยั่วยวน

เป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนใจเราให้ต้องกระทำ

กระทำและกระทำในหลายสิ่งที่มนุษย์มิพึงกระทำ

เพราะสำหรับความจริงของอำนาจ มีเพียงผู้ชนะเท่านั้น ที่จะได้ใช้สิทธิแห่งอำนาจ ในการกำหนดตัดสิน และสร้างคำนิยามของคำขึ้นมา ไม่ใช่หน้าที่ของผู้แพ้ที่จะมาคอยกำหนดความจริงเหล่านั้น ไม่ใช่และไม่ใช่อย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับความประทับใจวัยเด็ก

ทุกครั้งเมื่ออ่านหนังสือประวัติศาสตร์

ผมมักฉงนใจในแต่ละบรรทัด

เมื่อประวัติศาสตร์เขียนไว้ ถึงการฆ่าฟัน ทำร้ายทำลาย เผาผลาญชีวิตผู้คนเพียงเพราะสิ่งที่เรียกว่าอำนาจ บ่อยครั้งที่เราฆ่าฟันเพียงเพราะ สิ่งเหล่านั้นขัดขวางหนทางไปสู่จุดหมายแห่งอำนาจ ในประวัติศาสตร์ต่างบอกกล่าวและบันทึกความจริงของชีวิตมนุษย์เอาไว้

ใช่จะปฏิเสธ

แต่ผมกลับยอมรับและเห็นด้วย

ในความจริงแห่งอำนาจ

เมื่อการได้มาซึ่งอำนาจ จำเป็นต้องใช้ทุกวิธีการ ทุกยุทธศาสตร์ยุทธวิธี เพียงเพื่อได้ช่วงชิงการนำ ได้ช่วงชิงมาซึ่งสิทธิในการครอบครองอำนาจ แค่ลำพังหน้าเนื้อใจเสือ หน้าด้านใจดำ โกหกปลิ้นปล้อนกระล่อนพกลม ล้วนธรรมดามาก หากปรารถนาในอำนาจ สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงพื้นฐานที่จะต้องทำให้ได้

ปราชญ์แลผู้รู้มากมาย

ทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก

ได้บอกกล่าวไว้ ถึงหนทางแห่งอำนาจ

ซึ่งมีทั้งความจริงในด้านดี และความจริงในด้านร้าย มีทั้งบทเรียนอำนาจอันแท้จริงโดยไม่ต้องอ้างความดีงาม หรือการอธิบายอำนาจในทางคุณธรรม อำนาจจึงมีมิติในการครองธรรม ควบคู่กับการกระทำแบบอธรรม เป็นจริงได้เสมอสำหรับพื้นที่แห่งความจริงเหล่านี้ เมื่อโลกแห่งการไปสู่อำนาจบอกเราไว้

 

ไม่แปลกหากเราต้องมานั่งสะเทือนใจกับความตาย

เพียงเพราะสิ่งเหล่านั้น เป็นทางสู่อำนาจ

เพียงเพราะเชื่อว่า ความตายจำเป็น

มหาตมะคานธี ตายด้วยคำตอบในอำนาจอันแตกต่างของผู้คนต่างลัทธิความเชื่อ ในแผ่นดินเดียวกัน อินทิรา คานธี ก็ตายเช่นเดียวกัน ราจีฟ คานธีก็เฉกเช่นเดียวกัน ผู้คนในโลกแห่งอำนาจมากมาย ต่างล้มตายไปท่ามกลางเกมแห่งอำนาจ เกมระดับมหากาพย์ที่เหล่านักปราชญ์ นักคิด นักรบ นักการเมือง นักปฎิวัติต่างศึกษาเรียนรู้ถึงความจริงเหล่านี้

เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบอันแท้จริง

บ้างตอบว่า หนทางที่จะทำให้มนุษย์หลุดจากสัตว์

คือต้องทำให้หนทางแห่งอำนาจ ไร้ซึ่งวิธีการอันรุนแรง

เราจึงพยายามสร้างกลไก กฎเกณฑ์ ในแต่ละการแข่งขันเพื่อได้มาซึ่งอำนาจโดยไร้ความรุนแรง เพราะเรารู้ว่า หากวันใดที่บ้านเมืองไม่มีกลไกกติกากำกับอำนาจ เราทุกคนจะอยู่ท่ามกลางกลียุค อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง คราบเลือด และรอยน้ำตา จากความโหดร้ายรุนแรง เพียงเพราะต้องการได้มาซึ่งอำนาจ

