สนามบินที่นี่ดูคล้ายๆ กับสุวรรณภูมิของเรา แต่ของเราสวยกว่า และที่มักจะบ่นกันว่าเดินไกล ของที่นี่นั้นไกลยิ่งกว่า

         ผมมาประชุมอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ (KL) วันนี้ (9 ม.ค. 50) เป็นวันที่สามแล้วครับ การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่สองต่อเนื่องหลังจากการประชุมครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ก็เพื่อนำ KM Model (Framework) ที่ได้ช่วยกันร่างไว้ในคราวที่แล้วมาทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น งานนี้ผู้ที่เป็นเจ้าภาพใหญ่ก็คือองค์กรที่มีชื่อว่า Asian Productivity Organization หรือที่รู้จักกันในนามของ APO

         วันนี้ผมตั้งใจว่าจะไม่รายงานเรื่องที่เป็นวิชาการเกี่ยวกับ KM Model หรอกครับ แต่จะรอให้เป็นรูปเป็นร่างก่อนแล้วค่อยนำเสนอทีเดียวรวบยอด วันนี้แค่เล่าบรรยายกาศทั่วไปว่าผมเจออะไรมาบ้างดีกว่านะครับ

          การประชุมใช้เวลา 5 วันคือเริ่มวันจันทร์ที่ 7 มกราคม แล้วไปจบเอาวันศุกร์ที่ 11 มกราคม ผมเดินทางจากประเทศไทยมาตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม ออกจากไทยเวลาห้าโมงเย็น เครื่องบินใช้เวลาบินประมาณสองชั่วโมง มาถึง KL ประมาณหนึ่งทุ่ม ซึ่งก็คือสองทุ่มที่มาเลย์ เพราะที่มาเลย์เวลาเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง สนามบินที่นี่ดูคล้ายๆ กับสุวรรณภูมิของเรา แต่ของเราสวยกว่า และที่มักจะบ่นกันว่าเดินไกล ของที่นี่นั้นไกลยิ่งกว่า ไกลจนกระทั่งต้องนั่งรถไฟฟ้าจากประตูที่เข้ามาไปยังอาคารที่เป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า ของเราผมว่าสะดวกกว่า และก็ไม่น้อยหน้าจากของเขาเลย (ยกเว้นดูเหมือนว่าเก้าอี้ของเขาน่าจะสบายกว่าของเรา ที่ทำจากโลหะพอถูกแอร์ก็เลยเย็นจนสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกเนื้อ)

          ผู้ประสานงานที่มาเลย์แนะว่าให้ใช้บริการ Taxi ของสนามบิน พยายามหลีกเลี่ยงพวกแท็กซี่ป้ายดำ (ที่ไม่มีป้ายว่าเป็นแท็กซี่ แต่มักจะเดินเข้ามาถามไถ่เวลาที่เราไปถึง) โดยแนะว่าให้ติดต่อเคาน์เตอร์ Taxi หลังจากที่ออกมาจาก Arrival Hall (บริเวณผู้โดยสารขาเข้า) บอกว่ามีหลายอัตราขึ้นอยู่กับว่าเป็นรถประเภทใด เช่น เป็นรถหรู (Luxury Car) หรือว่าเป็นรถใหญ่ขึ้นมาหน่อย กรณีมากันหลายคน (Family Car) หรือรถขนาดประหยัด (Budget Car) ซึ่งผมมาคนเดียวก็คงเลือก Budget Car อยู่แล้ว ตามที่บอกมาว่าราคาประมาณ 60 Ringgit Malaysia (RM) 1 RM ประมาณ 10 บาท

           แต่ปัญหาของผมก็คือพอหลุดมาจากรับกระเป๋าก็ตรงออกมาบริเวณที่มีคนรอรับเลย เพราะตรงนั้นมีเคาน์เตอร์ทั้ง Taxi และของโรงแรม ตอนจะออกมาเห็นเหมือนกันว่ามีเคาน์เตอร์ติดต่อแท็กซี่อยู่ที่หนึ่งด้วยเป็นที่แรก คนยืนรอกันเยอะ ผมก็เลยตัดสินใจไม่แวะ เดินออกมามุ่งไปยังเคาน์เตอร์ที่มองเห็น แต่พอไปถึงพนักงานก็กล่าวขอโทษว่าของเขาไม่ได้ให้บริการแล้ว ต้องเข้าไปติดต่ออันที่อยู่ข้างใน ซึ่งพอผมจะเดินย้อนกลับเข้าไป รปภ.ก็ไม่ยอมให้เข้า สรุปว่าในที่สุดก็ต้องใช้บริการแท็กซี่ที่ไม่มีป้ายจนได้หลังจากต่อรองกันพอสมควรก็ตกลงกันในราคา 100 RM การเดินทางจากสนามบินมาโรงแรมใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ชื่อเมือง Petaling Jaya อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง KL เท่าใดนัก คงคล้ายๆ กับปทุมธานีกับกรุงเทพอะไรทำนองนั้น วันนั้นกว่าเข้าถึงห้องพักก็ปาเข้าไปเกือบสี่สุ่ม (เวลาของมาเลย์) ได้เวลาที่ผมนัดไว้ว่าจะโทรศัพท์คุยกับที่เมืองไทยพอดี วันนี้กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน