ที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่เราเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน
                         หลวงวิจิตรวาทการ

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พ.ย. ๕๐ ค้นเอาหนังที่ อ. หมอปรีดาให้มาหลายเดือนแล้ว เอามาดู      เป็นหนังบีบีซี เรื่องเกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดนก     เป็นเรื่องสมมติว่าหากเชื้อไวรัสไข้หวัดนกมันกลายพันธุ์จนกลายเป็นเชื้อไข้หวัดคนพันธุ์ใหม่     จะเกิดอะไรกับโลกจึงเห็นสัจจธรรมเรื่อง เก่งเกินไปไม่ดี

         เดิมผมเข้าใจผิด ว่าถ้าไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่เกิดขึ้นและระบาด คนที่มีโอกาสตายมากคือคนแก่กับเด็ก     ผิดครับ    คนที่จะตายมาคือคนหนุ่มสาวที่ร่างกายแข็งแรง     เจ้าความแข็งแรงนั่นแหละช่วยไวรัสไข้หวัดฆ่าเขา

         ไวรัสไข้หวัดมันคล้าย flash drive ของคอมพิวเตอร์นะครับ     flash drive เปรียบดังไวรัสกลุ่ม retrovirus ที่ไข้หวัดใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้  และเซลล์ของคนเปรียนเสมือนเครื่องคอมพิวเตอร์     เจ้า flash drive มันมีโปรแกรม บอกคอมพิวเตอร์ให้ทำงานตามโค้ดใน flash drive ฉันใด     ไวรัสไข้หวัดก็เข้าไปในเซลล์และขโมยกลไกภายในเซลล์ให้หันมาทำงานให้มัน ฉันนั้น

         เซลล์ของคนหนุ่มคนสาวที่แข็งแรงจะตอบสนองสัญญาณจากไวรัสไข้หวัดได้รุนแรง      สร้างสารที่มีตามปกติภายในเซลล์ชื่อ cytokines มากมาย     ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ “อ่อนระทวย” ปล่อยน้ำ ออกนอกเซลล์มากมาย โดยเฉพาะในปอด     ทำให้ปอดบวมน้ำ หายใจไม่ออก และตาย     เซลล์คนแก่ไม่เก่งปล่อย cytokines ได้ไม่ถึงใจพระเดชพระคุณ (ไวรัส) คนแก่จึงไม่ค่อยตายจากไข้หวัดใหญ่  

         หนังเรื่องนี้เขาเอาความรู้ที่ได้จากการระบาดใหญ่ของ Spanish Flu เมื่อ ค.ศ. 1918 (เข้าใจว่าเชื้อไวรัสกลายพันธุ์มาจากไข้หวัดนกเหมือนกัน) ซึ่งมีคนตาย ๕๐ ล้านคน    และส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว     ตามในหนัง คนที่เอาเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่เข้ามาระบาดในแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาคือนักธุรกิจที่ไปติดมาจากฮาวาย     มาถึงอเมริกาก็ไม่ต้องผ่านการตรวจและกักกันโรคตามปกติเพราะถือว่าเป็นประเทศเดียวกัน     แล้วก็ติดลูกชายที่เป็นดาราฟุตบอล     แล้วระบาดไปทั่วจนเมืองกลายเป็นเมืองร้าง รถไฟหยุดเดิน ฯลฯ      ทั้งพ่อลูกเข้าโรงพยาบาล เป็นตายเท่ากัน     ในที่สุดพ่อฟื้น แต่ลูกตาย      

         หนังเรื่องนี้เขาต้องการเตือนว่า การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ตัวใหม่เกิดแน่ๆ     ที่ไม่แน่คือจะเกิดเมื่อไร ช้าหรือเร็ว เราไม่รู้    เมื่อไรเชื้อไวรัสหวัดนกกลายพันธุ์ เกิดคุณสมบัติใหม่โดยบังเอิญ ที่ทำให้เซลล์ของคน “อ้าแขนรับ” ก็กลายเป็นเชื้อไข้หวัดคน และจะระบาดใหญ่ได้ทันที     เพราะติดต่อง่ายทางอากาศ

        จากเรื่องหนัง สู่เรื่องที่ ๒ คือเรื่องผู้บริหาร     ผมมีข้อสังเกตว่าในหลายกรณีผู้บริหารที่ฉลาดปราดเปรื่องและแสดงความฉลาดหลักแหลม หรือความเก่งอย่างโจ่งแจ้ง   มักมีผู้คนเข้ามาช่วยงาน ช่วยให้ความเห็นที่แตกต่าง น้อยกว่าผู้บริหารที่แสดงท่าทีว่าตนไม่ค่อยรู้ ไม่ค่อยเก่ง และต้องการความช่วยเหลือ     ผมมองว่าผู้บริหารแบบแรกฉลาดน้อยกว่าผู้บริหารแบบหลัง    

         ผมเชื่อในความเก่งแบบไม่เก่ง     หรือความพอดี พอเพียง

วิจารณ์ พานิช
๒๘ พ.ย. ๕๐