แต่ในความจริง

โลกแห่งอำนาจยังมีความรุนแรง

มีการทำร้ายทำลายระหว่างผู้คนด้วยกันเอง

โลกแห่งความรุนแรงเหล่านี้ ยังคงปรากฎอยู่ในทุกมุมโลก ตราบใดก็ตามที่สมดุลย์แห่งการกำกับ สมดุลย์แห่งกลไกกติกา เพื่อกำกับการได้มาซึ่งอำนาจบิดเบี้ยว หรือเอียงไปจากฐานอันควรอยู่ ผู้คนจึงพร้อมจะประหัตประหารกัน ด้วยคำตอบว่า เพียงเพื่อต้องการได้มาซึ่งอำนาจ

ในท่ามกลางความรุนแรงแห่งอำนาจ

ผู้คนบางกลุ่มคิดหนทางยุติ

ด้วยการทำลายล้าง

ใช้ความรุนแรงทุกวิถีทาง เพียงเพื่อได้มาซึ่งอำนาจทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าต้องการสร้างสันติสุขและความสงบสุข เมื่อได้มาซึ่งอำนาจแล้ว ก็จะสามารถสร้างสันติสุข และความสงบให้เกิดขึ้นได้ ท่ามกลางกองซากศพ และเถ้าถ่านแห่งอารยธรรม ความจริงของโลกจึงมีมุมมองของความเชื่อในอำนาจ

เพียงเพื่อให้เราได้ยิน

ได้เข้าใจและรับรู้ว่า เราต้องเลือก

เลือกที่จะยืนอยู่ในความเข้าใจใดแห่งกลไกอำนาจ

ในท่ามกลางจุดยืนของชีวิต ในท่ามกลางการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เลือกข้างเลือกพรรค เลือกพวก เลือกเลือด เลือกเผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูลประเทศชาติมาตุภูมิ เลือกและต้องเลือกที่จะดำรงอยู่ในแต่ละสถานะ ตราบนั้น เราทุกคนก็ต่างต้องรับรู้ว่า ความจริงของสันติอันไร้ซึ่งความรุนแรง กับทุกสิ่งอย่างในความเป็นอำนาจ

ทั้งสองสิ่งอย่าง ล้วนมิอาจรักกันได้

ในท่ามกลางความจริงของโลก

อำนาจ คือ ความจริง

อำนาจ คือสิ่งที่ทำให้เรามิอาจรักกันและกันได้ เรามิอาจรักผู้คนทั่วไปบนโลกใบนี้ได้อย่างเท่าเทียมกันได้ เรามิอาจรักผู้คนฝั่งตรงข้ามกับชีวิต ความเชื่อ ศาสนา ลัทธิ สีผิวเผ่าพันธุ์ ต่างความคิด หรือต่างสายพันธุ์ เพียงเพราะมีความจริงของอำนาจ

ที่ทำให้เรามิอาจรักกันได้

หมายเลขบันทึก: 158809เขียนเมื่อ 11 มกราคม 2008 22:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 มิถุนายน 2012 19:45 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (1)

สวัสดีค่ะน้อง...Kati

  • ครูอ้อยชักจะชอบอ่าน บทความ บันทึกของน้องแล้วล่ะ  ..เพราะตรงกับใจครูอ้อย
  • เรารักกันไม่ได้เลย..ในแง่คิดของครูอ้อย ในเวลานี้  ทั้งเรื่องการงานและการศึกษาต่อของครูอ้อย...ไม่ได้มีความเท่าเทียมเลย 
  • ต้องแอบมาคิด มาฝันคนเดียว..ที่จะรักตัวเองดีที่สุด  ไม่ต้องไปเรียกร้องหาความยุติธรรม จากการงาน หรือการเรียน
  • ถึงแม้ว่า  ครูอ้อย ไม่เคยได้รับการพิจารณาความดีความชอบเลย...ครูอ้อยก็ภูมิใจในสิ่งทีได้ให้กับนักเรียนของครูอ้อย
  • ถึงแม้ว่า ครูอ้อยจะเรียนไม่จบ หรือจบช้ามาก  ครูอ้อย ก็ภูมิใจ ที่ครูอ้อยได้เรียนรู้ จากประสบการณ์จริง กับแหล่งเรียนรู้ และนำมาเสริมประสบการณ์ ให้เกิดประโยชน์..ไมใช่ไปนั่ง ประจบอาจารย์เท่านั้นค่ะ

ขอบคุณค่ะ ขอความสุขความเจริญ จงมาสู่น้อง ตลอดปีใหม่ ตลอดปี และตลอดไปค่ะ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี