แบ่งปันความสุขเล็ก ๆ น้อยๆ ให้กับคนอื่น....

     วิธีการพักผ่อนของคนเรานั้น มีหลากหลายรูปแบบตามความพึงพอใจของแต่ละคน ที่จะช่วยให้เกิดความรื่นเริงและสบายอกสบายใจมีความสุขให้กับตนเอง

     ซึ่งดิฉันก็ได้หาวิธีการสร้างความรื่นเริงใจให้กับตนเองเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551  โดยการไปนั่ง ไปเดินดูคนที่มาเที่ยว "บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ" จังหวัดสุพรรณบุรี

         

     ดิฉันไปถึงสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.  และกลับออกมาเวลา 17.30 น. กิจกรรมที่ดิฉันทำก็คือ  เริ่มต้นจากการไปนวดฝ่าเท้า 1  ชั่วโมง เพื่อผ่อนคลายกำลังขาให้กับตนเอง  หลังจากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ ริมบึงฉวากฯ เพื่อไปเที่ยวที่อุทยานผักฯ ของกรมส่งเสริมการเกษตร มีหัวหน้าอุทยานผักฯ (เจอกันโดยบังเอิญ) มาชมและเป็นตากล้องถ่ายรูปให้  แล้วก็โบกรถรางนั่งมาทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (ปลา)  ก็หมดเวลาไปแล้วครึ่งวัน

         

     ภาคบ่ายเริ่มต้นด้วยเวลา 13.30 น. ดิฉันก็นั่งรถขบวน (รถรางในบึงฉวากฯ) เสียค่าตั๋วรถ 20 บาท ไปตามสถานีต่าง ๆ จุดที่ 1 เริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรืออุโมงค์ปลา  มาจุดที่ 2 สวนสัตว์  และมายังจุดที่ 3 อุทยานผักฯ หลังจากนั้นรถขบวนก็จะวนกับมายังจุดที่ 1 โดยแต่ละจุดที่รถจอดก็จะมีผู้คนลงไปเที่ยวและกลับขึ้นรถไปเที่ยวยังจุดต่อ ๆ ไป โดยไม่ต้องเสียค่าตั๋วใหม่ (ใช้ตั๋วเดิม)  แต่สำหรับดิฉันต้องการนั่งรถขบวนเล่น ก็เลยไม่ลงไปเดิน ใช้เวลานั่งระ ประมาณ 30 นาที

         

     หลังจากนั้นก็เดินไปเที่ยวที่ท่าเรือ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะนั่งเรือเที่ยวในบึงฉวากฯ โดยเรือจะจอดตามสถานที่ต่าง ๆ คือ สวนสัตว์ และอื่น ๆ เพื่อให้ได้ขึ้นไปเที่ยวชมกัน ก็ใช้เวลา ประมาณ เกือบ ๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ดิฉันไม่ได้ลงเรือหรอกนะ ไปดูคนลงเรือเฉย ๆ และไปหยุดดูคนเล่นเรือถีบในบึงฉวาก ซึ่งเป็นอีกบริการหนึ่งสำหรับผู้สนใจที่มีให้เล่นด้วย  หลังจากนั้นดิฉันก้เดินกลับไปที่อุทยานผักฯ อีกครั่งเพื่อไปกินกาแฟ เพราะเป็นหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตร และไปนั่งพักผ่อนริมบึง ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ร่มรื่น มองเห็นสถานที่ต่าง ๆ เกือบทั่วทั้งบึง

         

     สุดท้ายดิฉันก็เดินกลับมาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อเข้าชมอุโมงค์ปลา  แต่พอเห็นคนที่มาต่อแถวซื้อตั๋วจำนวนมาก ดิฉันก็เลยเปลี่ยนใจมานั่งพักที่ซุ้มกาแฟสดดีกว่า นั่งในห้องแอร์เย็น ๆ เสร็จแล้วไปนั่งทานขนมหวาน (อร่อยมาก ๆ ๆ) ที่โรงอาหารสหกรณ์  หลังจากนั้นก็มานั่งริมทางเดินสำหรับคนเข้าออกพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (มีเก้าอี้ให้นั่ง) เพื่อดูความพลุกพล่านของคนที่มาเที่ยวมากันมากจริง ๆ เพราะตอนนี้ดิฉันเปลี่ยนใจแล้วว่า ไม่เข้าไปเที่ยวแล้วละคนมันเยอะ  ได้เห็นความเป็นครอบครัว มีทั้งพาลูกมาเที่ยว  พาคนแก่ ๆ ที่บ้านมาเที่ยว  มากันเป็นกลุ่ม ก็น่าสนุกและเพลินดีเหมือนกันนะ

         

         

      ก่อนกลับบ้านดิฉันก็ไปซื้อหาผักพื้นบ้าน (ปลอดภัยจากสารพิษ) ที่อุทยานผักฯ กลับไปกินที่บ้านด้วยค่ะ  ก็เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ไปมาและนำมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านและได้ฟังกันค่ะ